มิเชลล์ โอบามา ออกโรง “ทรัมป์ไม่เหมาะสมและไม่มีความสามารถพอ”


มิเชลล์ โอบามา ออกโรง “ทรัมป์ไม่เหมาะสมและไม่มีความสามารถพอ”

โดย : แต้เจี้ยนหมิง

 

ระหว่างวันที่ 17-20 สิงหาคม 2020 เป็นช่วงที่พรรคเดโมแครต จัดการประชุมใหญ่ของพรรค ที่ศูนย์การประชุมในเมืองมิลวอล์คกี้ รัฐวิสคอนซิน เพื่อประกาศรับรองอดีตรองประธานาธิบดี โจ ไบเดน เป็นตัวแทนของพรรคในสนามเลือกตั้งประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ 

 

แต่ปัญหาการระบาดของโควิด-19 ทำให้การประชุมใหญ่ ที่เคยเป็นงานใหญ่ระดับชาติ มีผู้คนร่วมงานนับหมื่นคน ต้องกลายเป็นงานเล็กๆ ที่มีผู้เข้าร่วมแค่ “หลักร้อย” เท่านั้น โดยมีการถ่ายทอดการประชุมผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของพรรค รวมทั้งมีการถ่ายทอดสดโดยสำนักข่าวต่างๆ แทน

 

หนึ่งใน “ไฮไลต์” ของการประชุมใหญ่วันแรก คือการปราศรัยของ มิเชลล์ โอบามา อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ เป็นการออกมาพูดเรื่องการเมืองครั้งแรก หลังจากพ้นตำแหน่งออกมาเมื่อสี่ปีก่อน

 

และเธอก็ไม่ทำให้ชาวเดโมแครตผิดหวัง เพราะเธอสามารถใช้นุ่มนวลตามสไตล์ของเธอในการโจมตีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าเป็นผู้ไม่เหมาะสมและไม่มีความสามารถเพียงพอกับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ 

 

โดยการปราศรัยของมิเชล โอบามา ครั้งนี้ ข่าวบอกว่ามีการบันทึกเทปเอาไว้ก่อนที่ โจ ไบเดน จะประกาศเลือกวุฒิสมาชิก คามาลา แฮร์ริส เป็นรันนิ่งเมทในตำแหน่งรองประธานาธิบดี

 

เธอเริ่มต้นโดยการบอกว่าเธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คน ที่มีโอกาสเห็นด้วยตาตัวเองถึงความสำคัญและความยากลำบากของตำแหน่งประธานาธิบดี ที่ต้องใช้การตัดสินใจที่ชัดเจนในการจัดการกับเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อน ต้องเชื่อมั่นในข้อมูลความจริงและประวัติศาสตร์ ตองมีศีลธรรม และต้องมีความสามารถในการยอมรับว่า ทั้ง 330 ล้านชีวิตในประเทศนี้ต่างมีความหมายและมีคุณค่า

 

“คำพูดของประธานาธิบดี มีพลังในการขับเคลื่อนตลาด สามารถก่อสงครามหรือทำลายสันติภาพ สามารถกระตุ้นมุมมองที่ดี หรือปลุกสัญชาตญาณเลวร้ายของเราได้ เป็นงานที่คุณไม่อาจเสแสร้งว่าสามารถทำงานนี้ได้" อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ กล่าว

 

“เมื่อสี่ปีก่อน ผู้คนจำนวนมากเหลือเกิน เลือกที่จะเชื่อว่าเสียงของพวกเขาไม่มีค่า อาจจะเป็นเพราะเบื่อ บางทีอาจคิดว่าผลเลือกตั้งอาจไม่สูสี บางทีอุปสรรคต่างๆ มันเยอะเกินไป จะเป็นด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ที่สุดแล้ว เราได้เลือกที่จะส่งใครก็ไม่รู้เข้าไปในห้องทำงานรูปไข่ ทั้งที่เขาที่แพ้เสียงป็อปปูลาร์โหวตไปเกือบสามล้านเสียง” นางโอบามา กล่าวและว่าผลจากการที่ผู้คนไม่ออกไปใช้สิทธิ์ในครั้งนั้น ทำให้พวกเราทุกคนต้องเผชิญกับผลที่ตามมาโดยถ้วนหน้า

