เชื่อสภาพฝนฟ้าเป็นใจ ‘ซูเปอร์บลูม’คัมแบ๊กแน่


เชื่อสภาพฝนฟ้าเป็นใจ ‘ซูเปอร์บลูม’คัมแบ๊กแน่


.
.


.
.


.
.


 

 

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : เชื่อดอกไม้ป่าในแคลิฟอร์เนียตอนใต้เบ่งบานเต็มทุ่งเต็มภูเขา เป็นปรากฎการณ์ซูเปอร์บลูมอีกครั้งในช่วงสปริงของปีนี้

สัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักข่าวหลายๆ สำนัก พากันเสนอบทความเกี่ยวกับปรากฎการณ์ “ซูเปอร์บลูม” หรือปรากฎการณ์ดอกไม้ป่าบานเต็มพื้นที่ว่างเปล่าหลายๆ จุดของรัฐแคลิฟอร์เนียภาคใต้ ทั้งที่เป็นหุบเขาและเนินเขา โดยเชื่อว่าปรากฎการณ์ดังกล่าวจะกลับมาอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือสปริง ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้

โดยประชาชนในรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ชมความงามของปรากฎการณ์ซูเปอร์บลูมกันเมื่อปี 2017 หลังจากมีปริมาณฝนตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่ ถือเป็นปรากฎการณ์ซูเปอร์บลูมครั้งแรกในรอบกว่าสิบปี เพราะแคลิเฟอร์เนีย เกิดสภาวะฝนแล้งถึงขั้นวิกฤติต่อเนื่องมาหลายปี จากนั้นปรากฎการณ์ซูเปอร์ก็กลับมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งปี 2018 และ 2019 โดยเฉพาะปีที่ผ่านมา ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ซูเปอร์บลูมครั้งใหญ่ ทุ่งดอกไม้เบ่งบานกินพื้นที่กว้างขวางหลายร้อยเอเคอร์ในหลายๆ จุด จนปรากฎการณ์ซูเปอร์บลูม ในบางจุด ได้เปลี่ยนเมืองเงียบสงบให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีผู้ไปชมความงามของทุ่งดอกไม้กันเป็นแสนคนในแต่ละสุดสัปดาห์

สำหรับปีนี้ ข่าวบอกว่าในพื้นที่แถบ แปซิฟิก เซาท์เวสท์ (แคลิฟอร์เนียใต้, อริโซน่า และทางใต้ของรัฐเนวาด้า) ได้มีฝนตกอย่างหนักในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ และพยากรณ์อากาศระบุว่าจะมีฝนอีกครั้งในช่วงระหว่าง 12-20 กุมภาพันธ์ รวมถึงอาจมีหิมะตกด้วย ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็น่าจะแน่ใจได้ว่าในพื้นที่ฝั่งนี้จะมีปรากฎการณ์ซูเปอร์บลูม หรืออย่างน้อยมีทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่เกิดขึ้นในราวเดือนมีนาคมเป็นต้นไป หรือช่วงเดียวกับปี 2019

เช่นเดียวกับที่ คริส ฮอน นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ของสำนักงานรักษาพันธุ์แคลิฟอร์เนีย ป็อปปี้ แอนทิโลป แวลเล่ย์ (the Antelope Valley California Poppy Reserve) ในเมืองแลงแคสเตอร์ ซึ่งเป็นสถานที่ชมทุ่งดอกแคลิฟอร์เนียป็อปปี้ ที่ใหญ่ที่สุดของแคลิฟอร์เนีย กล่าวกับแอลเอไทมส์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ช่วงที่ผ่านมา บริเวณดังกล่าวมีสภาพอากาศที่หนาวเย็น อันเป็นสภาพที่เหมาะสมกับการเกิดซูเปอร์บลูมมาก

“ถ้าเรามีปริมาณน้ำฝนที่คงที่ และมากพอที่จะทำให้เม็ดพันธุ์ป็อปปี้งอกงามขึ้นมาได้ แน่นอนว่าที่นี่จะมีซูเปอร์บลูมเหมือนปีที่แล้วอย่างแน่นอน”

