ตร.เวกัสยังไม่สรุปคดี หนุ่มเผาวัด-ยิงตัวตาย


ตร.เวกัสยังไม่สรุปคดี หนุ่มเผาวัด-ยิงตัวตาย


.
.


.
.


.
.


ภาพความเสียหายของวัดพุทธภาวนา ลาสเวกัส
ภาพความเสียหายของวัดพุทธภาวนา ลาสเวกัส


กงสุลใหญ่ฯ มังกร ประทุมแก้ว เดินทางไปยังตรวจเยี่ยมวัดพุทธภาวนา ลาสเวกัส เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2019
กงสุลใหญ่ฯ มังกร ประทุมแก้ว เดินทางไปยังตรวจเยี่ยมวัดพุทธภาวนา ลาสเวกัส เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2019


แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ตำรวจยังไม่สรุปคดีหนุ่มวัย 38 ปี พยายามเผาวัดพุทธภาวนา ลาสเวกัส และยิงปืนใส่คนดูแลวัด ก่อนพยายามเผาบ้านในบริเวณใกล้วัดอีกหลัง และยิงตัวตายเมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พร้อมขอเบาะแสจากประชาชนเพื่อความกระจ่างในคดี

กรณีคนร้ายบุกเข้าไปในวัดพุทธภาวนา เมืองลาสเวกัส เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.ของวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2019 เพื่อพยายามเผาวัด และเมื่อมีผู้ดูแลวัดออกมาพบเห็น คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่หลายนัด ก่อนจะหลบหนีไป แต่เดชะบุญที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ ตามกระแสข่าวที่สยามทาวน์ยูเอส ได้นำเสนอไปแล้วนั้น

รายงานข่าวเพิ่มเติมระบุว่าในคืนดังกล่าว คนร้ายไม่ได้ลงมือวางเพลิงที่วัดพุทธภาวนาเพียงแค่จุดเดียว แต่ได้วางเพลิงบ้านพักอีกหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างจากวัดพุทธภาวนาเพียงเล็กน้อย โดยบ้านที่ถูกคนร้ายวางเพลิงนั้น อยู่บนถนนโลแกน (Logan Ave.) ห่างจากวัดพุทธภาวนาไปประมาณสองช่วงถนน ซึ่งขณะเกิดเหตุมีคนอยู่ในบ้าน 4 คน อายุระหว่าง 14-39 ปี โดยทุกคนหนีออกจากบ้านได้ โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ดับเพลิง สามารถคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็ว บ้านหลังดังกล่าวจึงได้รับความเสียหายไม่มากนัก

หลังจากนั้น คนร้ายได้หนีเข้าไปบริเวณหลังบ้านอีกหลัง และได้ใช้ปืนยิงตัวเองจนเสียชีวิตที่นั่น

ข่าวจากสื่อท้องถิ่นในลาส เวกัส รายงานเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2019 โดยอ้างคำแถลงของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หลังจากชันสูตรศพแล้ว ตำรวจสามารถชี้ตัวคนร้ายได้ว่าคือนาย ดีเร็ค เด็บโรว่า (Derek Debrowa) ชาวเมืองนอร์ธ ลาสเวกัส อายุ 38 ปี

โดยนายดีเร็ค เด็บโรว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับวัดพุทธภาวนา และบ้านที่เขาพยายามจะเผา รวมถึงบ้านหลังที่เขาใช้เป็นจุดตัวตายด้วย

ทั้งนี้ ข่าวบอกด้วยว่าเมื่อวันอังคารที่ 17 ธันวาคมนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายศาลเพื่อตรวจยึดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อีเล็กโทรนิกอื่นๆ ของนายดีเร็ค เด็บโรว่า จากบ้านพักมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยหวังว่าจะได้เบาะแส หรือทราบถึงแรงจูงใจที่ให้นายดีเร็ค เด็บโรว่า ก่อเหตุการณ์ดังกล่าวได้บ้าง

ข่าวอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยว่า นายดีเร็ค เด็บโรว่า ยังคงอยู่พักอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรม เป็นคนว่างงาน และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขา 

