ดาราเดินหน้าชนทรัมป์ บนเวที’ลูกโลกทองคำ’


ดาราเดินหน้าชนทรัมป์ บนเวที’ลูกโลกทองคำ’


แพทริเซีย อาร์เควตต์
แพทริเซีย อาร์เควตต์


มิเชล วิลเลียมส์
มิเชล วิลเลียมส์


เรมี ยุสเซฟ
เรมี ยุสเซฟ


แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : งานประกาศผลลูกโลกทองทำกลายเป็นเวทีที่คนฮอลลีวูดใช้แสดงความเห็นสวนกระแสโดนัลด์ ทรัมป์ทั้งประเด็นอิมมิแกรนท์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิทธิสตรี และนโยบายกับประเทศอิหร่าน 

งานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำ ครั้งที่ 77 ที่มีขึ้น ณ โรงแรมเบฟเวอร์ลีฮิลล์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา นอกเหนือจากผลรางวัลในหัวข้อต่างๆ จะเป็นที่จับตาของผู้คนทั่วโลกแล้ว สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันก็คือสุนทรพจน์ของผู้ได้รับรางวัลสาขาต่างๆ เพราะที่ผ่านมา เวทีลูกโลกทองคำ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกนี้ มักจะถูก “ฮอลลีวูด” ใช้เป็นที่แสดงออกซึ่งความเห็นทางการเมืองอย่างรุนแรงเสมอ

เริ่มตั้งแต่รางวัลแรกที่มีการประกาศ คือรางวัล นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากซีรี่ส์ทางทีวี ประเภทตลก ซึ่งได้แก  เรมี ยุสเซฟ จาก Ramy นักแสดงเชื้อสายอียิปต์ ที่กล่าวสุนทรพจน์แบบตลกขบขัน แต่เน้นเรื่องความหลากหลายเชื้อชาติ รวมถึงชาวมุสลิม และการเป็นผู้อพยพในอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เหมารวมว่าเป็นปัญหาของประเทศอเมริกา

“เราสร้างโชว์เกี่ยวกับครอบครัวมุสลิมจากอาหรับ ที่อาศัยอยู่ในนิวเจอร์ซี่”  เรมี ยุสเซฟ กล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ก่อนที่หยุด เพื่อให้ผู้ชมคิดตาม และหัวเราะกันครืนใหญ่

คนต่อมาที่ใช้เวทีลูกโลกทองคำในการแสดงให้เห็นถึงแนวคิดที่สวนทางกับผู้นำสหรัฐฯ คือ รัสเซลล์ โครว์ ดาราสัญชาติออสเตรเลีย ที่ได้รับรางวัลดารานำชาย จากภาพยนตร์หรือมินิซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ เรื่อง The Loudest Voice โดยที่รัสเซลล์ โครว์ ไม่สามารถมารับรางวัลด้วยตัวเองได้ เพราะกำลังทำงานช่วยเหลือวิกฤติไฟป่าอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย แต่ได้ส่งสุนทรพจน์มา และผู้ประกาศผลรางวัล คือเจนนิเฟอร์ อนีสตัน เป็นผู้อ่านสุนทรพจน์ฉบับนั้น

“อย่าได้เข้าใจผิด โศกนาฎกรรมที่กำลังเกิดขึ้นในออสเตรเลียเป็นผลมาจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ” นักแสดงหนุ่มระบุในสุนทรพจน์ “เราต้องแก้ไขด้วยหลักวิทยาศาสตร์ ขับเคลื่อนกองทัพแรงงานของโลกเราไปยังแหล่งพลังงานทดแทน และต้องนับถือโลกของเรามากขึ้น”

ทั้งนี้ สุนทรพจน์ดังกล่าว เป็นถือว่า “สวนทาง” กับท่าทีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ประกาศตลอดมาว่าเขาไม่เชื่อเรื่องสภาวะโลกร้อน และความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ อีกทั้งได้ประกาศถอนตัวจากความตกลงปารีส ซึ่งเป็นกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยบอกว่าการใส่ใจปัญหาดังกล่าว คือภาระทางเศรษฐกิจของประเทศ และจะทำให้ประเทศอิสเดียและจีน ได้ผลประโยชน์

ซึ่งในประเด็นไฟป่าครั้งใหญ่ในออสเตรเลียนี้ ยังมีนักแสดงอีกหลายคนที่แสดงความกังวัล และให้กำลังใจกับผู้ประสบภัย เช่น วาคีน ฟีนิกซ์ (ผู้รับดารานำชาย ดราม่า จากเรื่อง Joker), อัลเลน เดอเจนเนอเรส และเคท เบลนเชทท์ เป็นต้น

ขณะที่นักแสดงหญิง แพทริเซีย อาร์เควตต์ ซึ่งได้รับรางวัลนักแสดงสมทบหญิง ในประเภทซีรี่ส์หรือภาพยนตร์ทางทีวี จากเรื่อง The Act กล่าวตำหนิประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในประเด็นอิหร่านอย่างชนิดไม่อ้อมค้อม 

