ตั้งเป้าเปิดแอลเอเคาน์ตี้ แบบ’เซฟๆ’ในวันที่4ก.ค.


ตั้งเป้าเปิดแอลเอเคาน์ตี้ แบบ’เซฟๆ’ในวันที่4ก.ค.

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : แอลเอ เคาน์ตี้ ตั้งเป้าเปิดระบบเศรษฐกิจแบบ “เซฟๆ” ได้ในวันชาติ 4 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ส่วนในระดับ “ซิตี้” นั้น นายกเทศมนตรี ประกาศให้ธุรกิจอาบน้ำ-แต่งขนสุนัข และล้างรถ เปิดให้บริการได้แล้ว

 

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2020 นายกเทศมนตรีของนครลอส แอนเจลิส แถลงว่า เทศบาลได้อนุญาตให้ธุรกิจดูแลและฝึกสัตว์เลี้ยง (pet grooming, training businesses) และธุรกิจล้างรถที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองแอลเอ เปิดดำเนินธุรกิจได้อีกครั้งภายใต้มาตรการระวังความปลอดภัย ทั้งของพนักงานและลูกค้าอย่างเข้มงวด โดยให้คำสั่งดังกล่าวมีผลในทันที 

 

ในส่วนของธุรกิจดูแลและฝึกสัตว์เลี้ยงนั้น อนุญาตทั้งที่เป็นร้านค้า และบริการผ่านแอพพลิเคชั่น โดยผู้ใช้บริการทำได้เพียงรับและส่งสุนัข หรือสัตว์เลี้ยงที่หน้าร้าน หรือที่หน้าบ้าน ในกรณีที่เรียกใช้บริการผ่านแอพพลิเคชั่น โดยห้ามผู้ให้บริการเข้าไปในบ้านของลูกค้าอย่างเด็ดขาด

 

เช่นเดียวกับธุรกิจล้างรถ ที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบของเคาน์ตี้ อย่างเข้มงวด เช่นต้องจำกัดจำนวนลูกค้าที่อยู่ภายในตัวอาคาร, ใส่หน้ากากอนามัย และบังคับใช้ระเบียบเรื่องการเว้นระยะทางสังคมอย่างเข้มงวด เป็นต้น

 

อย่างไรก็ดี นายกเทศมนตรีย้ำด้วยว่า ถึงจะเริ่มอนุญาตให้ธุรกิจหลายๆ ชนิดเปิดให้บริการได้อีกครั้งแล้วก็ตาม แต่อันตรายจากโควิด-19 ในเขตเมืองแอลเอ ยังถือว่ารุนแรงอยู่ 

 

“หากใครคิดว่าเราพ้นอันตรายแล้ว ขอบอกว่ายัง วันนี้ อันตรายยังคงมีอยู่เหมือนกับวันแรก แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือเรามีวิธีที่ฉลาดขึ้นในการรับมือกับมัน” นายกเทศมนตรี กล่าว

 

วันเดียวกัน ซูเปอร์ไวเซอร์ แคทเทอรีน บาร์เจอร์ ได้ประกาศว่า ทางลอส แอนเจลิส เคาน์ตี้ ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเปิดระบบเศรษฐกิจเอาไว้ในวันที่ 4 กรกฎาคม แทนเป้าหมายเดิมที่วางเอาไว้ในเดือนสิงหาคม 

 

โดยแคทเทอรีน บาร์เจอร์ กล่าวว่าคณะทำงานเฉพาะกิจด้านฟื้นฟูเศรษฐกิจของ เคาน์ตี้ ซึ่งประกอบไปด้วยนักการเมือง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสาธารณสุข และตัวแทนจากภาคธุรกิจ ได้ทำงานอย่างหนักในการวางแผนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สำหรับการเปิดระบบเศรษฐกิจในวันที่ 4 กรกฎาคม นี้

 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า การเปิดระบบเศรษฐกิจแบบปลอดภัยของแอลเอ เคาน์ตี้ ในวันที่ 4 กรกฎาคม มีรายละเอียดอย่างไร และจะอนุญาตให้ร้านอาหารรับลูกค้าเข้าไปนั่งรับประทานในร้านได้หรือไม่

 

ซูเปอร์ไวเซอร์ ฮิลด้า โซลิส แถลงในวันเดียวกันว่า แผนการเปิดระบบเศรษฐกิจในวันที่ 4 กรกฎาคมดังกล่าว จะเป็นเพียงแค่การเปิดแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อผ่อนคลายความเครียดของประชาชนที่เกิดขึ้นจากคำสั่งสเตย์ แอท โฮม แต่หากประชาชนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอย่างเข้มงวดต่อไป การเปิดระบบเศรษฐกิจทั่วทั้งเคาน์ตี้ ก็จะต้องทอดเวลาออกไปอีก

 