โดยพ่อและแม่ของคนร้ายให้การกับตำรวจด้วยว่า พบเสื้อผ้าของลูกชาย เปียกชุ่มไปด้วยน้ำมัน ถูกทิ้งเอาไว้ที่สนามหลังบ้านเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนเกิดเหตุ และเมื่อทราบว่าปืนของตน ซึ่งครอบครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ได้หายไปพร้อมกับลูกชาย จึงตัดสินใจแจ้งความ

ข่าวบอกด้วยว่าขณะนี้ ตำรวจนอร์ธ ลาส เวกัส ยังไม่สรุปถึงสาเหตุที่ทำให้ นายดีเร็ค เด็บโรว่า ก่อเหตุรายดังกล่าว แต่เชื่อว่าเขาลงมือโดยลำพัง และว่าคดีนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน หากผู้ใดมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี สามารถติดต่อสถานีตำรวจ นอร์ธ ลาสเวกัส ได้ที่หมายเลข 702-633-9111 หรือให้เบาะแสโดยไม่ต้องแสดงตัวได้ที่ 702-385-5555.

โดยในคืนเกิดเหตุ คือวันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคมนั้น คนดูแลวัด ซึ่งแจ้งว่าชื่อ “พีท” ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เขาได้กลิ่นควันไฟเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. จึงออกมาดูและเห็นไฟไหม้โบสถ์ แต่เมื่อวิ่งมาเพื่อดับไฟก็ถูกคนร้าย ซึ่งเขาบอกว่าอยู่ในสภาพเกือบเปลือย ถือถังใส่น้ำมันสีแดง ยิงใส่ รวมถึงยิงใส่แม่ของเขา ซึ่งออกมาดูเหตุการณ์ด้วย แต่เดชะบุญที่กระสุนพลาดเป้าไป

“เขาตะโกนว่า ฉันเกลียดแก ฉันเกลียดแก (I hate you) สองครั้งหลังจากนั้น” พีทกล่าว

โดยคนร้ายได้จุดไฟในวัดสองจุด คือนอกจากโบสถ์ ซึ่งเป็นอาคารหลักแล้ว ยังได้พยายามเผาศาลเจ้าแม่กวนอิม ซึ่งอยู่ในบริเวณวัดด้วย โดยเปลวไฟได้สร้างความเสียหายให้กับวัดพุทธภาวนาพอสมควร ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิง จะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

ระหว่างก่อเหตุ คนร้ายได้ยิงปืนในวัดหลายนัด แต่พระสงฆ์และฆารวาส ซึ่งอยู่ในวัด ณ เวลาเกิดเหตุรวม 6 คน ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ โดยตำรวจพบร่องรอยกระสุนหลายจุด เช่นบริเวณเหล็กดัดที่หน้าต่าง และฝังอยู่ในหมอน ภายในวัด เป็นต้น

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม นายมังกร ประทุมแก้ว กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส ได้เดินทางไปยังวัดพุทธภาวนา นครลาสเวกัส เพื่อกราบนมัสการพระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่และลูกศิษย์วัดผู้ประสบเหตุ โดยกงสุลใหญ่ฯ ได้รับฟังเหตุการณ์จากพระสงฆ์และลูกศิษย์วัดที่ประสบเหตุ ตรวจเยี่ยมบริเวณที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงได้พบปะพูดคุยกับชุมชนไทยในพื้นที่ ที่มาร่วมเก็บกวาดทำความสะอาดวัดด้วย

นอกจากนี้ กงสุลใหญ่ฯ ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนท้องถิ่นที่ให้ความสนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงสาเหตุที่เดินทางมาและบทบาทหน้าที่ของสถานกงสุลใหญ่ฯ ในการคุ้มครองดูแลคนไทยอีกด้วย

ทั้งนี้ พระสงฆ์และลูกศิษย์วัดได้กลับเข้าพักอาศัยในวัดพุทธภาวนาตามปกติแล้ว.