โดยนักแสดงวัย 51 ปีกล่าวว่า ในอนาคตข้างหน้า อาจไม่มีใครจดจำงานประกาศผลลูกโลกทองคำ ในค่ำคืนนี้ เพราะคืนนี้จะถูกบันทึกว่าเป็นคืนที่สหรัฐฯ กำลังเสี่ยงต่อการเข้าสู่สงคราม และว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ทวิตข้อความข่มขู่ว่าจะถล่มสถานที่สำคัญ 52 จุด รวมถึงสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของอิหร่าน ซึ่งเธอบอกว่าจะทำให้คนหนุ่มสาวที่อยู่ระหว่งการเดินทางท่องโลก หรือคนที่ไม่รู้เรื่อง ต้องตกอยู่ในสภาพที่เสี่ยงอันตรายอย่างมาก

“ฉันอ้อนวอนคุณทุกคน ให้มอบโลกที่ดีกว่ากับลูกๆ ของเรา” และปิดท้ายด้วยว่าเราจำเป็นต้องเรียกร้องให้ทุกคนที่เรารู้จัก ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งประธานาธิบดี ในปี 2020 ด้วย

มิเชล วิลเลียมส์ ผู้คว้ารางวัลนักแสดงนำหญิง ในประเภทมินิซีรี่ส์หรือภาพยนตร์ทางทีวี จาก Fosse/Verdon กล่าวสุนทรพจน์ในประเด็นสิทธิ์ของสตรีในการทำแท้ง ซึ่งก็เป็นประเด็นที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อต้านเช่นกัน

ทั้งนี้ ผลรางวัลลูกโลกทองคำประจำปี 2020 ซึ่งแยกออกเป็นภาพยนตร์ และโทรทัศน์ นั้น มีดังนี้

1 ประเภทภาพยนตร์

-ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทดราม่า ได้แก่ “1917”

-ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทตลกหรือเพลง ได้แก่ “Once Upon a Time in Hollywood”

-นักแสดงนำชายในภาพยนตร์ประเภทดราม่า ได้แก่ วาคีน ฟีนิกซ์ (“Joker”)

-นักแสดงนำหญิงในภาพยนตร์ประเภทดราม่า ได้แก่ เรเน่ เซลวีเกอร์ (“Judy”)

-นักแสดงนำชายในภาพยนตร์ตลกหรือเพลง ได้แก่ ทารอน เอ็จเจอร์ตัน (“Rocketman”)

-นักแสดงนำหญิงในภาพยนตร์ประเภทตลกหรือเพลง ได้แก่ อควาฟีนา (“The Farewell”)

-นักแสดงสมทบชายประเภทภาพยนตร์ ได้แก่ แบรด พิตต์ (“Once Upon a Time in Hollywood”)

-นักแสดงสมทบหญิงประเภทภาพยนตร์ ได้แก่ ลอรา เดิร์น (“Marriage Story”)

-ภาพยนตร์อนิเมชั่นยอดเยี่ยม ได้แก่ “Missing Link”

-ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ ได้แก่ “Parasite” (เกาหลีใต้)

-ผู้กำกับภาพยนตร์ ได้แก่ แซม เมนเดส (“1917”)

-บทภาพยนตร์ ได้แก่ “Once Upon A Time In Hollywood”

-ดนตรีประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ “Joker”

-เพลงประกอบภาพยนตร์ ได้แก่เพลง ได้แก่ (I’m Gonna) Love Me Again จาก “Rocketman”

ประเภทรายการทางโทรทัศน์

-ซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ยอดเยี่ยม ประเภทดราม่า ได้แก่  “Succession” (HBO)

-นักแสดงนำชายในซีรี่ส์ ประเภทดราม่า ได้แก่ ไบรอัน ค็อกซ์ (“Succession”)

-นักแสดงนำหญิงในซีรี่ส์ประเภทดราม่า ได้แก่ โอลิเวีย โคลแมน (“The Crown”)

-ซีรี่ส์ทางทีวียอดเยี่ยม ประเภทตลก ได้แก่ “Fleabag”

-นักแสดงนำชายในซีรี่ส์ทางทีวี ประเภทตลก ได้แก่ เรมี ยุสเซฟ (“Ramy”)

-นักแสดงนำหญิงในซีรี่ส์ทางทีวี ประเภทตลก ได้แก่  ฟีบี้ วอลเลอร์-บริดจ์ (“Fleabag”)

-มินิซีรี่ส์หรือภาพยนตร์ทางทีวียอดเยี่ยม ได้แก่  “Chernobyl” (HBO)

-นักแสดงนำชายในภาพยนตร์หรือมินิซีรี่ส์ทางโทรทัศน์ ได้แก่ รัสเซลล์ โครว์ (“The Loudest Voice”)

-นักแสดงนำหญิงในประเภทมินิซีรี่ส์หรือภาพยนตร์ทางทีวี ได้แก่ มิเชล วิลเลียมส์ (“Fosse/Verdon”)

-นักแสดงสมทบชายในซีรี่ส์หรือภาพยนตร์ทางทีวี ได้แก่  สเตลแลน สการ์สการ์ด (“Chernobyl”)

-นักแสดงสมทบหญิงในประเภทซีรี่ส์หรือภาพยนตร์ทางทีวี ได้แก่ แพทริเซีย อาร์เควตต์ (“The Act”)