บทความหน้าสาม : อันตรายบนรถเมล์แอลเอ


บทความหน้าสาม : อันตรายบนรถเมล์แอลเอ

โดย : แต้เจี้ยนหมิง

 

แม้ว่าลอส แอนเจลิส จะเป็นเมืองที่ประชาชนมีรถยนต์ส่วนตัวมากเป็นอันดับต้นๆ ของเมืองใหญ่ทั่วอเมริกา แต่ก็มีคนจำนวนมหาศาล รวมถึงพวกเราคนไทยด้วย ที่ยังต้องพึ่งพาอาศัยระบบขนส่งมวลชน ทั้งรถเมล์และรถไฟอยู่

 

ดังนั้นเมื่อเห็นข่าวแนวสอบสวนของ เอ็นบีซี (NBCLA I-Team) เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา เกี่ยวกับอันตรายของผู้โดยสารรถเมล์ของแอลเอ เคานตี้ (The LA County Metropolitan Transit Authority) ก็อดไม่ได้ที่จะนำมาถ่ายทอดในที่นี้อีกรอบ เพราะเชื่อว่าพวกเราอีกมากคงไม่ได้ดูกัน

 

สกู๊ปข่าวเรื่องนี้ ตั้งหัวเรื่องน่ากลัวว่า “A breeding ground for spread of Covid-19: LA Area Buses and Trains หรือแปลเป็นไทยง่ายๆ ว่า “ระบบขนส่งมวลชน เช่นรถเมล์และรถไฟในเมืองแอลเอ เป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19”

 

เริ่มต้นโดยการกล่าวถึงกระแสบนโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่บรรดาผู้โดยสารรถเมล์เมโทรในแอลเอ พยายามกระจายเรื่องราวไม่ชอบมาพากลที่พวกเขาพบเห็นออกมา เช่นพฤติกรรมของคนขับรถเมล์ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยที่ควรปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่องการใส่หน้ากากและถุงมือ ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าจะทำให้เกิดการแพร่เชื้อไปคนขับคนอื่นๆ รวมถึงผู้โดยสารได้

 

ข่าวบอกว่าจากการสอบถามไปยัง ขนส่งโมโทร ทำให้ได้ข้อมูลว่ามีพนักงานของเมโทร ทั้งที่เป็นคนขับและพนักงานในตำแหน่งอื่นๆ ประมาณ 100 คนที่มีผลการตรวจหาเชื้อเป็นบวก และจนถึงขณะนี้มีพนักงานของเมโทรอย่างน้อยสองคนที่เสียชีวิตเพราะไวรัสโควิด-19 

 

แต่ประเด็นคือ เมโทรไม่ได้ติดตามตรวจสอบ หรือมีมาตรการใดๆ ในการดูแลหรือควบคุมพนักงานที่มีเป็นหมื่นๆ คน โดยเฉพาะ “คนขับรถเมล์” ที่ต้องออกไปทำงานปะปนอยู่กับประชาชนจำนวนมากมายมหาศาลอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

 

“ผมคิดตลอดเวลาว่าอาจติดเชื้อ แล้วเอาไปติดเพื่อนที่ทำงาน ผมทำงานเกี่ยวกับยา ซึ่งต้องทำงานกับคนไข้ทุกวันด้วย” พาสเกิล ดิ ไรมอนโด้ เจ้าหน้าที่ของ เวสท์ แอลเอ เมดิคัล คลินิค เป็นหนึ่งในผู้โดยสารที่ให้สัมภาษณ์ เอ็นบีซี โดยเขาคนนี้บอกด้วยว่าต้องโดยสารรถรถเมล์สาย 2 ของเมโทรไปทำงานทุกวัน

 

