ตำนาน”ร้านอาหารไทย”ในสหรัฐอเมริกา


ตำนาน”ร้านอาหารไทย”ในสหรัฐอเมริกา

โดย ชวพจน์ ถุงสุวรรณ

 

เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่ของมนุษย์ทั่วโลก

 

ในสมัยที่ผู้เขียนเดินทางมาลอส แอนเจลิส เมื่อปี 1966 มีคนไทยประมาณ 4,000-5,000 คน ธุรกิจต่างๆ ของคนไทยยังไม่ปรากฎ เนื่องจากพวกเรามาเรียนต่อ หรือมาขุดทองกันเป็นส่วนใหญ่



ช่วงนั้น ปริมาณคนไทยที่นี่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะได้วีซ่าจากโรงเรียนสอนภาษาแคมเบรีย (Cambria) ในเมืองแอลเอ กับโรงเรียนลีนวูด (Lynwood) ซึ่งอยูนอกเมืองไปทางใต้ของแอลเอ และโรงเรียนอื่นๆ อีก 2-3 แห่ง ทำให้มีคนไทยเป็นกลุ่มก้อน ไม่น้อยกว่าหมื่นกว่าคน



โรงเรียนลินวูด จะมีคนไทยมาเรียนมากที่สุด หากลองถามคนรุ่นเก่าที่พำนักอยู่ที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นศิษย์เก่าลีนวูดแทบทั้งนั้น...



ยุคนั้น ไม่มีอาหารไทยให้ซื้อหามารับประทานได้ง่ายเหมือนปัจจุบัน อยากกินก็ต้องทำกันเอง โดยไปหาซื้อเครื่องปรุงจากไชน่าทาวน์ หรือถ้ามีเพื่อนฝูงจะกลับเมืองไทย ก็ฝากซื้อฝากหิ้วกันมา ดังนั้น เมื่อสุจินต์ (เป๊ง) กฤษณายุทธ ได้เปิดร้านอาหารไทยแห่งแรกขึ้นเมื่อปี 1967 จึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ของพวกเราในสมัยนั้น

(ภาพคุณสุจินต์ กฤษณายุทธ เจ้าของร้านอาหารไทยแห่งแรกในอเมริกา ถ่ายเมื่อปี 2018)

 


ร้าน “พุทธชาด” ซึ่งน่าจะถือได้ว่าเป็น “ร้านอาหารไทยแห่งแรกในอเมริกา” อยู่ที่ 851 S.Vermont Ave., Los Angeles, California. ซึ่งเดิมเป็นร้านกาแฟ ขายโดนัท มีเคาน์เตอร์ และโต๊ะ 6 โต๊ะ



ด้วยความที่ยุคนั้นหาเครื่องแกงและเครื่องปรุงแต่งอาหารไทยได้ยาก ร้านพุทธชาติจึงมีอาหารเพียงไม่กี่รายการในเมนู เช่น ก๋วยเตี๋ยวราดหน้า ทอดมัน ข้าวผัดต่างๆ แกงป่า ฯลฯ ภรรยาของคุณเป๊ง และน้องๆ เป็นแม่ครัว พ่อครัว ส่วนคุณเป๊ง ทำหน้าที่เสิร์ฟอาหารและต้อนรับลูกค้า ขายดิบขายดีมาก จนต้องมีการเพิ่มโต๊ะเสริมเก้าอี้กันวุ่นวาย



คุณสุจินต์ กฤษณายุทธ ซึ่งเดินทางมาอเมริกาเมื่อปี 1964 ลงทุนซื้อร้านนี้มาในราคา 1,000 ดอลลาร์ และได้ดำเนินกิจการอยู่ประมาณ 3 ปีจึงได้ขายให้คุณอรุณี และคุณอุดม สายทองคำ และเปลี่ยนชื่อเป็น “ร้านอรุณี โภชนา”

 

(โฆษณาของร้าน อรุณีโภชนา ในหนังสือพิมพ์ภาษาไทยยุคเก่า)


คุณสุจินต์ กฤษณายุทธ นั้น ปัจจุบันอายุ 84 ปีแล้ว ยังคงพำนักอยู่ในแอลเอ โดยเดินทางกลับไปพักผ่อนที่ประเทศไทยเป็นครั้งคราว



พูดถึงเรื่อง “ตำนานร้านอาหารไทยในอเมริกา” ก็ต้องมีเรื่องของคุณอรุณี สายทองคำ ด้วย เพราะก่อนจะซื้อร้านพุทธชาดนั้น เธอรับทำอาหารตามสั่งอยู่ที่บ้านบนถนนยูเนี่ยน ซึ่งพวกเราเรียกแอเรียแถวบ้านของคุณอรุณีว่า “วังไก่แจ้” เพราะมีบรรดานักเลงยุคนั้นอาศัยอยู่หลายคน... โดยลูกค้าของคุณอรุณี จะโทรศัพท์ไปสั่งอาหาร แล้วขับรถ (หรือนั่งรถเมล์) ไปรับเอาเอง ดังนั้นถือได้ว่าเธอให้บริการ “อาหารปิ่นโต” รายแรกของเมืองแอลเอ ด้วย



