เกิด’โฟเบีย’ในแอลเอ กลัวคนเอเชียแพร่เชื้อร้าย


เกิด’โฟเบีย’ในแอลเอ กลัวคนเอเชียแพร่เชื้อร้าย

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ 2019 ก่อให้เกิดกระแสเกลียด-กลัวคนต่างชาติ (xenophobia) ในแคลิฟอร์เนีย ถึงขั้นเข้าชื่อเรียกร้องให้ปิดโรงเรียนในอัลอัมบร้า ซึ่งเป็นแหล่งคนจีน จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ส่วนคนไทยโดนหางเลข ถูกฉีดสเปรย์ฆ่าเชื้อใส่ในร้านฝรั่ง

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ข่าวเกี่ยวกับการแพร่ระบาดอย่างรุนแรงของ ไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ุใหม่ 2019 ซึ่งองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา ยังคงเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นรัฐที่มีชาวจีนและชาวเอเชียอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น

โดยเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซีบีเอส รายงานข่าวว่าในบรรดาชาวอเมริกัน 195 คนที่อพยพออกจากประเทศจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเครื่องบินโดยสารมาลงจอดที่ฐานทัพอากาศ มาร์ช ในริเวอร์ไซด์ เคาน์ตี้ และผู้โดยสารทั้งหมดถูกกักบริเวณเป็นเวลาสองสัปดาห์ หรืออย่างน้อยจนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ นั้น ขณะนี้มีผู้ป่วยด้วยอาการไข้สูง คล้ายกับอาการของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธ์ใหม่ อย่างน้อยหนึ่งคน เป็นเด็กที่ยังไม่มีการเปิดเผยเพศและอายุ โดยเด็กคนดังกล่าวถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยริเวอร์ไซด์ (Riverside University Health System-Medical Center) เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยขณะนี้กำลังรอผลตรวจเพื่อยืนยันจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค หรือ CDC ว่าเป็นผู้ป่วยจากไวรัสอันตรายชนิดนี้หรือไม่

ข่าวบอกว่าจนถึงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ มีผู้ป่วยจากไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ยืนยั นแล้วจำนวน 6 ราย เป็นผู้ป่วยใน แอลเอ เคาน์ตี้ หนึ่งราย, ออเรนจ์ เคาน์ตี้ หนึ่งราย, ซานตา คลาร่า เคาน์ตี้ สองราย และใน ซาน เบนนิโต้ เคาน์ตี้ ทางเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย อีกสองราย โดยทั้งหมด เป็นผู้ที่เพิ่งเดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีนทั้งสิ้น

หากมีการยืนยันว่าผู้ป่วยเด็กในริเวอร์ไซด์ เคาน์ตี้ เป็นผู้ป่วยจากไวรัสร้ายจริงๆ เด็กคนนี้ก็จะกลายเป็นผู้ป่วยรายที่เจ็ดของรัฐแคลิฟอร์เนีย

นอกจากผู้ป่วยในแคลิฟอร์เนียทั้ง 6 รายแล้ว ยังมีผู้ป่วยในรัฐอื่นๆ อีกรวมทั้งสิ้น 11 คน โดยรายที่ 7 อยู่ในชิคาโก้ เป็นผู้ป่วยหญิงวัย 60 เศษๆ, รายที่ 8 เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยแมสซาชูเส็ทท์ ในบอสตัน, รายที่ 9 และ 10 เป็นเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยอริโซน่า และรายที่ 11 เป็นผู้ชายวัย 30 เศษๆ ในรัฐวอชิงตัน โดยทุกคนเพิ่งเดินทางกลับจากเมืองอู่ฮั่นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทั้งสิ้น

แม้สถานการณ์ของไวรัสร้ายในอเมริกา จะไม่น่ากลัวเหมือนในบางประเทศก็ตาม แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตทั่งโลก ที่เพิ่มขึ้นเป็น 427 คนจากผู้ป่วยมากกว่า 20,500 คน ก็ก่อให้เกิดกระแสเกลียด-กลัวคนต่างชาติ ซึ่งคำศัพท์แพทย์เรียกว่า เซ็นโนโฟเบีย (xenophobia) ขึ้นในแคลิฟอร์เนีย เห็นได้จากมีการเข้าชื่อในคำร้องบนเว็บไซต์ มากกว่า 13,000 ชื่อเพื่อให้เขตการศึกษาอัลฮัมบร้า (Alhambra Unified School District) ซึ่งเป็นเขตการศึกษาที่นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กเชื้อสายจีน ทำการปิดโรงเรียนทั้งหมดอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายจะยุติลง โดยข่าวบอกว่าจำนวนผู้ลงชื่อกว่า 13,000 คนดังกล่าว ใช้เวลาหลังจากมีการโพสต์คำร้องขึ้นเว็บไซต์เพียงไม่กี่วันเท่านั้น

กระแสเกลียดกลัวคนเอเชียดังกล่าว ส่งผลกระทบถึงคนไทยด้วยเช่นกัน เช่นคุณแพท (Patty Wong) คนไทยในลอส แอนเจลิส รายหนึ่ง โพสต์ภาพตัวเองใส่หน้ากากอนามัย และข้อความบนเฟสบุ๊กส่วนตัว เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านว่า “ใส่แบบนี้ เดินไปซื้อกับข้าวในตลาดฮ่องกง (ตลาดคนจีน) เค้าใส่หน้ากากกันทุกคน เพราะต่างก็กลัวไวรัสกันหมด แต่พอไปอีกที่ restaurant depot อันนี้มีแต่ฝรั่ง โห!!!กลับมองเพ่เป็นตัวเชื้อโรค ซะงั้น”

Patty Wong บอกด้วยว่าตอนไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์ เธอถูกพนักงานฉีดด้วยสเปรย์ฆ่าเชื้อโรค (Lysol spray) ด้วย

“เจ็บใจตรง เคาท์เตอร์มันเอา Lysol spray มาฉีดใส่ นี่ถ้าไม่ติดว่า อาหารที่บ้านหมด เพ่ไม่ออกไปเสี่ยงหรอกนะ” เธอระบุ.

 

 

 

คุณแพท (Patty Wong)
คุณแพท (Patty Wong)