 

“ตอนที่สามีของดิฉันและโจ ไบเดน พ้นตำแหน่งนั้น เรามีการสร้างตำแหน่งงานเอาไว้สูงทำลายสถิติ เราสร้างประกันสุขภาพเอาไว้ให้ประชาชน 20 ล้านคน อเมริกาเป็นที่นับหน้าถือตาทั่วโลก เป็นผู้นำประเทศพันธมิตรในการเผชิญหน้ากับปัญหาความเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผู้นำของเราเดินเคียงข้างกับเหล่านักวิทยาศาสตร์ในการทำงานป้องกันการแพร่ระบาดของอีโบล่า ก่อนที่จะกลายเป็นโรคระบาดระดับโลก แต่สี่ปีให้หลัง สถานภาพของชาติเราเปลี่ยนไปมาก ผู้คนมากกว่า 150,000 คนต้องเสียชีวิต และเศรษฐกิจของเรากำลังปั่นป่วนเพราะไวรัส ที่ประธานาธิบดีไม่ให้ความสำคัญกับมันนานเกินไป”

 

จากนั้น อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งได้ขยับประเด็นไปที่กระแส “แบล็คไลฟ์เมทเตอร์” และความเท่าเทียมของสีผิว ซึ่งเห็นกันชัดเจนว่าเป็นอีกหนึ่งจุดอ่อนของทรัมป์

 

“แค่การพูดถึงข้อเท็จจริงที่ว่า ชีวิตของคนผิวดำมีค่านั้น ก็ยังต้องเผชิญกับการเย้ยหยันจากผู้มีตำแหน่งสูงสุดในประเทศ  เพราะเมื่อใดก็ตามที่เรามองหาความเป็นผู้นำจากทำเนียบขาว หรือมองหาการปลอบใจ หรือความหนักแน่น เรากลับได้ความวุ่นวาย ความแตกแยก และการไม่ให้ความสนใจอย่างสิ้นเชิง"

 

มิเชลล์ โอบามา ชี้ด้วยว่า ช่วง 4 ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาอันยากลำบากที่จะอธิบายให้เด็กอเมริกันได้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศ

 

“พวกเขาเห็นผู้นำประเทศเรา ตราหน้าพลเมืองตนเองว่าเป็นศัตรูของชาติ ในขณะที่ไปให้การสนับสนุนกลุ่มผู้มีแนวคิดเชิดชูคนผิวขาว พวกเขาเฝ้าดูอย่างหวาดกลัวตอนที่เด็กคนอื่นถูกพรากจากพ่อแม่แล้วจับโยนใส่กรงขัง และเห็นการใช้สเปรย์พริกไทยกับลูกกระสุนยางกับผู้ประท้วงอย่างสันติ"

 

มิเชลล์ โอบามา ชี้ว่า "โดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ใช่ประธานาธิบดีที่คู่ควรกับประเทศอเมริกา

 

“เขามีเวลาเกินพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาสามารถทำหน้าที่ผู้นำประเทศได้ แต่ก็ชัดเจนว่ามันเกินความสามารถของเขา เขาไม่สามารถเป็นคนที่พวกเราต้องการให้เขาเป็นได้"

 

มิเชลล์ โอบามา ซึ่งสวมสร้อยคอสีทอง มีอักษรเล็กๆ สะกดได้ว่า VOTE ระบุในช่วงท้ายว่า โจ ไบเดน เป็น “คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมในการเป็นผู้นำประเทศอย่างแท้จริง”

 

“ถ้าคุณจะได้อะไรสักอย่างจากคำพูดของดิฉันคืนนี้ ขอให้เป็นคำนี้ ‘ถ้าคุณคิดว่าคงจะไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว เชื่อดิฉันเถอะว่ามันเลวร้ายได้อีก และจะเป็นอย่างนั้นถ้าเราไม่ลงมือเปลี่ยนแปลงมันในการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าเรายังคงหวังให้ความวุ่นวายเหล่านี้ยุติลง เราก็ต้องลงคะแนนเลือก โจ ไบเดน อย่างที่ชีวิตของเราขึ้นอยู่กับมัน”

 

(คลิปการปราศรัยของ มิเชลล์ โอบามา อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ)
.
.

.
.