‘ทรัมป์’ไม่ร่วมดีเบท#2 ปล่อย’ไบเดน’โชว์เดี่ยว


‘ทรัมป์’ไม่ร่วมดีเบท#2 ปล่อย’ไบเดน’โชว์เดี่ยว

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : “ทรัมป์” ได้โอกาสปฏิเสธขึ้นเวทีดีเบทรอบสองกับ “โจ ไบเดน” หลังผู้จัดยืนยันจะจัดแบบ “เวอร์ฌ่วล” ในวันที่ 22 ตุลาคม เพื่อป้องกันการแพร่โควิด-19 จากทรัมป์และทีมงาน 

 

ยูเอสเอทูเดย์ รายงานข่าวเมื่อบ่ายวันที่ 8 ตุลาคมว่า ค่อนข้างเป็นที่แน่นอนแล้วว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะไม่เข้าร่วมการดีเบทรอบสอง กับอดีตรองประธานาธิบดี โจ ไบเดน ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากพรรคเดโมแครต หลังจากที่ผู้จัดได้ประกาศยืนยันว่า การดีเบทรอบสอง ซึ่งจะถูกเลื่อนจากกำหนดเดิม 15 ตุลาคม เป็นวันที่ 22 ตุลาคม จะใช้ระบบ virtual หรือระบบออนไลน์ ที่ผู้ร่วมดีเบท แยกกันอยู่คนละสถานที่ เพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และทีมงานหลายคนของเขา ได้รับเชื้อโควิด-19 ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

โดยทรัมป์ได้ปฏิเสธการเข้าร่วมดีเบท ผ่านการให้สัมภาษณ์รายการข่าวของฟ็อกซ์ โดยบอกว่าการดีเบทแบบ virtual เป็นเรื่องตลก และมีเจตนาช่วยเหลือ โจ ไบเดน

 

โดยการดีเบทรอบสอง ในวันที่ 22 ตุลาคมนั้น คณะผู้จัดระบุว่าจะเป็นไปในลักษณะที่เรียกว่า town hall meeting หรือการพบปะประชาชน กล่าวคือจะเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้ตอบคำถามจากประชาชนโดยตรง ผ่านระบบออนไลน์ด้วย โดยจะมี สตีฟ สกัลลี่ บรรณาธิการและโปรดิวเซอร์ของ C-SPAN ทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการดีเบท 

 

ยูเอสเอ ทูเดย์ บอกด้วยว่าการที่ทรัมป์ปฏิเสธไม่เข้าร่วมการดีเบทครั้งที่สอง ในวันที่ 22 ตุลาคม คงเหลือเพียง โจ ไบเดน เพียงผู้เดียวนั้น ทำให้การดีเบทของสองผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ไบเดน ทาวน์ ฮอลล์” หรือการพบประชาชนของ โจ ไบเดน และไม่ได้รับความสนับสนุนจากคณะกรรมการจัดการดีเบทของประธานาธิบดี (the Commission on Presidential Debates) ซึ่งเป็นองค์กรกลาง ทำหน้าที่จัดดีเบทของสองผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ ทุกครั้ง

 

นอกจากนี้ การจัด ไบเดน ทาวน์ ฮอลล์ ยังมีการเปลี่ยนตัวผู้ควบคุมการดีเบท จาก สตีฟ สกัลลี จาก C-SPAN เป็น จอร์จ สเต็พพาโนโพลัส จากเครือข่าย เอ็นบีซี ด้วย

 

ข่าวบอกว่า การดีเบทของสองผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี จึงยังคงเหลืออีกเพียงครั้งเดียว คือครั้งที่ 3 ซึ่งน่าจะมีขึ้นในวันที่ 29 ตุลาคม หรือเพียงสี่วันก่อนถึงวันเลือกตั้ง 3 พฤศจิกายน แต่ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่นอนว่าทรัมป์ จะปฏิเสธการเข้าร่วมอีกหรือไม่.

.
.

.
.