แคลิฟฯไฟเขียวขึ้นค่าแรง ไม่หวั่นซ้ำเติมเศรษฐกิจ


แคลิฟฯไฟเขียวขึ้นค่าแรง ไม่หวั่นซ้ำเติมเศรษฐกิจ

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียยืนยันค่าแรงของรัฐฯ จะปรับขึ้นตามกำหนดเดิมในปีหน้า ท่ามกลางเสียงค้านเรื่องผลกระทบกับระบบเศษฐกิจที่ยังคงไม่ฟื้นจากวิกฤตโควิด-19

 

เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย แถลงเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมว่า เขาจะไม่ใช้อำนาจในตำแหน่ง สั่งระงับกฎหมายค่าแรงของรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่จะมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2021 ตามคำแนะนำของบรรดานักวิเคราะห์เศรษฐกิจ ที่หวั่นกันว่าการปรับค่าแรงขั้นต่ำ จะเป็นการซ้ำเติมบรรดานายจ้าง ที่กำลังอยู่ในสภาพย่ำแย่จากวิกฤตโควิด-19

 

ทั้งนี้ ในวันที่ 1 มกราคม ศกหน้า ค่าแรงขั้นต่ำทั่วรัฐแคลิฟอร์เนีย จะปรับขึ้นเป็น 14 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงสำหรับธุรกิจที่มีพนักงานมากกว่า 25 คน และปรับขึ้นเป็น 13 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง สำหรับธุรกิจที่มีพนักงานน้อยกว่า 25 คน

 

“ขณะที่เรากำลังทำทุกอย่างเพื่อชะลอการแพร่ระบาดของโควิด-19 เราจำเป็นต้องสร้างความมั่นใจว่า เศรษฐกิจของเราจะต้องคืนสู่สภาพเดิม และชาวแคลิฟอร์เนียทุกคนจะต้องได้รับผลประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นด้วย” เกวิน นิวซัม ระบุ และว่าการระงับไม่ให้ค่าแรงเพิ่มขึ้น จะยิ่งทำให้ชีวิตชาวแคลิฟอร์เนียลำบากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคร้าย

 

เกวิน นิวซัม ย้ำว่าการปรับค่าแรงดังกล่าว มีผลประโยชน์โดยตรงกับบรรดา “แรงงานในแนวหน้า” หรือ frontline worker เช่นบุคลากรในโรงพยาบาล สถานดูแลคนชรา ร้านของชำ และสถานดูแลเด็กเล็ก เป็นต้น

 

แนวคิดของผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ถือว่าสวนกระแสกับนักวิเคราะห์เศรษฐกิจหลายราย ที่มองว่าหากมีการปรับค่าแรงขั้นต่ำในปีหน้า จะเป็นการเพิ่มภาระให้กับธุรกิจ เช่นร้านอาหาร ร้านค้าปลีก และธุรกิจขนาดเล็กอื่นๆ ที่อยู่ในสภาพย่ำแย่ในขณะนี้ มากยิ่งขึ้น

 

นอกจากการไม่ระงับกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำของรัฐแคลิฟอร์เนียแล้ว ในวันดังกล่าว เกวิน นิวซัม ยังได้แถลงถึงโครงการความช่วยเหลือฉุกเฉินแก่ผู้มีรายได้น้อยในรัฐ มูลค่า 3.6 ล้านดอลลาร์ เรียกว่าโครงการ Young Child Tax Credit เพิ่มเติมจากโปรแกรม the California Earned Income Tax Credit (CalEITC) ด้วย

ข่าวบอกว่าโปรแกรม CalEITC คือโปรแกรมคืนเงินภาษีให้กับครอบครัวผู้มีรายได้น้อย (ต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์ต่อปี) เป็นโปรแกรมช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยของแคลิฟอร์เนียที่มีมาตั้งแต่ปี 2015 โดยสาารถช่วยหลือครอบครัวผู้มีรายได้น้อยมากกว่า 3.6 ล้านครอบครัว และโครงการ Young Chil Tax Credit ที่ เกวิน นิวซัม กล่าวถึงนั้น คือการเพิ่มความช่วยเหลือให้กับครอบครัวที่มีลูกอายุต่ำกว่า 6 ขวบด้วย

