กองกำลังป้องกันชาติ คุมสถานการณ์แอลเอ


กองกำลังป้องกันชาติ คุมสถานการณ์แอลเอ

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : กองกำลังป้องกันชาติ พร้อมรถหุ้มเกราะตรึงพื้นที่บนถนนหลายสายของแอลเอ ขณะที่เทศบาลเริ่มเก็บกวาดทำความสะอาดเศษซากจากเหตุการณ์รุนแรงเมื่อค่ำวันเสาร์ ที่ลงเอยโดยการจับกุมผู้ประท้วงเกือร้อยคน

 

ทหารจากกองกำลังป้องกันชาติ (National Guard) ตรึงกำลังในเขตเมืองแอลเอ ตั้งแต่เช้ามืดของวันอาทิตย์​ที่ 31 พฤษภาคม โดยอีริก การ์เซ็ตติ นายกเทศมนตรีของเมืองแอลเอ แถลงเมื่อวันเสาร์ว่า ตนได้ขอเจ้าหน้าที่จากกองกำลังป้องกันชาติจากผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียจำนวนประมาณ 500-700 นาย มาเสริมกำลังเจาหน้าที่ตำรวจของเมืองแอลเอ ที่ระดมกำลังรับมือเหตุการณ์วุ่นวายครั้งนี้ประมาณ 10,000 คน

 

“ทหารของกองกำลังป้องกันชาติ ถูกเรียกตัวมาเพื่อสนับสนุนกองกำลังท้องที่ ในการรักษาความสงบและความปลอดภัยบนท้องถนนในเมืองของเรา” นายกเทศมนตรีกล่าว

 

ข่าวบอกว่าการเหตุวางเพลิงมากกว่าสิบแห่งในช่วงที่การประท้วงปะทุรุนแรงในวันเสาร์ ขณะเดียวกันก็มีธุรกิจห้างร้านถูกบุกปล้นหลายแห่ง โดยบริเวณที่เกิดความเนียหายสูงสุดคือ เดอะโกรฟ ซึ่งเป็นศูนย์การค้ากลางแจ้ง และเป็นแหล่งรวมของสินค้าแบรนด์เนม อยู่ทางตะวันตกของดาวน์ทาวน์ แอลเอ โดยผู้ประท้วงที่มีจำนวนหลายร้อยคน ได้ใช้ก้อนหินขว้างปาตำรวจ เป็นเหตุให้มีตำรวจหนึ่งนายได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นกระโหลกร้าวด้วย

 

เมื่อถึงเวลาเคอร์ฟิว คือเวลา 20.00 น. ข่าวบอกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเชอรีฟปฏิบัติหน้าที่อย่างรุนแรงมากขึ้นในการผลักดันผู้ชุมนุมออกจากท้องถนน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรงเหมือนเมื่อคืนก่อนหน้านั้นในย่านดาวน์ทาวน์ 

 

ในส่วนของสำนักงานตำรวจ แอลเอนั้น ในช่วงเช้าของวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม ยังไม่มีรายงานตัวเลขผู้ถูกจับกุม แต่สำนักงานเชอรีฟของแอลเอ เคาน์ตี้ แถลงว่ามีการจับกุมผู้ขัดขืนประกาศเคอร​์ฟิวได้ประมาณ 80 คน (ทั่วเคาน์ตี้) ซึ่งน้อยลงจากคืนแรก (วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม) ที่มีผู้ถูกจับกุมมากถึง 533 คน

 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เชอรีฟของแอลเอ เคาน์ตี้เชื่อว่า จะมีการประกาศเคอร์ฟิวอีกรอบในค่ำวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์ที่ยังไม่สงบนัก ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง โดยลอส แอนเจลิส เป็นเมืองแรกที่มีการประกาศเคอร์ฟิวเมื่อเย็นวันเสาร์ ก่อนที่เมืองรอบๆ เช่นเบฟเวอร์ลี่ฮิลส์, เวสท์ ฮอลลีวูด, คัลเวอร์ซิตี้, พาซาดีน่า และซานตามอนิก้า จะทำตาม