คุณอรุณี บริหาร ร้านอรุณี โภชนา อยู่นานหลายปี ก่อนขายให้กับคุณสง่าและคุณพัชรี นาดี ไป แล้วไปเปิดร้าน “อรุณี 2” บนถนนอวาราโด้ ตัดกับถนนแปด และสร้างตำนานบทใหม่ โดยการจ้างศิลปินดังระดับ “ธานินทร์ อินทรเทพ” มาเป็นนักร้องประจำ โดยใจป้ำจ่ายค่าตัวคืนละ 500 ดอลลาร์เลยทีเดียว



ส่วนอรุณี โภชนา ซึ่งเปลี่ยนเจ้าของและเปลี่ยนชื่อเป็น “อรุณี” นั้น ก็ขายดิบขายดีเป็นขวัญใจคนไทยอยู่หลายปี จนกระทั่งเกิดเหตุจลาจลเผาเมือง ที่ลุกลามจากความไม่พอใจของคนผิวดำกับคำตัดสินในคดีของ ร็อดนี คิง เมื่อปี 1992 ร้านอรุณีถูกหางเลข โดนเผาเสียหายไปด้วย



เมื่อซ่อมแซมอาคารเสร็จแล้ว คุณประไพ บุญยินดี นักธุรกิจร้านอาหารชื่อดัง ได้เข้าไปเช่าต่อ โดยเปิดเป็นร้าน “โอชา” (สาขาแรก) ที่เราเห็นลูกค้าชาวลาติโน่เข้าแถวรอเข้าไปกิน “โป๊ะแตก“ กันยาวเหยียดทุกวันนั่นแหละ



ส่วนร้านอาหารไทยแห่งที่สองของเมืองแอลเอ นั้น มีชื่อว่าร้าน “สยาม” ของคุณสุรพล เมฆพงษ์สาทร ตั้งอยู่ที่ 704 S. Long Beach Blvd., Compton, California ซึ่งเมืองคอมป์ตัน ติดกับเมืองลีนวูด ไม่ห่างจากโรงเรียนลีนวูด ที่มีคนไทยเรียนอยูหลายพันคน เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกง ขายราคาจานละ 75 เซนต์ กิจการดีมากจนต้องเปิดสาขา 2 ที่ฮอลลีวูด เลขที่ 5158 Hollywood  Blvd., California หรือตรงข้ามกับร้านเครื่องเทศ ในปัจจุบัน

 

(ร้านสยาม ร้านอาหารไทยแห่งที่สองของอเมริกา)



คุณสุรพล เมฆพงษ์สาทร นั้น ปัจจุบันเป็นประธานบริษัท Noodle World ซึ่งมีร้านอาหารในเครือมากกว่าสิบแห่ง ทั้งในรัฐแคลิฟอร์เนียและโอเรก้อน ช่วยให้ลูกๆ หลานๆ และคนไทยที่นี่มีงานทำมากกว่าสามร้อยคน...



ปริมาณคนไทย และความนิยมของอาหารไทยในหมู่ชาวต่างชาติ ทำให้มีร้านอาหารไทยเปิดให้บริการมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีร้านอาหารไทยมากกว่า 4,000 ร้าน (ข้อมูลจากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย) โดยร้านแรกๆ ที่ควรเอ่ยชื่อในบทความนี้ก็เช่น ชาวกรุง เทพรส ดาว ดุสิต หรรษา จิตลดา ศรแดง เจ้าพระยา กิ่งไผ่ รอยัล ไทยนคร ไทยธานี รอยยัลไทยคูซีน จักรพันธ์ ลำเจียก สีดา สุโขทัยไทย บาร์บีคิว ฯลฯ แถมยังเคยมีนักลงทุนจากประเทศไทยมาเปิดสาขาของ “จิตรโภชนา”, ขณะที่คุณหญิงศศิมา ศรีวิกรม์ ก็เคยมาเปิดร้าน “สยามออคิด” ที่ชั้น 8 ศูนย์การค้าหรู Beverly Center ด้วย แต่ต้องปิดตัวลงเพราะสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว ...

 

(คุณสุรพล เมฆพงศ์สาธร และบุตรชาย "จอห์น" กำลังสำคัญของอาณาจักร นูเดิลเวิร์ล)

 


โดยร้านอาหารไทยในอเมริกานั้น นอกจากจะเป็นอาชีพที่ดีให้กับเจ้าของร้านและพนักงานในร้านแล้ว ยังมีส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณการส่งออกสินค้าอาหารของประเทศไทยด้วย ไม่ว่าจะเป็นข้าวสาร กะปิ น้ำปลา และเครื่องปรุงต่างๆ แถมยังเป็นการเผยแพร่อาหารไทย ซึ่งเป็นวัฒนธรรมอันสูงค่าของเราให้กับต่างชาติที่นี่ได้รับรู้ อันจะส่งผลต่อเนื่องในเรื่องของการท่องเที่ยวอีกด้วย



ไม่แปลกที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลไทยมีโครงการ “ครัวไทยสู่ครัวโลก” พร้อมกับโครงการสนับสนุนและส่งเสริมอาหารไทยและร้านอาหารไทยในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง



ผู้เขียนขอแสดงความยินดี และขอบคุณคุณสุจินต์ กฤษณายุทธ, คุณสุรพล เมฆพงษ์สาทร และทุกท่าน-ทุกร้านที่ได้เอ่ยนามเอาไว้ข้างบน ในฐานะที่ได้รับการจารึกและประดับเกียรติอันน่าภาคภูมิใจว่า พวกท่านเป็นผู้ริเริ่มเผยแพร่อาหารไทยในอเมริกา ไว้ ณ ที่นี้ด้วย.