ตระเวนแอลเอ 484


ตระเวนแอลเอ 484


แคลิฟฯ ติดอันดับหนึ่งรัฐที่คนเกษียณไม่ควรอยู่
แคลิฟฯ ติดอันดับหนึ่งรัฐที่คนเกษียณไม่ควรอยู่


โรงงานเบียร์ริมฟรีเวย์ 210 อาจต้องปิด
โรงงานเบียร์ริมฟรีเวย์ 210 อาจต้องปิด


ขายของริมถนน ทำได้แต่ต้องมี “เพอร์มิต”
ขายของริมถนน ทำได้แต่ต้องมี “เพอร์มิต”


รพ.เซ็นต์ วินเซนท์ ปิดกิจการ
รพ.เซ็นต์ วินเซนท์ ปิดกิจการ


แคลิฟฯ ติดอันดับหนึ่งรัฐที่คนเกษียณไม่ควรอยู่

บริษัท แบล็คทาวเวอร์ ไฟแนนเชียล เมเนจเมนท์ กรุ๊ป ทำการวิจัยในหัวข้อ “รัฐที่ผู้เกษียณอายุไม่ควรอาศัยอยู่” โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่นค่าครองชีพ อาชญากรรม และอายุเฉลี่ยของประชากร ซึ่งผลการวิจัยพบว่ารัฐแคลิฟอร์เนีย รั้งอันดับหนึ่ง เพราะนำโด่งทั้งประเด็นค่าครองชีพและปัญหาอาชญากรรม

แต่หากพิจารณาเฉพาะเรื่องราคาที่พักอาศัย (unaffordable housing prices) นั้น รัฐแคลิฟอร์เนียยังถือว่าอยู่ในอันดับที่ดีกว่าอลาสก้าและฮาวาย ซึ่งติดอันดับหนึ่งและสองอยู่เล็กน้อย

โดยรัฐที่เหมาะที่สุดสำหรับผู้เกษียณอายุนั้น ผลการวิจัยบอกว่าคือรัฐไอโอว่า, มินนิโซต้า และเวอร์มอนท์ 

นอกจากคนวัยเกษียณแล้ว รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะลอส แอนเจลิส ยังไม่เหมาะกับคนวัยทำงานด้วยเช่นกัน โดยผลการวิจัย WalletHub's Best Cities for Jobs in 2020 หรือเมืองที่มีการจ้างงานมากที่สุดของปี 2020 พบว่าเมืองลอส แอนเจลิส ติดอันดับดับที่ 127 จากเมืองใหญ่ทั่วอเมริกากว่า 180 เมือง

อย่างไรก็ดี ยังมีอีกหลายเมืองของแคลิฟอร์เนีย ที่มีตำแหน่งงานค่อนข้างมากในปี 2020 เช่นซานฟรานซิสโก (อันดับที่ 3), ฟรีมอนท์ (อันดับ 5) และซานโฮเซ่ (อันดับที่ 15) โดยตำแหน่งงานส่วนใหญ่เป็นงานในอุตสาหกรรมไฮเทค.

 

ขายของริมถนน ทำได้แต่ต้องมีเพอร์มิต

นับจากวันที่ 1 มกราคม 2020 ผู้ที่ประสงค์จะเปิดแผงขายอาหารหรือสินค้าริมถนนในเมืองลอส แอนเจลิส สามารถทำได้โดยถูกต้องตามกฎหมาย เพียงต่อต้องยื่นขอใบอนุญาต หรือ permit จากเทศบาลก่อนเท่านั้น

ทั้งนี้เป็นไปตากฎหมายใหม่ของรัฐแคลิฟอร์ที่เพิ่งมีผลบังคับเมื่อปีที่ผ่านมา ว่าด้วยการห้ามไม่ให้เมืองต่างๆ ในรัฐปิดกั้นการขายของข้างถนน (street vendor) เป็นเหตุให้แต่ละเมืองต้องหาวิธีการควบคุมบรรดาพ่อค้าแม่ขายที่เปิดแผงริมถนน เพื่อไม่ให้กีดขวางทางเดินเท้า ปัญหาขยะ หรือปิดบังหน้าร้านค้าธุรกิจต่างๆ เอาเอง

ในส่วนของเมืองลอส แอนเจลิส นั้น นอกจากการกำหนดบริเวณห้ามขายของริมถนนที่ชัดเจน (no-vending zones) เช่นถนนฮอลลีวูด, ดอจเจอร์ สเตเดี้ยม, ฮอลลีวูดโบวล์, สเตเปิล เซ็นเตอร์, โคลีเซียม หรือการกำหนดให้มีแผงขายของเพียงสองจุดต่อหนึ่งช่วงถนนแล้ว ยังกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องยื่นขอใบอนุญาตจากเทศบาลด้วย โดยยื่นขอได้จากสำนักงาน StreetsLA (เปลี่ยนชื่อจาก Bureau of Street Services) ซึ่งตั้งอยู่ที่ 1149 S. Broadway #350  

