ศึก’อุลตร้าแมน’ยังไม่จบ บริษัทมะกันพ่ายอุทธรณ์


ศึก’อุลตร้าแมน’ยังไม่จบ บริษัทมะกันพ่ายอุทธรณ์


สมโพธิ แสงเดือนฉาย และกลุ่มนักธุรกิจอเมริกัน ร่วมกันแถลงข่าวที่ลอส แอนเจลิส เมื่อปี 2013 ถึงโครงการสร้างภาพยนตร์เรื่องอุลตร้าแมนเวอร์ชั่นฮอลลีวูด และโครงการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุลตร้าแมนออกจำหน่ายในสหรัฐฯ ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ยังไม่สามารถเป็นจริงได้
สมโพธิ แสงเดือนฉาย และกลุ่มนักธุรกิจอเมริกัน ร่วมกันแถลงข่าวที่ลอส แอนเจลิส เมื่อปี 2013 ถึงโครงการสร้างภาพยนตร์เรื่องอุลตร้าแมนเวอร์ชั่นฮอลลีวูด และโครงการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอุลตร้าแมนออกจำหน่ายในสหรัฐฯ ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ยังไม่สามารถเป็นจริงได้


 

แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ประกาศยืนคำตัดสินศาลชั้นต้นว่าลิขสิทธิ์ของอุลตร้าแมนในสหรัฐฯ เป็นของซึบูราย่า ไม่ใช่ของ ยูเอ็มซี ที่อ้างว่าได้รับลิขสิทธิ์มาจาก สมโพธิ แสงเดือนฉาย ตามที่อ้าง เป็นการเปิดทางโล่งให้มาร์วัลนำซูเปอร์ฮีโร่จากเอเชีย มาสร้างเป็นคอมมิกบุ๊ก และนิยายภาพ (graphic novels) ในเร็วๆ นี้

บริษัท ซึบูราย่า โปรดักชั่น (Tsuburaya Productions) แถลงเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2019 ว่าศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ (United States Court of Appeal for the Ninth Circuit) ในซานฟรานซิสโก ประกาศยืนคำตัดสินของศาลชั้นต้นว่า ลิขสิทธิ์ในตลาดสากล (นอกประเทศญี่ปุ่น) ของ อุลตร้าแมน เป็นของ ซึบูราย่า ไม่ใช่เป็นของ ยูเอ็ม คอร์เปอเรชั่น (ยูเอ็มซี) ตามที่ยูเอ็มซีอ้างว่าได้รับลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องมาจาก สมโพธิ แสงเดือนฉาย แห่งไชโย โปรดักชั่น ในประเทศไทย โดยคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ดังกล่าว มีออกมาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2019

โดยการฟ้องร้องละเมิดลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนในสหรัฐฯ ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากบริษัท เวอร์ดาน่า เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ได้นำซีรีย์อุลตร้าแมนฉบับดั้งเดิม เช่นอุลตร้าคิว, อุลต้าแมน และอุลต้าเซเว่น ออกเผยแพร่ทางยูทูป เมื่อปี 2014 โดยบริษัทเวอร์ดาน่า อ้างว่าได้รับอนุญาตให้ใช้สิทธิช่วง (sub–license) ในการเผยแพร่มาจาก ยูเอ็มซี ซึ่งเมื่อซึบูราย่า ทราบเรื่อง ได้แจ้งให้ เวอร์ดาน่า นำซีรีย์อุลตร้าแมนเหล่านั้นลงจากยูทูป โดยอ้างว่าลิขสิทธิ์เหนืออุลตร้าแมนยังเป็นของซึบูราย่า โดยสมบุรณ์  ซึ่งบริษัท เวอร์ดาน่าฯ ได้ปฏิบัติตาม

