หรือ คาเมล่า แฮร์ริส จะได้เป็นรองประธานาธิบดี


หรือ คาเมล่า แฮร์ริส จะได้เป็นรองประธานาธิบดี

โดย : ภาณุพล รักแต่งาม

 

ชื่อของวุฒิสมาชิก ลัดดา แทมมี่ ดัคเวิร์ด ถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลังจากสื่อทรงอิทธิพลหลายๆ ฉบับพร้อมใจกันพูดถึงเธอในทำนองว่าเป็นหนึ่งใน “ตัวเก็ง” ของตำแหน่งรองประธานาธิบดี ที่ โจ ไบเดน จะต้องประกาศออกมาภายในต้นเดือนสิงหาคม หรืออีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

 

เหตุผลที่ทำให้เธอถูกจับตาโดยบรรดานักวิจารณ์การเมืองในระยะที่ผ่านมา น่าจะมาจากบทบาทอัน “แข็งกร้าว” ของเธอกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวกับชีวิตและศักดิ์ศรี รวมถึงสวัสดิการของเหล่าทหารหาญ ที่บังเอิญเข้าไปข้องเกี่ยวกับกระแส “แบล็ค ไลฟ์ แมทเทอร์” ที่กำลังเชี่ยวกรากในช่วงที่ผ่านมา

 

ไม่ว่าจะเป็นการออกมา “ประณาม” พล.อ.มาร์ค มิลลีย์ ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วม (the chairman of the Joint Chiefs of Staff) ที่เดินตามทรัมป์ ไปยังลานหน้าโบสถ์เซนต์จอห์นซึ่งอยู่ใกล้กับทำเนียบขาว เพื่อสร้างภาพกลบข่าวการประท้วง แบล็ค ไลฟ์ แมทเทอร์ ที่กำลังถึงจุดเดือด เป็นเหตุให้ผู้ประท้วงอย่างสงบที่จัตุรัสลาฟาเย็ทท์ ถูกเจ้าหน้าที่ใช้กำลังสลายการชุมนุม เพื่อเปิดทางให้คณะของทรัมป์ จนกลายเป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก

 

แรงกดดันจากส.ว.สาวไทย และแรงกดดันจากทั่วโลก ทำให้ พล.อ.มาร์ค มิลลีย์ ต้องออกมาขอโทษประชาชนในเวลาต่อมา

 

ต่อด้วยการออกมาโจมตีทรัมป์ ที่ประกาศวีโต้กฎหมายงบประมาณของกลาโหม อ้างว่ามีเนื้อหายินยอมให้มีการเปลี่ยนชื่อฐานทัพต่างๆ ที่ตั้งชื่อเป็นเกียรติกับนายทหารฝ่ายสมาพันธรัฐ  (Confederate officers) หรือบรรดานายทหารของ “ฝ่ายใต้” ที่ขอแยกประเทศเพราะคัดค้านการเลิกทาสในยุคสงครามกลางเมือง ซึ่งทรัมป์มองว่าคือ “ฮีโร่” ของเขา โดยลัดดา บอกว่าทรัมป์สนใจ “คนขายชาติ” ที่ตายไปแล้วมากกว่าสวัสดิการของทหารที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในปัจจุบัน 

 

เสริมด้วยการออกมาโจมตีทรัมป์อย่างรุนแรง ต่อเหตุการณ์อัปยศในกรณีที่ทรัมป์ “เพิกเฉย” ข่าวกรองเรื่องรัสเซียตั้งค่าหัวทหารอเมริกันในอัฟกานิสถาน เข้าไปอีกดอก ทำให้ชื่อของ ส.ว.สาวไทยโดดเด่น จนกลายเป็นที่พูดถึงของทุกสื่อแทบจะทั่วโลก

 

แต่ระยะเวลา 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ชื่อของเธอในฐานะบุคคลที่อาจได้รับเลือกจากโจ ไบเดน ให้เป็น  “รันนิ่งเมท” กลับแผ่วๆ ลงไป ขณะที่ชื่อของ ส.ว.ของรัฐแคลิฟอร์เนีย คาเมล่า แฮร์ริส ที่ถูกพูดถึงมาตั้งแต่ต้น ยังคงโดดเด่นอยู่อย่างต่อเนื่อง

 

(ภาพจากการประชันวิสัยทัศน์เมื่อช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมา) 

 

ล่าสุด นักวิจารณ์การเมืองจากหลายค่ายถึงกับกล้า “ฟันธง” ว่านักการเมืองหญิงเชื้อสายอินเดียและจาไมก้าคนนี้แหละ คือ “วีพี” ของ โจ ไบเดน แน่นอน เมื่อเห็นกระดาษโน๊ต ที่โจ ไบเดน ถือขึ้นเวทีหาเสียงที่เมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เพราะโน๊ต “ประเด็นที่จะพูด” หรือ talking point ที่โจ ไบเดน จดเพื่อกันลืมนั้น มีชื่อของ คาเมล่า แฮร์ริส ปรากฎหราอยู่บนสุด

 

เสียดายที่ตอนเขียนต้นฉบับในวันปิดเล่มนี้ เรายังไม่มีโอกาสได้ฟัง “สปีช” ของโจ ไบเดน ในคืนนั้นว่ามีการพูดถึง คาเมล่า แฮร์ริส อย่างไรบ้าง...