“วันที่ 4 กรกฎาคม เป็นเพียงเป้าหมาย แต่เราต้องทำอย่างระมัดระวัง โดยอาศัยหลักฐานและข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนยึดมั่นและปฏิบัติตามคำสั่งด้านสาธารณสุข” ฮิลด้า โซลิส กล่าว และว่า “ในฐานะซูเปอร์ไวเวอร์ ดิฉันมีความห่วงใยอย่างมากว่าจะมีคนจำนวนไม่น้อย ไม่ฟังคำเตือนพวกนี้เลย”

 

ด้าน ดร.บาร์บาร่า เฟอร์เรอร์ หัวหน้าสำนักงานสาธารณสุขของ แอลเอ เคาน์ตี้ แถลงว่าอันตรายจากโควิด-19 ในลอส แอนเจลิส เคาน์ตี้ ยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล โดยบอกว่าในวันดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 76 คน ถือว่าเป็นตัวเลขผู้เสียชีวิตในรอบหนึ่งวันที่สูงที่สุดนับจากมีการระบาดของโควิด-19 เป็นต้นมา

 

ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุด ทำให้ยอดสะสมผู้เสียชีวิตของ แอลเอ เคาน์ตี้ อยู่ที่ 1,913 คน ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพิ่มขึ้นอีก 1,183 คน ทำให้ตัวเลขสะสมพุ่งไปที่ 39,573 คน

 

และก่อนหน้านั้น เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2020 เกวิน นิวซัม ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้แถลงถึงแนวทางการผ่อนคลายมาตรการ สเตย์แอทโฮม ภายในรัฐ ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจจำนวนมากในแคลิฟอร์เนีย สามารถเปิดทำการได้อีกครั้งในช่วง 2-3 สัปดาห์หน้า 

 

โดยผู้ว่าการรัฐฯ กล่าวว่า รัฐแคลิฟอร์เนีย ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการควบคุมโควิด-19 ทั้งในแง่ตัวเลขผู้ป่วยในโรงพยาบาล ในห้องไอซียู ระบบการตรวจหาเชื้อ การติดตามผล และการจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ ดังนั้น เขาจึงเชื่อมั่นว่าอีกไม่กี่วันข้างหน้า เคาน์ตี้ขนาดใหญ่ของรัฐ ก็น่าจะพร้อมสำหรับการเปิดระบบเศรษฐกิจระยะสอง (phase 2) ซึ่งจะหมายถึงการเปิดให้ประชาชนเข้าไปรับประทานอาหารในร้าน และสำนักงานธุรกิจต่าง สามารถเปิดทำงานได้

 

โดยการผ่อนคลายมาตรการ สเตย์แอทโฮมที่สำคัญที่สุดคือ การเลิกพิจารณาตัวเลขผู้เสียชีวิตของแต่ละเคาน์ตี้ และเปลี่ยนสัดส่วนผู้ติดเชื้อต่อประชากรทั้งหมด เป็น 25 คนต่อ 10,000 คนต่อเนื่องกัน 14 วัน จากเดิมที่เคยระบุว่า เคาน์ตี้ จะต้องไม่มีตัวเลขผู้เสียชีวิต และสัดส่วนระหว่างผู้ติดเชื้อกับประชากรทั้งหมดจะต้องไม่สูงเกิน 1 ต่อ 10,000 คนต่อเนื่องกัน 14 วัน 

 

นอกจากนี้ ข้อกำหนดใหม่ยังบอกบอกด้วยว่า ตัวเลขผู้ป่วยในโรงพยาบาล แต่ละสัปดาห์ จะต้องไม่เพิ่มขึ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ หรือเพิ่มน้อยกว่า 20 รายในระยะ 14 วัน

 

เกวิน นิวซัม กล่าวด้วยว่า ภายใต้การผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว จะทำให้เกือบทุกเคาน์ตี้ คือ 53 เคาน์ตี้ จาก 58 เคาน์ตี้ของแคลิฟอร์เนีย มีสิทธิ์พิจารณาเปิดระบบเศรษฐกิจของตัวเองภายในสัปดาห์แรกของเดือนมิถุนายน ทั้งการเปิดประตูต้อนรับลูกค้าของร้านอาหาร และร้านค้า, การแข่งขันกีฬาอาชีพต่างๆ รวมถึงร้านทำผม (Hair salons) และการประกอบกิจกรรมทางศาสนาด้วย แต่ทุกอย่างจะต้องเป็นไปภายใต้ความควบคุมดูแลของรัฐบาลท้องถิ่น คือหน่วยงานสาธารณสุขของแต่ละเคาน์ตี้ อย่างใกล้ชิด 

 

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าเสียใจว่า ลอส แอนเจลิส เคาน์ตี้ ซึ่งมีตัวเลขผู้ติดเชื้อประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของตัวเลขผู้ติดเชื้อทั้งรัฐแคลิฟอร์เนีย ไม่เข้าข่ายได้รับอนุญาตให้เปิดระบบเศรฐกิจระยะสองตามมาตรการใหม่ของผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ดังนั้นจึงเชื่อว่าเราจะยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในระยะเวลาอันใกล้นี้

 

รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องนี้ สยามทาวน์ฯ จะติดตามมานำเสนอต่อไป.

.
.