การอ้างสิทธิ์เหนืออุลตร้าแมนในตลาดอินเตอร์เนชั่นแนล ของซึบูราย่า ดังกล่าว ทำให้ ยูเอ็มซี ซึ่งเชื่อว่าตนเองได้รับลิขสิทธิ์ของอุลตร้าแมนในตลาดต่างประเทศ (นอกประเทศญี่ปุ่น) แต่เพียงผู้เดียว (exclusive licensing rights) มาจากบริษัทไชโย โปรดักชั่น ตั้งแต่ปี 2008 ได้ตัดสินใจฟ้องร้องซึบูราย่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2015 และถูก ซึบูราย่าฟ้องกลับ 

ทั้งนี้ ซึบูราย่า อ้างตลอดมาว่าสัญญามอบลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนนอกประเทศญี่ปุ่น ที่สมโพธิ แสงเดือนฉาย ได้มาจากโนโบรุ ซึบูราย่า ผู้บริหารรุ่นที่สองของซึบูราย่าเมื่อวันที่ 4 มีนาคม  1976 นั้นเป็นของปลอม

จนถึงเดือนตุลาคม 2017 คณะลูกขุนของศาลแขวงในลอส แอนเจลิส ได้ลงมติว่าลิขสิทธิของอุลตร้าแมนในสหรัฐฯ เป็นของซึบูราย่า และยูเอ็มซี ได้ยื่นขอให้ศาลกลับคำตัดสิน แต่ได้รับการปฏิเสธในเดือนมีนาคม 2018 ก่อนจะประกาศยืนยันคำตัดสินเดิมในเดือนสิงหาคม 2018

ข่าวบอกว่าหลักฐานสำคัญ ที่คณะลูกขุนใช้ตัดสินคดีนี้ คือภาพถ่าย (digital copy) หนังสือเดินทางเล่มเก่าของสมโพธิ แสงเดือนฉาย ซึ่งน่าจะใช้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นจริงๆ ในวันที่ 4 มีนาคม 1976 ซึ่งเป็นวันที่มีการลงนามในสัญญายกลิขสิทธิ์ของเหล่าอุลตร้าแมนนอกประเทศญี่ปุ่นให้เขา ซึ่งภายหลัง ผู้พิพากษาได้กล่าวว่า ภาพดิจิตัลของหนังสือเดินทางที่นำมาเสนอในศาล ถือเป็นหลักฐานที่ “ง่ายต่อการปลอมแปลง” มากเกินกว่าจะพิสูจน์อะไรได้

ต่อมา ยูเอ็มซี ได้ยื่นเรื่องต่อศาลอุทธรณ์ในเดือนพฤษภาคม 2018 โดยยื่นคำร้องว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นในระหว่างการพิจารณาคดี ส่งผลให้คณะลูกขุนรู้สึกอคติ ต่อ ยูเอ็มซี ดังนั้นจึงขอให้มีการพิจารณาใหม่ โดยข่าวบอกว่าในช่วงที่ผ่านมา มีการโต้เตียงกันด้วยวาจา และนำเสนอเอกสารต่างๆ ของทั้งสองฝ่าย ก่อนที่ล่าสุด ศาลอุทธรณ์ จะปฏิเสธไม่รับคำฟ้องของ ยูเอ็มซี เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 

ทั้งนี้ การฟ้องร้องระหว่างยูเอ็มซี และซึบูราย่า ในสหรัฐฯ เป็นเหตุการณ์ล่าสุดของศึกแย่งลิขสิทธิ์ของอุลตร้าแมน ระหว่างซึบูราย่า กับสมโพธิ แสงเดือนฉาย ที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ และยืดเยื้อมานานหลายปี

โดยจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง เกิดขึ้นเมื่อผู้บริหารของซึบูราย่า ชุดปัจจุบัน ฟ้องศาลว่าสัญญามอบลิขสิทธิ์ของอุลต้าแมนนอกประเทศญี่ปุ่นให้กับ สมโพธิ แสงเดือนฉาย ซึ่งลงนามโดย โนโบรุ ซึบูราย่า (ทายาทของอาจารย์เอยิ ซึบูราญ่า เจ้าของฉายา “ปรมาจารย์ทางด้านสเปเชียลเอฟเฟกซ์” ผู้ก่อตั้งบริษัทซึบูราย่า) เมื่อปี 1976 นั้นไม่เป็นที่น่าเชื่อถือ โดยการฟ้องร้องให้มีการพิสูจน์สัญญาฉบับประวัติศาสตร์ ครั้งแรกมีขึ้นเมื่อปี 1996 หรือหนึ่งปีหลังจากที่ โนโบรุ ซึบูราย่า เสียชีวิต โดยมีการยื่นฟ้องในในสามประเทศ ซึ่งอุลตร้าแมน มีมูลค่าค่อนข้างสูง คือในประเทศปุ่น จีน และไทย 

ต่อมา ศาลของประเทศไทยตัดสินให้ สมโพธิ แสงเดือนฉาย แพ้คดี โดยอ้างผลการพิสูจน์ลายมือในสัญญาของผู้เชี่ยวชาญ ที่ระบุว่าไม่น่าเชื่อถือ เป็นเหตุให้ สมโพธิ แสงเดือนฉาย ถูกฟ้องร้องเอาผิดในคดีปลอมเอกสาร ซึ่งเป็นคดีอาญาด้วย แต่สัญญาฉบับเดียวกัน กลับได้รับการยืนยันว่าเป็นของแท้ โดยผู้เชี่ยวชาญในประเทศญี่ปุ่น เป็นเหตุให้สมโพธิ์ แสงเดือนฉาย ชนะคดีในประเทศญี่ปุ่น ส่วนในประเทศจีนนั้น ในชั้นแรกศาลตัดสินให้สมโพธิ แสงเดือนฉาย เป็นฝ่ายแพ้คดี แต่ต่อมา ศาลได้กลับคำพิพากษา เพื่อให้ตรงกับคำตัดสินของศาลญี่ปุ่น

ซึ่งผลการตัดสินคดีที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ทำให้คดีการแย่งลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน นอกประเทศญี่ปุ่น ไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เป็นเหตุความพยายามในการสร้างภาพยนตร์เรื่องอุลตร้าแมน โดยผู้สร้างในสหรัฐฯ ไม่สามารถเป็นจริงได้ อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดการฟ้องร้องต่อเนื่องอีกหลายคดี รวมถึงคดีที่บริษัทสร้างภาพยนตร์ในจีน ชื่อ BlueAre ถูกฟ้องร้องโดยซึบูราย่า เพราะสร้างอนิเมชั่นเรื่อง Dragon Force: So Long, Ultraman ออกฉายในประเทศจีนเมื่อเดือนตุลาคม 2017 หลังจากได้รับลิขสิทธิมาจากไชโย โปรดักชั่น ในประเทศไทยด้วย

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2019 มีข่าวที่สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ของ อุลตร้าแมน ในอเมริกา เมื่อตัวแทนของ มาร์วัล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ และซึบูราย่า โปรดักชั่น ได้เปิดแถลงข่าวในงาน โตเกียว คอมมิกคอน ที่ประเทศญี่ปุ่นว่า ผู้ผลิตซูเปอร์อีโร่ยักษ์ใหญ่จากสองทวีป จะร่วมกันนำเอาเรื่องราวของอุลตร้าแมน ซึ่งยืนยาวมาตั้งแต่ยุค 1960s มานำเสนอใหม่อีกครั้งในรูปแบบของคอมมิกบุ๊ก และนิยายภาพ (graphic novel) โดยมาร์วัล ซึ่งถือว่าเป็น “หัวแถว” ของวงการหนังสือคอมมิก รับหน้าที่เป็นผู้ผลิต มีวางแผนว่าจะจะวางแผงหนังสืออุลตร้าแมน ในปี 2020 ซึ่งชนะคดีลิขสิทธิ์ในอเมริกาของซึบูราย่าครั้งล่าสุด คงทำแผนการของ มาร์วัล ในการนำเอา อุลตร้าแมน มาเผยแพร่ในอเมริกา มีโอกาสเป็นจริงได้มากขึ้น.