 

การชุมนุมประท้วงความอยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับคนผิวดำในสหรัฐอเมริกาครั้งนี้ มีต้นเหตุมาจาก จอร์จ ฟลอยด์ ผู้ต้องหาวัย 46 ปี ในเมืองมินนีอาโปลิส รัฐมินนิโซต้า ถูกตำรวจผิวขาวกระทำทารุณกรรมขณะจับกุมเมื่อวันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม โดยการใช้เข่ากดที่ต้นคอเป็นเวลาเกือบสิบนาที ทั้งที่จอห์จ ฟลอยด์ ถูกใส่กุญแจมือและนอนคว่ำแบบไร้ทางขัดขืน อีกทั้งได้ร้องบอกหลายครั้งว่า “ผมหายใจไม่ออก” ด้วย ซึ่งผลจากการทารุณกรรมดังกล่าว จอร์จ ฟลอยด์ มีอาการแน่นิ่งไปและเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา

 

ภาพเหตุการณ์จากคลิปวิดีโอที่มีผู้ถ่ายเอาไว้ สร้างความโกรธแค้นให้กับประชาชนทั่วประเทศเป็นอย่างมาก มีการประท้วงของกลุ่มคนผิวดำในมินนีอาโปลิส เป็นที่แรก เป็นการประท้วงที่ลุกลามเป็นการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย

 

ต่อมา ในวันอังคารที่ 26 พฤษภาคม นายตำรวจที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์รวม 4 นาย ถูกไล่ออก แต่สถานการณ์ก็ยังไม่สงบ เพราะกลุ่มผู้ประท้วงต้องการให้มีการดำเนินคดีกับตำรวจเหล่านั้น ทำให้การประท้วงตามเคมเปญ “ชีวิตคนดำมีค่า” หรือ Black Lives Matter ขยายความรุนแรงออกไปตามเมืองต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมีนักการเมือง และบุคคลที่มีชื่อเสียงออกมาร่วมสนับสนุนและวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์อยุติธรรมของคนผิวดำครั้งนี้มากขึ้นเรื่อยๆ 

 

การชุมนุมทวีความรุนแรงมากขึ้นในหลายเมือง มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการเผาทำลายทรัพย์สิน ร้านค้า และรถยนต์ อีกทั้งยังมีกลุ่มผู้ฉวยโอกาสบุกปล้นสินค้าจากร้านค้าต่างๆ ด้วย 

 

จนที่สุดเมื่อวันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สำนักงานอัยการของมินนีอาโปลิสได้ประกาศตั้งข้อหาฆาตกรรมระดับสาม (third-degree murder) และข้อหาฆ่าโดยไม่เจตนาระดับสอง (second-degree manslaughter) กับ ดีเร็ค ชูวิน เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นผู้ใช้เข่ากดคอของ จอร์จ ฟลอยด์ และมีการจับกุมตำรวจชั่วคนนี้ในวันเดียวกัน

 

แต่สถานการณ์ในวันดังกล่าวไม่มีทีท่าว่าดีขึ้น โดยแกนนำของกลุ่ม ชีวิตคนดำมีค่า เห็นว่าเป็นข้อหาที่เบาเกินไป เพราะทั้งสองข้อหาดังกล่าวหากพิสูจน์ได้ว่าผิดจริงจะมีโทษจำคุกเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น ทำให้การประท้วงยังคงมีอยู่ และทวีความรุนแรงมากขึ้นในวันศุกร์และเสาร์ กระทั่งมีการประกาศเคอร์ฟิว ขณะที่รัฐแคลิฟอร์เนียได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในบางพื้นที่ด้วย

 

ความคืบหน้า สยามทาวน์ยูเอส จะติดตามมาเสนอต่อไป.

.
.