กฎแห่งกรรม


กฎแห่งกรรม

โดย : ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ

ชาวพุทธคุ้นเคยกับคำว่า กรรม มาแต่อ้อนแต่ออก เวลาได้ลาภ ได้ยศ ได้สรรเสริญได้ความสุข ได้ความสำเร็จ ก็ทราบกันดีว่า กรรมดีให้ผลตามสมควรแก่กรรมดีที่กระทำไว้ เมื่อ เสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทา และประสบทุกข์ ก็รู้ดีว่า กรรมชั่วให้ผล ตามกฎแห่งกรรม ซึ่งเป็นกฎที่ยุติธรรมในจักรวาล คือ ทำอย่างไรได้อย่างนั้น ตามกฎที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า หวานพืชเช่นใดได้ผลเช่นนั้น ทำดีดีทันที ทำชั่วชั่วทันที ส่วนผลที่จะทยอยมาเร็วหรือช้า ก็ขึ้นอยู่กับกาลเวลาและสิ่งแวดล้อมจะให้ผล

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ติดตามข่าวจากสื่อต่างๆ คงไม่พลาดข่าวร้อนที่สุดประจำสัปดาห์ คือ ข่าวที่อัยการและตำรวจสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ อยู่วิทยาในข้อหาขับรถด้วยความประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ดังที่ทราบกันตามเนื้อข่าวต่างๆ แล้ว หลังจากข่าวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ผู้ติดตามข่าวทั้งหลายก็แสดงอาการงงงวยต่อคำสั่งไม่ฟ้องที่เกิดขึ้น การวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ชอบมาพากลของคดีนี้ก็กระจายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว เพราะผู้เสียชีวิตเป็นตำรวจ ผู้ที่ขับรถโดยประมาทไปชนเขาตายเป็นทายาทมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของประเทศไทย จึงกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจ 

สังคมทั่วไปตั้งคำถามต่อกรณีที่เกิดขึ้นว่า คุกมีไว้ขังคนจนเท่านั้นหรือ ซึ่งคำถามดังกล่าวแสดงถึงความไม่เชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำ ที่ค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น

คำถามเรื่องกฎแห่งกรรม ดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งว่า กฎแห่งกรรมก็ยกเว้นคนรวยด้วยหรือ 

หากพิจารณาคำถามนี้จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลา 8 ปีที่ผ่านมานับว่า กฎแห่งกรรมได้ทำงานตั้งแต่นาทีแรกแล้ว หลักกรรมที่พระพุทธเจ้าสอนมีมากมาย แต่คำสอนสั้นๆ พระองค์ตรัสว่า ความชั่วไม่ทำเสียเลยดีกว่า เพราะทำความชั่วแล้วจะเดือดร้อนในภายหลัง พระพุทธภาษิตนี้จะนำมายืนยันได้ว่า เมื่อทำกรรมชั่วไว้ย่อมเดือดร้อนในภายหลังจริงๆ ในการพิจารณากฎแห่งกรรมนี้ จะนำเอาเนื้อหาของข่าวมาเป็นกรณีศึกษาดังนี้

1. ทันทีที่นายวรยุทธขับรถชนตำรวจเสียชีวิตแล้วลากศพไปตั้ง 100 กว่าเมตร ความทุกข์เกิดขึ้นในใจของนายวรยุทธทันที เห็นได้จากการดิ้นรนหาทางรอดด้วยการส่งคนงานไปรับแทนว่าเป็นคนขับ ไม่ใช่นายวรยุทธเป็นคนขับ นี่ คือ ความเดือดร้อนที่แสดงออกมา ต้องโกหก กลบเกลื่อน จิตใจแบบนี้ไม่มีความสุขแน่

