ผลชันสูตรศพชี้'จอร์จ ฟลอยด์’ ‘ถูกฆ่า’โดยทำให้ขาดอากาศ


ผลชันสูตรศพชี้'จอร์จ ฟลอยด์’ ‘ถูกฆ่า’โดยทำให้ขาดอากาศ

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ผลการชันสูตรศพของ “จอร์จ ฟลอยด์” โดยองค์การอิสระ ระบุชัด เสียชีวิตเพราะ “ถูกฆาตกรรม” โดยการทำให้ร่างกายขาดอ็อกซิเจน ด้านครอบครัวฟลอยด์ ออกกแถลงการณ์ต่อต้านการปล้นสดมภ์ และการกระทำรุนแรงอื่นๆ โดยอ้างความอยุติธรรม บอกให้ทุกคนใจเย็นและ “หายใจลึกๆ” แทน “จอห์จ ฟลอยด์” ที่หมดโอกาสไปแล้ว

 

ฮัฟฟ์โพสต์ รายงานข่าวเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2020 ถึงผลการชันสูตรศพของ จอร์จ ฟลอยด์ ที่ดำเนินการโดยหน่วยงานอิสระ ตามความต้องการของครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยบอกถึงสาเหตุของการเสียชีวิตว่าเป็นผลมาจาก “ถูกฆาตกรรมโดยทำให้ขาดอากาศอ็อกซิเจน (homicide caused by asphyxia) เพราะคอและหลังถูกกดทับ เป็นเหตุให้เลือดไปเลี้ยงสมองไม่ได้”

 

รายงานผลชันสูตรศพ ซึ่งจัดทำโดย ดร.ไมเคิล บาเด้น และดร.อลิเซีย วิลสัน สรุปว่า จอร์จ ฟลอยด์ น่าจะเสียชีวิต ณ จุดเกิดเหตุ

 

จอร์จ ฟลอยด์ วัย 46 ปี เสียชีวิตเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองมินนิอาโปลิส ใช้เข่ากดบนคอด้านหลังของเขาเป็นเวลานานเกือบ 9 นาที โดยภาพจากวิดีโอของผู้เห็นเหตุการณ์ ทำให้เห็นว่า จอร์จ ฟลอยด์ ซึ่งนอนคว่ำกับพื้นถนน และถูกใส่กุญแจมือไพล่หลัง ได้ร้องบอกกับตำรวจคนดังกล่าวว่าเขาหายใจไม่ออกด้วย

 

แพทย์ผู้กระทำการชันสูตรระบุในรายงายด้วยว่า น้ำหนักบนหลังของผู้ตาย ยังมาจากเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นที่ร่วมทำการจับกุม, กุญแจมือและท่านอนของเขา ต่างมีส่วนร่วมทำให้ระบบหายใจติดขัด และทำให้จอร์จ ฟลอยด์ เสียชีวิต

 

“สิ่งที่เราพบ สอดคล้องกับสิ่งที่ประชาชนเห็น” ดร.ไมเคิล บาเด้น ระบุในรายงาน และว่า “เราไม่พบว่ามีปัญหาสุขภาพอื่นใด ที่อาจเป็นสาเหตุ หรือร่วมเป็นสาเหตุของการตาย ตำรวจมีความเข้าใจผิดว่า ถ้าคุณยังพูดได้ คุณก็หายใจได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องจริง”

 

ขณะเดียวกัน ผลชันสูตรศพของสำนักงานชันสูตรศพแห่งเฮนนีพิน เคาน์ตี้ (the Hennepin County Medical Examiner’s Office) รัฐมินิโซต้า ฉบับสมบูรณ์ที่นำออกเผยแพร่ในวันเดียวกัน (1 มิถุนายน) มีสาระเป็นไปในทิศทางเดียวกัน กล่าวคือระบุสาเหตุการเสียชีวิตของ จอร์จ ฟลอยด์ ว่าเป็นการฆาตกรรม (homicide) เป็นผลมาจากหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (cardiopulmonary arrest) จากการถูกผู้รักษากฎหมายควบคุมตัว, กดทับ และกดที่คอ

 

ทั้งนี้ ผลชันสูตรฉบับสมบูรณ์ของ เฮนนีพิน เคาน์ตี้ ถือว่าต่างจากผลชันสูตรเบื้องต้นก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่าไม่พบหลักฐานใดๆ สนับสนุนว่าจอร์จ ฟลอยด์ เสียชิวิตเพราะขาดอ็อกซิเจน หรือถูกรัดคอ (strangulation) ซึ่งข่าวบอกว่าจากผลชันสูตรเบื้องต้นดังกล่าว ทำให้สำนักงานอัยการของเคาน์ตี้ ส่งฟ้อง ดีเร็ค ชูวิน เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ใช้เข่ากดที่ลำคอของจอร์จ ฟลอยด์ จนเสียชีวิต ด้วยข้อหาฆาตกรรมระดับสาม และฆ่าคนตายโดยไม่เจตนา (third-degree murder and manslaughter) แทนที่จะเป็นข้อหาฆาตกรรมระดับหนึ่ง ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้เกิดการลุกฮือขึ้นประท้วงของประชาชนทั่วประเทศ ดังที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้

 

ส่วนสาเหตุที่ทำให้จอร์จ ฟลอยด์ ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจผิวขาวกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุจนเสียชีวิตนั้น เกิดจากมีผู้แจ้งความว่ามี “บางคน” พยายามใช้ธนบัตร 20 ดอลลาร์ปลอมในบริเวณดังกล่าว

 

ความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดการประท้วง เรียกร้องให้ยุติการกระทำรุนแรงของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับกลุ่มคนสีผิวในหลายรัฐทั่วประเทศ โดยเหตุการณ์ได้ลุกลามเป็นการปะทะระหว่างผู้ประท้วงกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในหลายๆ จุด รวมถึงมีการทุบทำลายอาคารร้านค้า เผารถยนต์ และมีการสวมรอยของกลุ่มมิจฉาชีพบุกปล้นร้านค้าต่างๆ ด้วย ทำให้หลายรัฐ รวมถึงรัฐแคลิฟอร์เนียได้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในหลายเคาน์ตี้ ขณะเดียวกันก็มีการประกาศเคอร์ฟิว ห้ามออกจากบ้านในตอนกลางคืนต่อเนื่องกันมาตั้งแต่วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม

 

(น้องชายของนายจอร์จ ฟลอยด์ ออกมาให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำตาครั้งแรก)

เบน ครัมพ์ ทนายความของ “ครอบครัวฟลอยด์” แถลงถึงผลชันสูตรศพฉบับล่าสุดว่า “เราเข้าใจถึงความโกรธแค้นที่ถูกแสดงออกบนท้องถนนทั่วประเทศในขณะนี้ เราสนับสนุนกลุ่มที่เคลื่อนไหว และพลังงานของผู้คนที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น โดยเราหวังว่าความพยายามดังกล่าวจะยังคงมีต่อไป แต่การปล้มสดมภ์ (looting) และเหตุการณ์รุนแรงต่างๆ มันเป็นเรื่องที่เรารับไม่ได้อย่างยิ่ง”

 

ทนายความของครอบครัวฟลอยด์ บอกด้วยว่า การให้เกียรติกับจอร์จ ฟลอย์ คือการต่อสู้ให้ได้มาซึ่งความยุติธรรม และขอให้ผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกคนหายใจลึกๆ

 

“เราจำเป็นต้องหายใจลึกๆ จอร์จ ฟลอยด์ ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำแบบนั้น แต่เราจะต้องทำ” ทนายความขอครอบครัวฟลอยด์ กล่าว.

.
.

.
.