จำคุกป้า’เหยียด’เอเชีย ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น


จำคุกป้า’เหยียด’เอเชีย ฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ศาลสั่งจำคุก 45 วัน “ลีน่า เฮอร์นานเดซ” ป้าเหยียดผิวในเมืองทอร์เรนซ์ ที่ดังกระหึ่มโซเชียล หลัง “บูลี่” สตรีเอเชียออกกำลังกายในปาร์ค จากข้อหา “ทำร้ายร่างกาย” ผู้หญิงเอเชีย (อีกคน) ในมอลล์เมืองทอร์แรนซ์ เมื่อปีที่ผ่านมา

 

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2020 ลีน่า เฮอร์นานเดซ วัย 54 ปี จากเมืองลองบีช ถูกศาลสั่งจำคุก 47 วันในคุกของเคาน์ตี้ พร้อมลงภาคทัณฑ์อีกสามปี จากข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น อันเป็นข้อหาที่เธอไม่ขอสู้คดี โดยนอกจากโทษจำคุกแล้ว ลีน่า เฮอร์นานเดซ ยังต้องเข้าชั้นเรียนเกี่ยวกับการควบคุมอารมณ์ (anger-management classes), ห้ามเข้าใกล้บุคคลที่เป็นเหยื่อของเธออย่างน้อย 100 หลา รวมถึงห้ามเข้าไปในห้างสรรพสินค้า เดล อาโม่ แฟชั่น เซ็นเตอร์ ในเมืองทอร์แรนซ์ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เธอก่อเหตุทำร้ายร่างกายตลอดไปด้วย

 

โทษจำคุกเพียง 47 วันดังกล่าว ทำให้เหยื่อของเธอ คือ เคซีลีน ซัลมิเนโอ ซึ่งเป็นอเมริกันเชื้อสายฟิลิปินส์ กล่าวว่าเธอรู้สึกผิดหวังมาก

 

“นั่นคือคุณค่าของความเป็นเอเชียนอเมริกัน นั่นคือวิธีที่พวกเขาให้ค่ากับความปลอดภัยของเรา”

(คลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2020 ที่ผ่านมา)

ทั้งนี้ ลีน่า เฮอร์นานเดซ เป็นผู้ที่มีแนวคิดเหยียดผิวชาวเอเชียอย่างรุนแรง โดยพฤติกรรมอันน่ารังเกียจของเธอ ถูกบันทึกวิดีโอเอาไว้อย่างน้อยสองครั้งในปีนี้ โดยครั้งที่ถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง คือเหตุการณ์ที่เธอดุด่าผู้หญิงเอเชียที่กำลังออกกำลังกายในสวนสาธารณะด้วยถ้อยคำหยาบคาย ขู่ว่าจะพาครอบครัวมาทำร้ายเธอ รวมถึงไล่กลับประเทศ ("Go back to whatever (expletive) Asian country you belong in.” ด้วย

 

จากนั้นไม่นาน ก็มีคลิปวิดีโอเหตุการณ์ลักษณะคล้ายกันถูกเผยแพร่ตามมา คราวนี้เหยื่อของเธอเป็นชาวเอเชียเพศชาย ที่เธอเรียกแบบเหยียดว่า “ไชน่าแมน” และด่าด้วยข้อความหยาบคาย รวมถึงไล่ออกจากประเทศเช่นกัน

 

เมื่อ เคซีลีน ซัลมิเนโอ เห็นคลิปดังกล่าว และทราบว่าเป็นผู้หญิงที่เคยทำร้ายเธอ จึงโพสต์เรื่องราวที่เธอถูกทำร้ายร่างกาย เมื่อเดือนตุลาคม 2019 โดยบอกว่าได้นำเรื่องเข้าแจ้งความกับตำรวจเมืองทอร์แรนซ์แล้ว แต่ไม่ได้รับความสนใจจากเจ้าหน้าที่ 

 

อย่างไรก็ดี กระแสกดดันจากสังคมที่เกิดขึ้น เป็นเหตุให้สำนักงานอัยการของเมืองทอร์แรนซ์ ได้ยื่นมือเข้ามาสอบสวน เป็นเหตุให้มีการจับกุม ลีน่า เฮอร์นานเดซ เมื่อเดือนกรกฎาคม โดยสำนักงานอัยการของเมืองทอร์แรนซ์ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องข้อหาทำร้ายกายร่าง ซึ่งเป็นข้อหาอาญาสถานเบา (misdemeanor battery)

 

โดย เคซีลีน ซัลมิเนโอ ให้การในศาลถึงเหตุการณ์ทำร้ายร่างกาย ว่าเกิดขึ้นหลังจากที่เธอเข้าไปช่วยเจ้าหน้าที่ (ชาวเอเชีย) ของห้างสรรพสินค้า ที่กำลังถูกจำเลยด่าอย่างหยาบคาย เป็นเหตุให้จำเลยโกรธ และหันมาทำร้ายเธอโดยการผลักจนล้ม ดึงผม และใช้มือทุบตีเธอที่ศีรษะหลายครั้ง ก่อนจะหลบหนีไประหว่างที่เธอโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

 

ทั้งนี้ พฤติกรรมเหยียดเอเชีย ระบาดอย่างหนักในอเมริกา หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในอเมริกา เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามสร้างภาพว่าประเทศจีนคือสาเหตุของโรคระบาดร้ายแรง โดยมีการเรียก โควิด-19 ว่าเป็น “ไชนีสไวรัส” ฯลฯ เป็นเหตุให้ชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชียจำนวนมาก ตกเป็นเหยื่อจากพฤติกรรมดังกล่าว โดยบางกรณีมีความรุนแรงถึงขั้นทำร้ายร่างกายด้วย

 

แซนดี้ โรซาส อัยการเจ้าของคดีนี้ กล่าวแสดงความเห็นว่ารู้สึกผิดหวังกับคำตัดสินของผู้พิพากษามาก โดยแสดงความกังวลว่าระบบศาลของทอแรนซ์ กำลังส่งข้อความคลุมเครือออกไปสู่สาธารณชน

 

“ข้อความอะไร ที่เรากำลังส่งออกไปให้ผู้ทำผิดรายอื่นๆ  ให้กับพวกเหยียดผิวที่ใช้ความรุนแรงกับผู้บริสุทธิ์ ทำตีทำร้ายร่างกายใครก็ได้ แล้วก็ได้รับโทษเพียงแค่ 45 วันอย่างนั้นหรือ” อัยการเจ้าของคดีกล่าว.

.
.

.
.