สามี-ภรรยาร้าน’ใบตอง’ สลับเข้าคุกเพื่อเลี้ยงลูก


สามี-ภรรยาร้าน’ใบตอง’ สลับเข้าคุกเพื่อเลี้ยงลูก


สนับสนุนข่าวโดย Centro ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากธรรมชาติ สำหรับผู้มีปัญหาข้อเข่าและข้อต่อกระดูก ผ่านการรับรองจาก FDA ของสหรัฐอเมริกา
สนับสนุนข่าวโดย Centro ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมจากธรรมชาติ สำหรับผู้มีปัญหาข้อเข่าและข้อต่อกระดูก ผ่านการรับรองจาก FDA ของสหรัฐอเมริกา


แอลเอ (สยามทาวน์ยูเอส) : สองสามีภรรยาเจ้าของร้านใบตองและหน่อย ไทย คูซีนในซีแอตเติล และฮาวาย ถูกศาลสั่งจำคุกหกและสี่เดือน จากข้อหาอาญาฉ้อโกงภาษี โดยเมตตาให้สลับกันรับโทษเพื่อดูแลลูกท่ียังเล็ก 

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2019 ศาลแขวงซีแอตเติล ได้ตัดสินโทษจำคุกนายพรชัย ชัยสีห์ (Pornchai Chaiseeha) อายุ 41 ปี เป็นเวลา 4 เดือน และนางชดิลลดา ลภางกูร (Chadillada Lapangkura) หรือหน่อย วัย 40 ปี เป็นเวลา 6 เดือน จากความผิดในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงรัฐบาลกลาง โดยการใช้ซอฟแวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อปรับตัวเลขรายรับของร้านอาหารหลายแห่งซึ่งทั้งสองเป็นเจ้าของ 

โดยผู้พิพากษา เจมส์ แอล โรเบิร์ท ระบุในแถลงการณ์ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ว่า  “พวกเขาเข้ามาประเทศนี้ ดินแดนแห่งโอกาส ไม่ยอมจ่ายภาษีของเขา และสร้างฐานะจนร่ำรวย”

ส่วนอัยการ ไบรอัน ที โมรัน ระบุว่า การใช้ซอฟต์แวร์สำหรับเลี่ยงภาษี (tax zapper software) ไม่ใชแค่เพียงโกงภาษีของรัฐและของรัฐบาลกลางเท่านั้น ยังเป็นการเอาเปรียบคู่แข่งทางธุรกิจ ที่ปฏิบัติตามกฎหมายอีกด้วย 

“ผมขอยกย่องฝ่ายสอบสวนทั้งของรัฐและรัฐบาลกลางสำหรับการทำงานของเขา จำเลยทั้งสองคิดว่าเพียงแค่กดปุ่มคอมพิวเตอร์ก็สามารถทำเรื่องฉ้อโกงนี้ได้ ซึ่งพวกเขาคิดผิด” อัยการสหรัฐฯ กล่าว

ทั้งนี้ สองสามีภรรยา เป็นเจ้าของและหุ้นส่วนของร้านอาหารไทยหลายแห่ง ทั้งในรัฐวอชิงตัน โอเรก้อน และฮาวาย บางแห่งใช้ชื่อ ใบตอง และบางแห่งใช้ชื่อว่า หน่อย ไทยคูซีน

คำฟ้องระบุว่า ร้านอาหารเหล่านี้ ใช้ระบบ พอยท์ออฟเซลล์ ติดตั้งซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Zapper ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อปรับตัวเลขรายรับที่เป็นเงินสดให้ต่ำกว่าความเป็นจริง (cash suppression) ในการทำบัญชีร้านอาหารของตัวเองหลายสาขาในช่วงระหว่างปี 2010-2016 โดยประเมินว่าทางร้านมีรายได้เป็นเงินสดที่ไม่ได้แจ้งเสียภาษีมากถึง 1,034,750 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นยอดภาษีที่หลีกเลี่ยงได้ถึง 299,806 ดอลลาร์ 

คำฟ้องระบุต่อไปว่า สองสามีภรรยา ได้ใช้เงินสดดังกล่าวในการจ่ายค่าแรงพนักงานแบบใต้โต๊ะ เพื่อเลี่ยงภาษีการจ้างงาน (employment tax) ทั้งระดับรัฐ และระดับรัฐบาลกลาง และอีกส่วนหนึ่งถูกโอนไปเข้าบัญชีธนาคารในประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ นายพรชัย ชัยสีห์ และนางชดิลลดา ลภางกูร ได้ยอมรับผิดตามข้อกล่าวหาตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2019 ตามข้อเสนอของอัยการเพื่อแลกกับการลดหย่อนโทษ และยินยอมจ่ายเงินภาษีย้อนหลังจำนวน 299,806 ดอลลาร์ให้กับรัฐ และรัฐบาลกลางด้วย 

นอกจากนี้ ผู้พิพากษา เจมส์ โรเบิร์ท ยังสั่งให้ นางชดิลลดา ลภางกูร จ่ายค่าปรับให้กับ ไออาร์เอส (สำนักงานสรรพากรสหรัฐฯ) เป็นเงิน 10,000 ดอลลาร์ ส่วนนายพรชัย ชัยสีห์ ต้องจ่าย 7,500 ดอลลาร์ด้วย ข่าวบอกด้วยว่าสองสามีภรรยา ยังอาจถูกฟ้อร้องในคดีแพ่ง โดยไอาร์เอส ต่อไปได้อีกด้วย

นอกจากโทษจำคุกแล้ว ผู้พิพากษายังสั่งให้สองสามีภรรยา ต้องทำงานรับใช้ชุมชน (community service) อีก 80 ชั่วโมงด้วย

ทั้งนี้ ข่าวบอกว่าผู้พิพากษาเมตตาให้สองสามีภรรยาสลับกันรับโทษจำคุก เพื่อให้หนึ่งในสองได้ดูแลลูกชายสองคน ที่ยังเป็นผู้เยาว์อยู่.