คริส ฮอน บอกกับแอลเอไทมส์ ด้วยว่าขณะนี้เขาเร่ิมเห็นต้นอ่อนของแคลิฟอร์เนียป็อปปี้ เริ่มงอกพ้นผิวดินแล้ว เป็นเครื่องชี้ว่าเม็ดพันธุ์ส่วนใหญ่จะเริ่มงอกในเร็วๆ นี้ และจะเปลี่ยนพื้นที่แห้งแล้งหลายร้อยเอเคอร์ของศูนย์อนุรักษ์ฯ ในแอนทิโลป แวลเล่ย์ ให้เป็นพรมดอกไม้สีส้มได้ในราวเดือนมีนาคม

ส่วนหนังสือพิมพ์ Desert Sun ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเมืองปาล์มสปริง ได้อ้างคำสัมภาษณ์ของผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศวิทยา ชื่อ เจมส์ คอร์เน็ตต์ ซึ่งได้แสดงความเห็นในทำนองเดียวกันว่าสภาพการณ์ทุกอย่างชี้ไปในทางเดียวกัน ที่ต้องรอดูคือว่าซูเปอร์บลูมปีนี้จะยิ่งใหญ่เหมือนปี 2019 หรือไม่เท่านั้น

เว็บไซต์ของ Desert Sun บอกด้วยว่าหากต้องการชมดอกไม้ป่าในเวลานี้ (ต้นกุมภาพันธ์) ให้ไปชมได้ที่ โคเชลล่า แวลเล่ย์ (Coachella Valley) ในริเวอร์ไซด์ เคาน์ตี้ โดยเมืองที่จะเห็นทุ่งดอกไม้ป่าแน่นอนคือ คาธีโดรล ซิตี้ (Cathedral City) รวมถึงบริเวณทางเข้าด้านทิศใต้ของวนอุทยานแห่งชาติ โจชัวร์ทรี (Joshua Tree National Park)

และสำหรับที่ แอนซ่า-เบอร์เร็งโก้ เดสเสิร์ท สเตทปาร์ค (the Anza-Borrego Desert State Park) นั้น แอลเอไทมส์ อ้างคำกล่าวของ แดนนี่ แม็คคามิสท์ เจ้าหน้าที่ของปาร์ค ที่ให้ข้อมูลว่าปีนี้จะมีดอกไม้ป่าเบ่งบานงดงาม แต่จะถึงขั้นที่เรียกว่า “ซูเปอร์บลูม” ได้หรือไม่นั้น ยังคงต้องรอดูปริมาณฝนอีกสักระยะ

“ขอแค่อุณหภูมิตลอดเดือนกุมภาพันธ์ต่ำกว่า 75 องศา และมีน้ำฝนอีกสักหน่อย เชื่อว่าดอกไม้จะเบ่งบานเต็มพื้นที่แน่นอน” เขากล่าว

ไทมส์ บอกว่าจากปรากฎการณ์ “ซูเปอร์บลูม” ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นในปี 2019 ทำให้เกิดกระแสฟีเวอร์ ของผู้คนทั้งในรัฐแคลิฟอร์เนียและจากต่างรัฐ แห่แหนไปชมความงามของทุ่งดอกไม้ในบริเวณต่างๆ เป็นจำนวนมาก และบางคนไม่รักษากฎ มีการเด็ดดอกไม้ หรือเหยียบย่ำทุ่งดอกไม้เข้าไปถ่ายรูป อันเป็นเรื่องที่ “ต้องห้าม” อย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะเป็นการทำลายภาพอันสวยงาม และทำให้ผู้มาทีหลังหมดโอกาสได้เห็นแล้ว ยังเป็นการทำลายพันธุ์พืชให้ล้มตาย ก่อนจะมีเมล็ดสำหรับงอกงามในปีต่อๆ ไปอีกด้วย.