2. ตามข่าวบอกว่า จากการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด พบว่าเกินปริมาณกำหนดทางกฎหมาย แต่นายวรยุทธให้การว่า เมาหลังจากขับแล้ว เรื่องนี้จะจริงหรือเท็จ นายวรยุทธเท่านั้นที่รู้ แต่ถ้านายวรยุทธดื่มสุราหลังจากขับรถชนคนตายจริง ก็แสดงว่า นายวรยุทธมีความทุกข์ทรมานใจอย่างมาก จนต้องหนีความทุกข์ด้วยความเมา ตรงนี้ก็แสดงให้เห็นว่า กฎแห่งกรรมทำงานทันที คือ ทำชั่วแล้วให้ผลเป็นทุกข์ในภายหลัง

3. หลังจากพยายามต่อสู้ให้ตนเองพ้นข้อหาด้วยการสร้างพยานเท็จต่างๆ แต่ตำรวจสมัยนั้นไม่ยอมเล่นด้วย จึงได้เข้าทำการจับกุมด้วยการใช้ตำรวจเป็น 100 นาย แสดงว่าเขาสู้ทุกรูปแบบ รวมถึงสู้กับตำรวจ แม้มิได้ถูกวิสามัญ หรือบาดเจ็บอะไร แต่ความเจ็บปวดต่อการต้องเดินเข้าคุกนั้นคือมหันตทุกข์ของลูกเศรษฐี จึงระดมทรัพยากรเต็มที่จนหาทางหนีออกนอกประเทศไทยในเวลาต่อมา

4. แม้จะมีคนพบว่า ชีวิตสุดหรูทุกด้านที่เขาอยู่ในต่างประเทศ แต่กฎแห่งกรรมก็ทำงานไปเรื่อยๆ เขาคงอยู่ไปอย่างทุกข์ทรมาน เพราะเคยมีข่าวว่า นักข่าวต่างชาติไปขอสัมภาษณ์ เขาไม่พูดอะไรเอาแต่หนีหน้า ซึ่งการหนีหน้า หนีนักข่าว หนีสังคม แม้จะอยู่คฤหาสถ์หรู รับประทานอาหารเลิศรสทุกมื้อ แต่ไม่มีใครรู้ว่า รับประทานอาหารแต่ละมื้อกลืนลงคอคล่องดีหรือไม่ เตียงนอนอ่อนนุ่มในคฤหาสถ์หรู จะช่วยให้หลับสนิทดีไหม

อาการดิ้นรนตั้งแต่เบื้องต้นจนกระทั่งบัดนี้ คงชี้ให้เห็นแล้วว่า กฎแห่งกรรมไม่เคยหยุดทำงาน กฎแห่งกรรมไม่รับสินบนของมหาเศรษฐีคนใด แต่กฎแห่งกรรมจะติดตามบีบคั้นหัวใจไปตลอดเวลา แม้เวลานี้ ทางสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เห็นพ้องต้องกันว่าเขาไม่มีความผิด เตรียมถอนคดีออกไป แต่เขาจะกล้ากลับเมืองไทยทันทีไหม เสียงก่นด่าตัวเขาและคนในตระกูลที่ไม่ได้ร่วมทำความผิด ดังกระหึ่มเป็นสัปดาห์ ทั่วฟ้าไทยและทั่วโลก 

สถานการณ์ตอนนี้แหละคือ นรกบนดินจริงๆ จะจ่ายเงินอุดปากหรือมัดมือคนมิให้เขียน มิให้พูดวิจารณ์ก็ไม่ได้ นี่ ก็อีกหนึ่งผลกรรมที่ติดตามมาในยุคดิจิตัล ไม่มีใครทราบว่าคณะกรรมการ ที่ทางสำนักนายกรัฐมนตรีแต่ตั้ง หรือคณะกรรมการของสำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่แต่งตั้งขึ้นมาจะเยียวยา หรือซ้ำเติมความรู้สึกของนายวรยุทธมากน้อยเพียงใด ไม่มีใครทราบได้ 

แต่ตอนนี้นายวรยุทธคงจะเริ่มเชื่อแล้วว่า คนทำชั่วนั้นตกนรกจริงๆ อาจจะไม่ต้องรอชาติหน้าเสียแล้ว เจอกันชาตินี้ทีเดียว

วันที่ 29 กรกฎาคม 2563 เวลา 15.03 น.

วัดพุทธปัญญา เมืองโพดมน่า รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา