เจ้าของร้านบอกเสียใจที่เรียกตำรวจ เป็นเหตุให้’จอร์จ ฟลอยด์’ถูกฆาตกรรม


เจ้าของร้านบอกเสียใจที่เรียกตำรวจ เป็นเหตุให้’จอร์จ ฟลอยด์’ถูกฆาตกรรม

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เจ้าของร้าน “คัพฟู้ด” ในมินนิอาโปลิส บอก “เสียใจ” ที่โทรเรียกตำรวจกรณีลูกค้าใช้แบงค์ปลอม จนถูกตำรวจใช้เป็นข้ออ้างในการ “สังหาร” คนผิวดำ พร้อมประกาศจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับตำรวจอีกเลย จนกว่าตำรวจจะเลิกใช้ความรุนแรงกับประชาชน

 

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โมฮัมหมัด หรือไมค์ อาบูเมย์ยาลาห์ เจ้าของร้านสะดวกซื้อ “คัพฟู้ด” ซึ่งอยู่บริเวณมุมถนน 38 และชิคาโก้ ในเมืองมินนิอาโปลิส โพสต์ข้อความเป็นเฟสบุ๊กส่วนตัวของเขาว่า เขาสนับสนุนกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมให้กับการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวดำใช้หัวเข่ากดที่ลำคอนานเกือบสิบนาที ระหว่างสอบสวนเหตุการณ์ “ใช้ธนบัตรปลอม” ที่หน้าร้านคัพฟู้ดของเขา และว่าเขารู้สึก “เสียใจอย่างสุดซึ้ง” ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของเหตุโศกนาฎกรรมครั้งนี้ด้วย

 

ทั้งนี้ กฎหมายของรัฐมินนิโซต้า กำหนดให้ธุรกิจทุกแห่งต้องแจ้งตำรวจหากพบเห็นว่ามีการใช้ธนบัตรปลอม และพนักงานเก็บเงินของร้านคัฟฟู้ด ก็ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยการโทรศัพท์ 911 แจ้งเหตุว่า จอห์น ฟลอยด์ พยายามใช้ธนบัตร 20 ดอลลาร์ปลอมในการซื้อบุหรี่ในร้าน เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เป็นเหตุให้เขาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับใส่กุญแจมือและสั่งให้นอนคว่ำกับพื้นถนน แม้จะไม่ได้ขัดขืนการจับกุมเลยก็ตาม จากนั้นตำรวจได้ใช้หัวเข่ากดที่ลำคอของเขานานเกือบ 9 นาที โดยสามนาทีหลังเกิดขึ้นในช่วงที่จอร์จ ฟลอยด์ หมดสติไปแล้ว โดยวิดีโอจากผู้เห็นเหตุการณ์ทำให้ทราบจอร์จ ฟลอย ได้ร้องบอกตำรวจหลายครั้งว่าเขาหายใจไม่ออก

 

“ครอบครัวเราสร้างรากฐานมากับชุมชนแห่งนี้นานกว่าสามชั่วอายุคน นานถึง 31 ปีที่เราภาคภูมิใจในการให้บริการชุมชนของเรา นับจากเหตุการณ์ที่ทำให้จอร์จ เสียชีวต คัพฟู้ดได้ติดต่อกับครอบครัวฟลอยด์ที่บินมาจากฮิวส์ตัน อย่างสม่ำเสมอ” โมฮัมหมัด อาบูเมย์ยาลาห์ ระบุ และว่าร้านของเขา จะยืนหยัดร่วมเรียกร้องความรับผิดชอบจากเจ้หน้าที่ตำรวจด้วย

 

เจ้าของร้าน คัพฟู้ด บอกด้วยว่าเขาจะเป็นผู้บริจาคเงินสำหรับพิธีรำลึกถึงจอร์จ ฟลอย์ และประกาศว่าจะเปลี่ยนนโยบายของร้านในการรับมือกับเหตุการณ์แบบนี้ด้วย

 

“และเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นับจากนี้ไป คัพฟู้ด จะไม่โทรศัพท์เรียกตำรวจเพราะลูกค้าอีกต่อไป โดยจะให้ความสนใจกับวิธีการที่ไม่รุนแรงและไม่เกี่ยวข้องกับตำรวจในการดูแลสถานการณ์แทน” เจ้าของคัพฟู้ด ประกาศ.

.
.