 

โดยครอบครัวผู้มีรายได้น้อย และมีคุณสมบัติครบถ้วนตามโปรแกรม CalEITC หากมีลูกอายุต่ำกว่าหกขวบ จะได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มขึ้นอีก 1,000 ดอลลาร์จากโปรแกรม Young Child Tax Credit ที่เพิ่งเกิดขึ้นในปีนี้ด้วย

 

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นค่าแรงขั้นต่ำของรัฐนั้น ถือว่ามีผลกระทบค่อนข้างน้อยกับลอส แอนเจลิส เคาน์นี้ และเคาน์ตี้ส่วนใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย เพราะต่างก็มีกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำของตัวเองที่สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำของรัฐอยู่แล้ว

 

โดยในส่วนของแอลเอเคาน์ตี้นั้น มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำมาตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2020 โดยธุรกิจขนานใหญ่ที่มีพนักงานตั้งแต่ 26 คนขึ้นไป อยู่ที่ 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง ส่วนธุรกิจขนาดเล็กที่มีพนักงานน้อยกว่า 25 คน จะต้องจ่ายค่าแรงขั้นต่ำในอัตรา 14.25 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

 

ส่วนเมืองอื่นๆ มีอัตราค่าแรง ณ วันที่ 1 กรกฎาคม 2020 ดังนี้

-อลามีด้า ปรับเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

-เบิร์คเลย์ ปรับเป็น 16 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

-ฟรีมอนท์ ปรับเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงสำหรับธุรกิจที่มีพนักงานตั้งแต่ 26 คนขึ้นไป และ 13.50 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงสำหรับธุรกิจที่มีพนักงานน้อยกว่า 25 คน

-เอ็มเมอรี่วิลล์ (ในอลามีด้า เคาน์ตี้) ปรับเป็น 16.86 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

-มาลิบู ปรับเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงสำหรับธุรกิจที่มีพนังกานมากกว่า 26 คน และ 14.25 ดอลลาร์สำหรับธุรกิจที่มีพนักงานน้อยกว่า 25 คน

-มิลพีตัส (ในซานตา คลาร่า เคาน์ตี้) ปรับเป็น 15.40 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

-โนวาโต้ (ทางเหนือของซานฟรานซิสโก) ปรับเป็น 15 ดอลลาร์สำหรับธุรกิจที่มีพนักงานตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป, 14.00 ดอลลาร์สำหรับธุรกิจที่มีพนักงานระหว่าง 26-99 คน และ 13 ดอลลาร์สำหรับธุรกิจที่มีพนักงานน้อยกว่า 25 คน

-พาซาดีน่า ปรับเป็น 15 ดอลลาร์สำหรับธุรกิจที่มีพนักงาน 26 คนขึ้นไป และ 14.25 ดอลลาร์สำหรับธุรกิจที่มีพนักงานน้อยกว่า 25 คน

-ซานฟรานซิสโก ปรับเป็น 16.07 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

-ซาน ลีแอนโด้ (ใกล้โอ๊คแลนด์) ปรับเป็น 15 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง

-ซานตามอนิก้า ปรับเป็น 15 ดอลลาร์สำหรับธุรกิจที่มีพนักงานตั้งแต่  26 คนขึ้นไป และ 14.25 ดอลลาร์สำหรับธุรกิจที่พนักงานน้อยกว่า 25 คน 

-ซานตาโรซ่า ปรับเป็น 15 ดอลลาร์สำหรับธุรกิจที่มีพนักงานมากกว่า 26 คน และ 14.00 ดอลลาร์สำหรับธุรกิจที่มีพนักงานน้อยกว่า 25 คน.

.
.

.
.