บุคคลหน้าสาม :  มาเรีย สุรกุล หัวหน้าเชฟของพีชังก้า รีสอร์ท แอนด์ คาสิโน


บุคคลหน้าสาม :  มาเรีย สุรกุล หัวหน้าเชฟของพีชังก้า รีสอร์ท แอนด์ คาสิโน


เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา มีข่าวที่เรียกความร้องความสนใจจากผู้อยู่ในอุตสาหกรรมอาหารของแคลิฟอร์เนีย รวมถึงผู้ติดตามความเคลื่อนไหวในอุตสาหกรรมนี้ได้พอสมควร นั่นคือข่าว พีชังก้า รีสอร์ท แอนด์ คาสิโน ในเมืองเทเมคคูล (Temecula) ได้ประกาศแต่งตั้งหัวหน้าเชฟ (head chef) ที่เป็นผู้หญิงพร้อมกันสามคน สำหรับรับผิดชอบร้าน หรือแผนกต่างๆ ในคาสิโนยักษ์ใหญ่ของแคลิฟอร์เนียแห่งนี้

เพราะการแต่งตั้งหัวหน้าเชฟเป็นผู้หญิงพร้อมกันถึงสามคน ทำให้คาสิโนใหญ่ มีหัวหน้าเชฟหญิงเพิ่มเป็นสี่คน จากตำแหน่งหัวหน้าเชฟทั้งหมด 12 คน....

เป็นความเปลี่ยนแปลงแบบเห็นได้ชัด สำหรับตำแหน่งหัวหน้าเชฟ ที่มักจะเป็นตำแหน่งของผู้ชายเสียเป็นส่วนใหญ่

จึงเป็นข่าวที่สื่อมวลชนในแคลิฟอร์เนียหลายแขนงให้ความสนใจ เช่น นสพ.เดอะซานดิเอโก้ ยูเนียน ทริบูน ที่บอกว่าเชฟหญิงทั้งสาม ผ่านการคัดเลือกมาด้วยวิธีการที่ “โหด” ไม่แพ้รายการทีวี “ท็อปเชฟ” เพราะมีทั้งการสัมภาษณ์ การปรุงอาหาร (ห้าจานในหนึ่งชั่วโมง) โดยให้คะแนนจากไอเดีย การนำเสนอ และรสชาติ ชนิดไม่แน่จริงๆ ก็ไม่มีทางผ่านการคัดเลือกให้มารับหน้าที่ที่มีความรับผิดชอบสูง อย่างตำแหน่ง “หัวหน้าเชฟ” ของคาสิโนที่ใหญ่ที่สุดของแคลิฟอร์เนียแห่งนี้ได้

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือหนึ่งในหัวหน้าเชฟ ที่เพิ่งได้รับการโปรโมทขึ้นมาคือผู้หญิงไทย ชื่อมาเรีย สุรกุลได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบภัตตาคารสไตล์แพน-เอเชีย ฟิวชั่นชื่อแบมบู

คอลัมนิสต์ของซานดิเอโก้ยูเนียนฯ ได้สัมภาษณ์หัวหน้าเชฟหญิงทั้งสามคน ซึ่งเราขอตัดตอนนำเสนอเฉพาะบทสัมภาษณ์เชฟไทยเราให้พวกเราได้อ่านกัน ดังนี้

บทความของซานดิเอโก้ยูเนียน บอกว่ามาเรีย สุรกุล ซึ่งมีตำแน่งเป็น “แบมบู เฮด เชฟ” นั้น มีอายุ 53 ปี แต่งงานแล้ว และเป็นคนไทย

“เธอสนใจอาหารตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ผ่านอาหารที่ปรุงโดยแม่ของเธอ และต่อมาขณะเป็นวัยรุ่น เธอและเพื่อนก็จะตระเวนรับประทานตามร้านต่างๆ โดยต่างคนต่างสั่งอาหารที่ไม่เหมือนกัน เพื่อให้ได้ลองลิ้มรสหลายๆ จาน” บทความระบุ และว่าเพราะความสนใจเรื่องอาหาร และต้องการขยายโลกแห่งการครัว เธอจึงตัดสินใจเดินทางมาศึกษาต่อที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 17 ปี

“ฉันรักการปรุงอาหารเพราะฉันชอบกิน ก็เลยเรียนรู้การปรุงอาหารดีๆ” มาเรีย สุรกุล เล่า และว่าเมื่อเดินทางมาถึงลอส แอนเจลิส ในช่วงแรกๆ นั้น เธอเข้าทำงานในครัวของร้านอาหารทุกแห่ง ที่รับเธอเข้าทำงาน โดยระยะแรกจะเน้นไปที่ร้านอาหารแม็กซิกัน และร้านแฮมเบอร์เกอร์ เป็นส่วนใหญ่

“นั่นทำให้ฉันรู้ตัวว่ารักการปรุงอาหาร แต่ไม่ใช่ฟาสต์ฟู้ด” เธอกล่าว ดังนั้นเมื่อมีโอกาส จึงเข้าศึกษาต่อที่สถาบันอาหารแห่งหนึ่งในออเรนจ์ เคาน์ตี้ และต่อมาเธอและสามีก็ได้เปิดร้านอาหารไทยขึ้นมาที่เมืองอาร์ตีเซีย เป็นเวลา 14 ปี ก่อนจะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่เทเมคคูลา และเข้าทำงานที่ พีชังก้าฯ ในปี 2005 ในตำแหน่ง kitchen supervisor ในฟูดคอร์ด 

ต่อมาในปี 2011 เมื่อพีชังก้าฯ ได้เปิดภัตตาคารเอเชีย แบมบู ขึ้น และดึงตัวเธอมาทำงานที่นี่ โดยมาเรีย สุรกุล บอกว่าเธอรับผิดชอบตั้งแต่คิดเมนู และคิดสูตรอาหาร และทำหน้าที่รับผิดชอบครัวเอชียแห่งนี้เรื่อยมา จนกระทั่งผ่านการคัดเลือก และ “โปรโมท” เป็นหัวหน้าเชฟของ แบมบู เมื่อราวเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งในตำแหน่งนี้ มาเรีย สุรกุล มีทีมงานให้ดูแลมากถึง 13 คน

ภาระหน้าที่ในการดูแลอาหารเอเชีย ถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับพีชังก้า เพราะอาหารเอเชียเป็นที่นิยมมาก เห็นได้จากมีภัตตาคารเอเชียถึงสามแห่งในคาสิโนแห่งนี้ คือนอกจากแบมบูล้วก็มี Blazing Noodles และ Umi นอกจากนี้ยังมีครัวจีน แบบที่เรียกว่า wok area ในส่วนที่เป็นอาหารบัฟเฟ่อีกด้วย

สิ่งที่ มาเรีย สุรกุล บอกว่าเป็นจุดเด่นของเธอในการปรุงอาหาร นอกจากรสชาติแล้วก็คือการนำเสนอ (presentation) และการตกแต่ง (garnishing)

“ฉันรักที่จะเห็นรอยยิ้มของลูกค้าเวลาที่อาหารมาถึง... คุณรับประทานด้วยสายตาก่อน”

ส่วนเทคนิคการทำงานในครัวของหัวหน้าเชฟไทยคนนี้คือ การ “ไว้ใจ” ซึ่งกันและกัน 

“ในขณะที่ฉันปล่อยให้ตัวเองมีความคิดสร้างสรรค์นั้น ในความเป็นหัวหน้าทีม ฉันก็สนับสนุนให้ลูกทีมมีความคิดสร้างสรรค์เหมือนกัน” เธอบอก

ส่วนอาหารจานเด่น ที่เรียกว่า “star dishes” ของหัวหน้าเชฟหญิงไทยคนนี้ เธอบอกว่าเธอชอบอาหารรสเผ็ด และเพิ่งจะแนะนำอาหารที่เรียกว่า chili pepper shrimp ให้ลูกค้าของแบมบู ได้ลองรับประทาน

แม้ว่าจะรักการปรุงอาหารมากแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ที่บ้าน เธอจะปลอยหน้าที่ในครัวให้เป็นของสามี ที่ร่วมชีวิตกันมานานถึง 30 ปี โดยจะเลี่ยงไปทำสวน หรืออ่านตำราอาหารแทน และหากมีเวลาว่างก็จะเดินทางท่องเที่ยว ทั้งในเอเชียและยุโรป เพื่อหาแรงบันดาลใจในการทำงาน โดยบอกว่าชอบกรุงบาร์เซโลน่าที่สุด ในฐานะที่เป็น foodie destination

กับความสำเร็จในวันนี้ มาเรีย สุรกุล บอกว่ามาจากการทำงานหนัก และไม่ท้อถอย

“ก่อนจะมานี่ ทุกคนบอกว่าอเมริกานี่ดี คุณจะทำอะไรก็สำเร็จได้ เหมือนที่ในทีวีบอก แต่ความจริก็คือคุณต้องทำงานหนักถึงจะสำเร็จได้ เขาไม่ได้บอกแบบนี้ ในทีวีไม่ได้บอกเอาไว้”

ส่วนคำแนะนำสำหรับเชฟหญิงรุ่นใหม่ ที่อยากจะประสบความสำเร็จในอาชีพการงานนั้น มาเรีย สุรกุล บอกว่า ให้มีความเชื่อมั่นในตัวเองว่าสามารถไปให้ถึงจุดสูงสุดได้ และอย่าท้อถอย เลิกล้มกลางทาง

มาเรีย สุรกุล พูดถึง “ดรีมจ็อบ” หรืองานในฝันของเธอว่าคืองานที่เธอทำอยู่ในปัจจุบัน

นี่คือความฝันอันสูงสุดของฉัน ก่อนจะมาทำงานที่พีชังก้า ฉันบอกตัวเองว่าจะต้องเป็นหัวหน้าเชฟที่นี่ให้ได้ และตอนนี้ก็ได้เป็นแล้วเธอกล่าวอย่างภาคภูมิใจ.