ส่วนเรื่องราวที่ทำให้นายสมโพธิ แสงเดือนฉาย อ้างว่าเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนนอกประเทศญี่ปุ่นนั้น เริ่มขึ้นตั้งแต่สมัยที่เขาทำงานอยู่กับธนาคารออมสิน (ตำแหน่งช่างถ่ายภาพยนตร์) ถูกส่งไปฝึกงานที่โรงถ่ายโตโฮ ของญี่ปุ่น และมีโอกาสมอบตัวเป็นศิษย์ของอาจารย์ เอยิ ซึบูราย่า ผู้ควบคุมโรงถ่ายโตโฮ ในเวลานั้น เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับเทคนิคการสร้างภาพยนตร์

สมโพธิ แสงเดือนฉาย เล่าว่าในช่วงเวลาดังกล่าว อาจารย์เอยิ ซึบูราย่า กำลังสร้างซูเปอร์ฮีโร่ชื่ออุลตร้าแมนอยู่ มีการออกแบบหน้าตาของอุลตร้าแมนหลายเวอร์ชั่น ก่อนจะลงตัวที่เวอร์ชั่นของสมโพธิ แสงเดือนฉาย ซึ่งใช้ภาพของพระพุทธรูปขนาดใหญ่ ชื่อพระอัฏฐารศ แห่งวัดมหาธาตุ จ.สุโขทัย เป็นต้นแบบ

ส่วนการที่นายสมโพธิ แสงเดือนฉาย กลายเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ของอุลตร้าแมน นั้น เป็นเพราะบุตรชายของอาจารย์เอยิ ซึบูราย่า ชื่อ โนโบรุ ซึบูราย่า ซึ่งรับช่วงตำแหน่งผู้บริหารบริษัทซึบูราย่าต่อจากพ่อ ได้ยื่นข้อเสนอโอนลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน (นอกประเทศญี่ปุ่น) ให้กับนายสมโพธิ แสงเดือนฉาย เพื่อค้ำประกันเงินกู้ 16.2 ล้านเยน โดยเขาจะนำไปสร้างภาพยนตร์เรื่อง จัมโบ้เอ และเมื่อจัมโบ้เอ ออกฉายในญี่ปุ่นและประสบความสำเร็จอย่างสูงในปี 1976 นายโนโบรุ ได้ปฏิเสธที่จะคืนเงินต้น แต่ยินยอมให้นายสมโพธิ แสงเดือนฉาย ถือลิขสิทธิ์ของอุลตร้าแมน (นอกประเทศญี่ปุ่น) ต่อไป เพราะในเวลานั้น อุลตร้าแมนยังไม่เป็นที่รู้จักนอกประเทศญี่ปุ่นมากนัก

แต่หลังจากที่อุลตร้าแมน กลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่จากเอเชียที่ทั่วโลกรู้จัก และสามารถทำเงินได้มหาศาลจากลิขสิทธิ์สินค้าที่เกี่ยวข้อง ทำให้ลูกชายของ นายโนโบรุ ซึบูราย่า ซึ่งรับช่วงบริษัทซึบูราย่า โปรดักชั่น ต่อจากพ่อ ได้ฟ้องร้องต่อศาล ทั้งในญี่ปุ่นและประเทศไทย ในปี 1997 อ้างว่าสัญญาลิขสิทธิ์ของอุลตร้าแมนที่นายสมโพธิ แสงเดือนฉาย ถืออยู่นั้นเป็นของปลอม จึงเกิดการต่อสู้ในชั้นศาลขึ้น.