หนุ่มสาวช่วงอายุ18-34 ติดเชื้อสูงสุดในแคลิฟฯ


หนุ่มสาวช่วงอายุ18-34 ติดเชื้อสูงสุดในแคลิฟฯ

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ช่วงอายุระหว่าง 18-34 ปี เพิ่งสูงจนน่าตกใจในช่วงเดือนที่ผ่านมา จนกลายเป็นช่วงวัยที่ติดเชื้ออันตรายมากที่สุดแคลิฟอร์เนีย

 

เอ็นบีซี เสนอข้อมูลจากสำนักงานสาธารณสุขของรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า กลุ่มคนหนุ่มสาว วัยระหว่าง 18-34 ปี เป็นกลุ่มที่ติดเชื้อโควิด-19 มากถึง 44 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในแคลิฟอร์เนีย ถือว่าเป็นช่วงวัยที่ติดเชื้อสูงสุดของเดือนมิถุนายน โดยสัดส่วนดังกล่าว ถือว่าเพิ่มขึ้นถึง 29 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา 

 

ข่าวบอกว่า เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด ว่าเหตุใดอัตราการติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มหนุ่มสาวจึงเพิ่มขึ้นแบบน่าตกใจ แต่เชื่อว่าคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปิดทำการของหลายๆ ธุรกิจ รวมถึงบาร์และร้านอาหารในรัฐแคลิฟอร์เนีย นอกจากนี้ยังอาจมีสาเหตุมาจากการตรวจหาเชื้อที่แต่ละเคาน์ตี้สามารถเพิ่มศูนย์ตรวจได้มากขึ้น

 

เอ็นบีซี สัมภาษณ์กลุ่มคนหนุ่มสาวที่มาพักผ่อนที่ฮันติงตัน บีช เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยหลายคนไม่ให้ความสนใจการเว้นระยะห่าง หรือมาตรการป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 อื่นๆ อีกทั้งแสดงความเห็นว่ามาตรการป้องกันการแพร่เชื้อต่างๆ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่าน เป็นผลร้ายกับเศรษฐกิจมากพอแล้ว

 

“โดยทั่วไปแล้ว คนหนุ่มสาวมักรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่ง และอาจไม่สนใจมาตรการป้องกันตัวเอง เช่นหน้ากากและการเว้นระยะห่าง” ดร.วิลเลี่ยม เส็ง แห่งโรงพยาบาลไคเซอร์ เพอร์เมเนอนเต้ ในซานดิเอโก้ แสดงความเห็น

 

ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในกลุ่มคนหนุ่มสาวกำลังเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเดือนที่ผ่านมานั้น กลุ่มอายุ 50 ปีขึ้นไปกลับมีอัตราการติดเชื้อโควิด-19 ลดลงจาก 46 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 30.5 เปอร์เซ็นต์ของผู้ติดเชื้อทั่วทั้งรัฐแคลิฟอร์เนีย

 

อย่างไรก็ดี แม้กลุ่มหนุ่มสาวในแคลิฟอร์เนีย จะมีอัตราการติดเชื้อสูงขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเจ็บป่วย กล่าวคือยังคงมีผู้ป่วยในโรงพยาบาล หรือผู้เสียชีวิตที่อยู่ในช่วงวัย 18-34 ปีน้อยมาก

 

ดร.วิลเลี่ยม เส็ง บอกด้วยว่า หากคุณอายุยังน้อยและสุขภาพแข็งแรง คุณอาจล้มป่วยถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาลได้ แต่โอกาสเสียชีวิตมีน้อยมาก “ดังนั้น ถามว่าเราจะเห็นผู้ป่วยวัยหนุ่มสาวในโรงพยาบาลมากขึ้นไหม อาจจะ แต่จะมีคนกลุ่มนี้เสียชีวิตมากขึ้นไหม ผมว่าคงไม่” ดร.วิลเลี่ยม เส็ง กล่าว.

.
.

.
.