งานนี้ ซีเอ็นเอ็น ถามไถ่ไปยังทีมงานหาเสียงของ โจ ไบเดน แต่ได้รับการปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นใดๆ

 

ชื่อ คาเมล่า แฮร์ริส บนกระดาษโน๊ตลายมือของ โจ ไบเดน ที่กลายเป็นข่าวเมื่อค่ำวันอังคารที่ผ่านมา มีขึ้นหลังจากที่ คริส ด็อทท์ อดีตวุฒิสมาชิกของคอนเน็กติกัต ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมหาเสียงของ โจ ไบเดน ได้เขียนบทความเผยแพร่บนเว็บไซต์การเมือง (politico.com) ว่าโอกาสที่ คาเมล่า แฮร์ริส จะถูกเลือกนั้นมีน้อยมาก 

 

บอกว่าเธอไม่ใช่คนที่ไบเดน และคณะทำงานของเขา “ปลื้ม” นัก

 

เหตุผลที่ คริส ด็อทท์ ยกมาอ้างคือว่า คาเมล่า แฮร์ริส เคย “โจมตี” โจ ไบเดน อย่างรุนแรงเมื่อเดือนมิถุนายน 2019 ระหว่างการประชันวิสัยทัศน์ครั้งที่สองของบรรดาผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต ครั้งนั้น เธอวิจารณ์ไบเดนที่พูดชื่นชมสองวุฒิสมาชิกจากรัฐทางใต้ของเดโมแครต ที่มีแนวคิดแบ่งแยกสีผิว (segregationist senators) ซึ่งก็คือ เจมส์ โอ เอสท์แลนด์ จากมิสซิสซิปปี้ และเฮอร์แมน ทัลแมดจ์ จากจอร์เจีย) ระหว่างการหาเสียงที่ไอโอว่าก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน ทั้งที่วุฒิสมาชิกทั้งสองแสดงตัวชัดเจนว่าเป็นพวกเหยียดผิว และต่อต้านการยกเลิกระบบแบ่งที่นั่งระหว่างสีผิวบนรถโรงเรียน หรือ federally mandated school desegregation busing 

 

เสริมว่าคำสั่งศาลเรื่องห้ามแบ่งแยกที่นั่งระหว่างสีผิวบนรถโรงเรียน เพิ่งจะมีผลบังคับใช้ในอเมริกาเมื่อปี 1971 ขณะที่ไบเดนยังเป็น ส.ว.ของเดลลาแวร์สมัยแรกๆ นี่เอง...

 

“ท่านรองประธานาธิบดีไบเดนคะ ดิฉันเชื่อว่าท่านไม่ใช่คนเหยียดผิว” คาเมล่า แฮร์ริส กล่าว และว่า “แต่ดิฉันก็เชื่อ - และมันเป็นเรื่องของดิฉันโดยตรง - ซึ่งมันเจ็บปวดมากที่ได้ยินท่านพูดยกย่องวุฒิสมาชิกสองคนที่สร้างชื่อเสียงและอาชีพขึ้นมาจากการนโยบายแบ่งแยกสีผิวในประเทศของเรา”

 

คาเมล่า แฮร์ริส พูดต่อแบบเน้นๆ ว่า “มันเป็นเพราะว่า... มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในแคลิฟอร์เนียที่เป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นสองในระบบโรงเรียนของรัฐ ซึ่งเธอก็ต้องนั่งรถบัสไปโรงเรียนทุกวัน.. เด็กผู้หญิงคนนั้นคือดิฉันเองค่ะ”

 

โดยประเด็นเก่าแก่ที่ คาเมล่า แฮร์ริส ขุดคุ้ยมาโจมตี โจ ไบเดน นั้น ข่าวบอกว่า “สั่นสะเทือน” ฐานเสียงของ ไบเดน รุนแรงมาก และทำให้ชื่อของ คาเมล่า แฮร์ริส พุ่งแซงหน้าเหล่าผู้สมัครของพรรครายอื่นๆ ขึ้นมาเป็น “ตัวเต็ง” ระดับหัวแถวอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่จะแผ่วลงเรื่อยๆ และประกาศถอนตัวออกจากสนามแข่งขันในเวลาต่อมา

 

คริส ด็อทท์ บอกเอาไว้บนเว็บไซต์ politico.com ด้วยว่า เร็วๆ นี้ มีคนที่สนับสนุน โจ ไบเดน คนหนึ่ง ไปถาม คาเมล่า แฮร์ริส ถึงการโจมตีครั้งนั้น  

“เธอหัวเราะและบอกว่า ‘มันคือการเมือง’ โดยไม่แสดงอาการเสียใจใดๆ เลย...

 

ดังนั้น คำถามสำคัญของการที่ โจ ไบเดน จะเลือก คาเมล่า แฮร์ริส มาเป็นรันนิ่งเมทคู่กับเขาในศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายปีนี้ คือ “แผลในใจ” ที่ได้รับจากการดีเบทเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้วนั้น มันสมานดีหรือยัง...

 

(โน๊ตลายมือของไบเดน ขณะเริ่มแถลงข่าว)

 

แต่จากโน๊ตลายมือของไบเดน ที่เขาถือขึ้นเวทีปราศัยเมื่อวันอังคารอีกเช่นกัน ทำให้หลายๆ คนได้คำตอบแล้ว

 

เพราะใต้ชื่อของ คาเมล่า แฮร์ริส นั้น มีประเด็นพูดอีกห้าประเด็นตามมา คือ ไม่อาฆาต (Do not hold grudges), ร่วมหาเสียงกับผมและจิล (Campaigned with me & Jill), มีความสามารถ (Talented), มีส่วนช่วยเคมปเปญได้มหาศาล (Great help to campaign) และนับถือเธอมาก (Great respect for her)

 

ซึ่งหากทั้งห้าประเด็นหมายถึง คาเมล่า แฮร์ริส ล่ะก็... ทุกคนคงจะได้คำตอบในใจแล้วว่าใครคือ รันนิ่งเมท ของ โจ ไบเดน...

.
.

.
.