ข่าวบอกว่าในช่วงหกเดือนแรกของปี 2020 นี้ ผู้ยื่นขอใบอนุญาตขายของริมถนน จะเสียค่าธรรมเนียม 291 ดอลลาร์ (ต่อปี) เพราะถือว่าเป็นช่วงของการปรับตัว และจะไม่มีการปรับผู้ขายของโดยไม่มีใบอนุญาต แต่หลังจากวันที่ 1 กรกฎาคม 2020 ค่าธรรมเนียมจะปรับขึ้นเป็น 541 ดอลลาร์ต่อปี และมีการออกตรวจ รวมถึงสั่งปรับผู้ขายของโดยไม่มีใบอนุญาตอย่างจริงจัง

ขณะนี้ยังไม่เป็นที่แน่ชัดถึงอัตราค่าปรับของการขายของริมถนนโดยไม่มีใบอนุญาต.

 

โรงผลิตเบียร์ริมฟรีเวย์ 210 อาจต้องปิด

โรงงานเบียร์มิลเลอร์ บริวเวอร์รี่ ในเมืองเออร์วินเดล ซึ่งชาวเมืองแอลเอ คุ้นตาขณะขับรถผ่านฟรีเวย์ 210 มาตลอดหลายสิบปี อาจจะถูกปิดในราวเดือนกันยายน ศกนี้ หลังจากบริษัทแม่ คือ มอลสัน คูร์ส (Molson Coors) แถลงเมื่อวันที่ 6 มกราคมที่ผ่านมาว่าจะย้ายฐานการผลิตไปยังรัฐอื่น

โดยบริษัทมอลสัน คูร์ส บอกว่าความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมาจากยอดขายเบียร์ ที่ลดน้อยลง และย้ำว่าสภาพการทำธุรกิจในรัฐแคลิฟอร์เนีย ไม่ใช่ปัจจัยใดๆ ในการตัดสินใจดังกล่าว

โรงงานเบียร์ริมฟรีเวย์ 210 แห่งนี้ เปิดครั้งแรกเมื่อปี 1980 โดยทำการผลิตเบียร์แบรนด์ดังๆ เช่น Miller Lite, Coors Lite, Miller High Life, MGD, Steel Reserve, Miller 64 และเบียร์อีกหลายแบรนด์ของ แพ็บส์ บริววิง (Pabst Brewing Co.) ด้วย โดยปี 2019 ที่ผ่านมา โรงงานแห่งนี้ ผลิตเบียร์มากถึง 4.8 ล้านบาร์เรลล์

มอลสัน คูร์ส ระบุด้วยว่ากำลังอยูระหว่างเจรจาขายโรงผลิตเบียร์ดังกล่าวให้กับบริษัท แพ็บส์ ผู้ผลิตเบียร์หลายแบรนด์ เช่น Pabst Blue Ribbon, Jacob Best, Ballantine, Schlitz ในวงเงิน 150 ล้านดอลลาร์ ซึ่งข่าวบอกว่าแพ็บส์ มีเวลา 120 วันในการตัดสินใจ.

 

รพ.เซ็นต์ วินเซนท์ ปิดกิจการ

โรงพยาบาลเซ็นต์ วินเซนต์ (St. Vincent Medical Center) หนึ่งในโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุดของแคลิฟอร์เนียใต้ กำลังจะปิดกิจการลง หลังจากไม่สามารถหาผู้มาซื้อสถานที่เพื่อประกอบธุรกิจต่อไปได้ โดยบริษัท เวอไรตี้ เฮลท์ ซิสเต็ม กลุ่มทุนซึ่งเข้ามาซื้อกิจการโรงพยาบาลเก่าแก่แห่งนี้ตั้งแต่ปี 2015 ได้แถลงข่าวนี้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความสับสนให้กับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล ซึ่งมีมากถึง 1,099 คนเป็นอย่างมาก

โดยบริษัทเวอไรตี้ฯ ซึ่งได้ยื่นขอล้มละลายตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2018 บอกว่าจะทำการโยกย้ายคนไข้ ฃองโรงพยาบาลเซ็นต์ วินเซ็นต์ฯ ไปยังโรงพยาบาลในเครือ ซึ่งมีอีกแแปดแห่งอย่างมีระเบียบ ก่อนที่จะทำการปิดประตูอย่างเป็นทางการ แต่ยังไม่ได้ระบุแน่นอนว่าจะเป็นวันใด.

ทั้งนี้ โรงพยาบาลเซ็นต์ วินเซ็นต์ ใกล้ดาวน์ทาวน์ ลอส แอนเจลิส เปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1856 หรือ 164 ปีที่แล้ว.