แอลเอและแคลิฟอร์เนีย ฟ้อง’ทรัมป์’กรณีเซ็นซัส


แอลเอและแคลิฟอร์เนีย ฟ้อง’ทรัมป์’กรณีเซ็นซัส

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : รัฐแคลิฟอร์เนีย ร่วมฟ้องทรัมป์ กรณีห้าม “โรบินฮูด” ร่วมทำการสำรวจสำมะโนครัวปี 2020 หลังจากที่เมืองแอลเอ, ลองบีช, โอ๊คแลนด์ และองค์กรอื่นๆ เช่นเขตการศึกษาของเมืองแอลเอ ยื่นฟ้องไปก่อนหน้าแล้ว

 

สืบเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในบันทึกคำสั่งห้ามไม่ให้นับผู้อพยพเข้าสหรัฐฯ โดยผิดกฎหมาย ในการสำรวจสำมะโนประชากร เพื่อคำนวณหาจำนวนผู้แทนสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละเขตการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป เป็นเวลา 10 ปี นั้น

 

ข่าวระบุว่า หากคำสั่งของทรัมป์มีผลในทางปฏิบัติจริงๆ จะทำให้หลายๆ รัฐที่มีกลุ่มผู้อพยพหนาแน่น เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย และรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นรัฐของพรรคเดโมแครต อาจได้รับสัดส่วนจำนวนผู้แทนสภาผู้แทนราษฎรที่ลดลงจากปัจจุบัน 

 

ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม เอพีรายงานว่ารัฐแคลิฟอร์เนีย โดยอัยการรัฐ ฮาเวียร์ เบเซอร์ร่า ได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลให้ระงับคำสั่งดังกล่าวของทรัมปแล้ว โดยให้เหตุผลว่าคำสั่งดังกล่าวจะทำให้แคลิฟอร์เนียสูญเสียจำนวนที่นั่งในสภาคองเกรส (ทั้งสองสภา) ลงไป

 

ข่าวอ้างตัวเลขประเมินขององค์กร พิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ ที่ว่ารัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีประชากรเกือบ 40 ล้านคน ถือว่าหนาแน่นที่สุดของประเทศ มีพลเมืองที่อาศัยอยู่แบบไม่ถูกต้องมากถึง 2.2 ล้านคน

 

นอกจากนี้ คำสั่งของทรัมป์ ยังจะทำให้ตัวเลขประชากรจากการสำรวจประชากรไม่ตรงกับความเป็นจริง อันจะทำให้การบริหารจัดการภายในรัฐ เกิดความผิดพลาดได้

 

ก่อนหน้านี้ หลายๆ เมืองในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งของทรัมป์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวโดยการขออำนาจศาลเพื่อยับยั้งคำสั่งของทรัมป์ไปก่อนแล้ว เช่นลองบีช, ลอส แอนเจลิส และโอ๊คแลนด์ รวมถึงเขตการศึกษาลอส แอนเจลิส ด้วย

 

ทั้งนี้ เชื่อกันว่าในทางทฤษฎีนั้น คำสั่งนี้น่าจะส่งผลดีต่อคะแนนเสียงของผู้นำสหรัฐฯ และพรรครีพับลิกัน ด้วยการกำจัดประชากรผู้อพยพที่ไม่ใช่คนผิวขาวออกไป และทำให้ข้อมูลสำมะโนประชากรที่มีการสำรวจอยู่นี้มีแต่คนผิวขาวเป็นส่วนใหญ่ แต่ในทางปฏิบัติแล้ว เป็นสิ่งที่ทำไม่ได้โดยง่ายเลย

 

แนนซี่ เปโลซี่ ประธานสภาล่างสหรัฐฯ และสมาชิกพรรคเดโมแครต ระบุในแถลงการณ์ว่า มาตรการที่ออกมาใหม่นี้ “ผิดกฎหมาย” และ “ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างความกลัวและความไม่เชื่อใจในชุมชนที่มีความเปราะบางและไม่ได้ถูกนับรวมในการคำนวณอยู่แล้ว ทั้งยังทำให้เกิดความวุ่นวายในกระบวนการสำรวจสำมะโนประชากรด้วย”

 

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า การนับจำนวนประชากรเพื่อคำนวณหาตัวเลขผู้แทนสภาฯ นั้นจะต้องดูที่ “ตัวเลขจำนวนคนโดยรวม” ในแต่ละเขต และจุดนี้ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญมองว่า การดำเนินมาตรการล่าสุดของผู้นำสหรัฐฯ เป็นเรื่องที่ทำให้สำเร็จได้ยาก.

 

 

วีดีโอเซ็นซัสฉบับภาษาไทย
.
.

.
.