ฟาร์มไทยรับทุนก้อนโต้ พัฒนา’จิ้งหรีด’เพื่อส่งออก


ฟาร์มไทยรับทุนก้อนโต้ พัฒนา’จิ้งหรีด’เพื่อส่งออก


ฟาร์มจิ้งหรีดที่เชียงใหม่
ฟาร์มจิ้งหรีดที่เชียงใหม่


แป้งจิ้งหรีด
แป้งจิ้งหรีด


เอนเนอจี้บาร์ ทำจากแป้งจิ้งหรีดจากเชียงใหม่ ของ Sens Foods
เอนเนอจี้บาร์ ทำจากแป้งจิ้งหรีดจากเชียงใหม่ ของ Sens Foods


 

 

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ธุรกิจสตาร์ท-อัพเกี่ยวกับแมลงในเยอรมัน รับทุนถึง 2.1 ล้านดอลลาร์สำหรับพัฒนาฟาร์มจิ้งหรีดในประเทศไทย และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากจิ้งหรีดสำหรับตลาดโลก

 

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2020 เว็บไซต์ FoodNavigator-Asia.com รายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดในจังหวัดเชียงใหม่ของไทย ว่ากลุ่มทุนในประเทศสาธารณรัฐเชก ได้มอบเงินทุน 2.1 ล้านดอลลาร์ ให้กับบริษัท SENS Foods and the Cricket Lab ซึ่งเป็นธุรกิจสตาร์ท-อัพ เกี่ยวกับอาหารที่ผลิตจากแมลง ในประเทศเยอรมัน โดยเงินก้อนดังกล่าวจะถูกแบ่งเป็นสองส่วน คือส่วนแรกสำหรับใช้การพัฒนาสินค้าใหม่ๆ สำหรับผู้บริโภคในตลาดเยอรมัน และส่วนที่สอง นำมาใช้พัฒนาฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีดในจังหวัดเชียงใหม่

ข่าวบอกว่าปี 2019 ที่ผ่านมา บริษัทในเยอรมัน ซึ่งมีฐานการผลิตจิ้งหรีด อยู่ในเมืองไทยแห่งนี้ สามารถผลิตแป้งจิ้งหรีด (cricket flour) ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบของสินค้าอาหารต่างๆ มากมาย เช่นพาสต้า, เบเกอรี่ และ energy bar ฯลฯ ออกสู้ตลาดได้มากถึง 3.5 ตันทุกเดือน และปีนี้ ทางบริษัทต้องการปรับปรุงฟาร์มเลี้ยงในสังกัดของตนที่เชียงใหม่ ให้มีความทันสมัยมากขึ้น ทั้งระบบการให้น้ำและให้อาหาร โดยตั้งเป้าว่าจะลดค่าใช้จ่ายด้านแรงงานลงได้อย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์

ราเด็ก ฮูเช็ค (Radek Husek) ผู้ร่วมก่อตั้ง SENS Foods กล่าวว่าเป้าหมายหลักของเขาคือทำให้ฟาร์มเลี้ยงจิ้งหรีด และกระบวนการผลิตทั้งหมด มีประสิทธิภาพมากขึ้น

“เป้าหมายของเราไม่ใช่เพิ่มปริมาณการผลิต แต่ทำงานให้สอดคล้องกับหลักชีววิทยาของจิ้งหรีดและขั้นตอนการผลิต เพื่อทำให้สินค้ามีราคาถูกลง ซึ่งจะหมายถึงการผลิตอาหารพิเศษสำหรับเลี้ยงจิ้งหรีดในอนาคต ซึ่งจะเพิ่มผลผลิตต่อตารางเมตรให้มากขึ้น” เขากล่าว

นอกจากนี้ ทางบริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกเหนือจากแป้งจิ้งหรีด เช่นนำ้พริก (paste), น้ำมัน หรือแม้กระทั่งขนมอบ (patty) ประเภทต่างๆ 

นอกจากนี้ ฟาร์มในเมืองไทยของ SENS Foods ยังผลิต “จิ้งหรีดแช่แข็ง” ด้วย โดย ฮูเช็ค กล่าวว่าปัจจุบัน มีร้านค้าส่ง (makro store) ที่ขายจิ้งหรีดแช่เย็นของตนประมาณ 130 แห่ง 

"เป็นการยืนยันว่าคนไทยกำลังให้ความสนใจโปรตีนจากจิ้งหรีดมากขึ้นเรื่อยๆ” ฮูเช็ค กล่าว และว่าร้านค้าส่งแบบ Makro store จะไม่เปิดสำหรับบุคคลทั่วไป แต่เป็นผู้จัดส่งสินค้าให้กับร้านสะดวกซื้อ โรงเรียน โรงพยาบาล และธุรกิจต่างๆ

ฮูเช็ค บอกด้วยว่า ความฝันของเขาคือการมีอาหารยั่งยืน หรือ sustainable food วางจำหน่ายมากขึ้น และหวังว่าโปรตีนจากจิ้งหรีด จะเป็นที่นิยมของอุตสาหกรรมอาหารในเยอรมันมากขึ้นโดยเร็ว

สำหรับภูมิภาคเอเชียนั้น ฮูเช็คบอกว่าความสนใจโปรตีนจากแมลงกำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในเมืองไทย ญี่ปุ่นและเกาหลี ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้นำ ทั้งการเลี้ยงและการผลิตโปรตีนจากแมลง และว่าขณะนี้ ตนเองกำลังเจรจากับผู้จัดจำหน่ายในญี่ปุ่นเรื่องการนำเข้าแป้งจิ้งหรีดและสินค้าอาหารอื่นๆ ของ SENS Foods ด้วย

อย่างไรก็ดี ฮูเซ็คบอกด้วยว่า ประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่เป็นมุสลิม เช่นมาเลเซียและอินโดนีเซีย จะยังไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าอาหารจากแมลง เพราะปัจจุบัน อุตสาหกรรมอาหารจากแมลง ยังไม่ได้รับการรับรองว่าเป็นอาหารฮาลาล (halal certification) ดังนั้นประเทศเหล่านี้จึงมีความสนใจน้อยมาก

ทั้งนี้ ข่าวบอกว่า เงินทุนจำนวน 2.1 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นเงินไทยราวๆ 65 ล้านบาทดังกล่าวมาจากสามองค์กรคือ Presto Ventures, Reflex Capital และ UP21 ซึ่งเป็นกลุ่มทุนในกรุงปราก (Prague) ประเทศสาธารณรัฐเช็ก และว่าองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nation ; FAO) ได้ส่งเสริมให้คนหันมาบริโภคจิ้งหรีด ซึ่งเป็นแมลงที่บริโภคได้ เนื่องจากเป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกใหม่ที่มีราคาถูกและสามารถหาได้ง่ายในท้องถิ่น.