ประกาศ’เลื่อน’เสียภาษี จาก15เมษาออกไป90วัน


ประกาศ’เลื่อน’เสียภาษี จาก15เมษาออกไป90วัน

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : อเมริกาประกาศขยายกำหนดเสียภาษี ทั้งภาษีส่วนบุคคลและภาษีธุรกิจออกไป 90 วัน จากกำหนดเดิม (15 เมษายน) หวังผลจากเม็ดเงินกว่า 300 พันล้านดอลลาร์ ช่วยป้องกันเศรษฐกิจถดถอยเพราะวิกฤตไวรัสโควิด-19” 

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2020 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ นายสตีเวน มนูชิน ประกาศเลื่อนกำหนดวันสุดท้ายของการเสียภาษี ทั้งภาษีส่วนบุคคลและภาษีการค้า ออกไป 90 วันจากกำหนดเดิม คือวันที่ 15 เมษายนที่จะถึงนี้ 

โดยในส่วนของภาษีส่วนบุคคลนั้น รัฐมนตรีคลังระบุว่าสามารถเลื่อนการชำระได้สูงสุดถึง 1 ล้านดอลลาร์ ส่วนองค์กรธุกิจสามารถเลื่อนการชำระได้สูงสุดถึง 10 ล้านดอลลาร์ โดยไม่เสียค่าปรับหรือภาษีใดๆ 

อย่างไรก็ตาม ผู้เสียภาษีทุกคนจะต้องยื่นแบบฟอร์มขอเสียภาษีภายในวันที่ 15 เมษายนเหมือนเดิม เพียงแต่ยังไม่ต้องชำระภาษีจนกว่าจะครบ 90 วันเท่านั้น ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้เหตุผลว่า มีผู้เสียภาษีจำนวนมากที่จะได้รับเงินภาษีคืน (refund) และสามารถนำเงินก้อนนี้ไปใช้จ่ายในช่วงเศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงขาลง 

โดยนับจนถึงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  ไออาร์เอส ได้จ่ายเงินคืนภาษีให้กับผู้เสียภาษีไปแล้วมากกว่า 37.4 ล้านดอลลาร์ เฉลี่ยคนละ 3,125 ดอลลาร์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ กล่าวด้วยว่าการขยายเวลาออกไป 90 วันดังกล่าว เท่ากับว่าอนุญาตให้ผู้เสียภาษีมีเงินมากกว่า 300 พันล้านดอลลาร์สำหรับจับจ่ายใช้สอยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ในช่วงสองเดือนข้างหน้า

สตีเวน มนูชิน กล่าวว่า การขยายเวลาเสียภาษีดังกล่าว จะมีผลในทางปฏิบัติกับทุกคน ยกเวันกลุ่ม “ซูเปอร์ริช” หรือกลุ่มมหาเศรษฐี แต่ขณะนี้เขายังไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดของแผนนี้ อีกทั้งกรมสรรพากร หรือ ไออาร์เอส ก็ยังไม่ออกมาเปิดเผยถึงรายละเอียด หรือแนวปฏิบัติของแผนนี้แต่อย่างใด

ข่าวบอกว่า กรมสรรพากรสหรัฐฯ ใช้อำนาจภายใต้คำประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์​ เพื่อออกมาตรการเยียวยาเศรษฐกิจของประเทศหลายประการ โดยนอกจากการยืนเวลาการเสียภาษีออกไปสามเดือนแล้ว ยังรวมถึงการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศแผนซื้อคืนพันธบัตรเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงิน เพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วย

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้แถลงถึงแผนกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 8.5 แสนล้านดอลลาร์ รวมถึงวงเงิน 5 หมื่นล้านดอลลาร์แก่อุตสาหกรรมการบิน เพื่อประคองไม่ให้ธุรกิจสายการบินประสบภาวะล้มละลาย อันจะส่งผลให้มีคนตกงานจำนวนมหาศาล.