ข้าวอ้างคำกล่าวของ เดฟ โซเทอโร่ โฆษกของแอลเอ เมโทร ที่บอกกับเอ็นบีซี ว่า มีระเบียบบังคับให้คนขับรถเมล์ และผู้โดยสารต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาที่อยู่บนรถเมล์ แต่ภาพข่าวที่ ไอทีม ของเอ็นบีซี ไปถ่ายมาประกอบข่าวนั้น เห็นภาพคนขับรถบัสหลายต่อหลายคน ไม่ได้สวมใส่หน้ากาก อีกทั้งไม่ได้ใส่ใจผู้โดยสารที่ขึ้นมาบนรถ ทั้งที่หลายคนไม่ได้ใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าแต่อย่างใดด้วย

 

ภาพผู้โดยสารรถเมล์ ที่กำลังนั่งเหม่อมองวิว หรือคุยกันหนุงหนิงโดยไม่ได้สวมหน้ากาก ในข่าวของเอ็นบีซีนั้น มีเสียงของ เดฟ โซเทอโร่ โฆษกของเมโทร บรรยายเป็นซาวน์ประกอบว่า “แต่ละวันมีชาวแอลเอ จำนวนมากใช้บริการของเมโทร ดังนั้นหากผู้โดยสารไม่ใส่หน้ากาก มันก็เป็นการเสี่ยงอย่างยิ่งที่จะทำให้ไวรัสแพร่ระบาดออกไป”

เป็นภาพที่ดูแล้ว “ขนลุก” เลยทีเดียว...

 

นอกจากจะออกกฎให้ผู้โดยสารใส่หน้ากากแล้ว ระเบียบเรื่องการเว้นระยะห่างบนรถเมล์ ก็เป็นอีกเรื่องที่ ข่าวของเอ็นบีซี บอกชัดเลยว่า เมโทร ไม่ได้ใส่ใจบังคับอย่างจริงจัง 

 

ทั้งนี้เพราะคำสั่ง “สเตย์แอทโฮม” ของภาครัฐ ที่มีผลตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้ยอดผู้โดยสารของเมโทรลดฮวบ เมโทรจึงลดจำนวนรถเมล์แต่ละสายลงค่อนข้างมาก ถึงขั้นทำให้บางสายไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้โดยสาร โดยเฉพาะใช่ช่วงเวลาเร่งด่วน (rush hour) 

 

ภาพความแออัดบนรถเมล์หลายๆ สาย จากภาพข่าวของเอ็นบีซีนั้น เห็นชัดเจนว่าการปฏิบัติตัวตามระเบียบเรื่องการเว้นระยะห่างบนรถเมล์เมืองแอลเอนั้น แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

 

อย่างไรก็ดี เอ็นบีซีอ้างคำกล่าวของ เดฟ โซเทอโร่ โฆษกของเมโทรที่ยืนยันว่าเมโทรได้เพิ่มจำนวนรถเมล์ให้มากขึ้นในช่วงเวลาเร่งด่วนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 มิถุนายน เป็นต้นมา

 

ข่าวจบด้วยภาพของคุณเดฟ โซเทอโร่ ให้สัมภาษณ์ว่าที่ผ่านมานั้น เมโทรเคยคิดที่จะเตรียมน้ำยาล้างมือ (hand sanitizer) เอาไว้ให้ผู้โดยสารรถเมล์ด้วย แต่โครงการต้องพับไปเพราะ “เรากังวลว่ามันจะถูกทำลาย หรือถูกขโมย"

 

ข่าวแนวสอบสวนของเอ็นบีซีชิ้นนี้ พอเผยแพร่ออกไปก็สร้างแรงสะเทือนให้กับ เมโทรได้ค่อนข้างมาก เพราะไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เมโทรก็ได้แถลงถึงมาตรการใหม่ในการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทันที

 

โดยคราวนี้ ฟิลลิป วอชิงตัน ซึ่งมีตำแหน่งเป็นซีอีโอของแอลเอเมโทร ออกโรงเอง โดยบอกว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำหลังจากเกิดการระบาดของ โควิด-19 คือการสร้างความมั่นใจของสาธารณชนกลับคืนมา”

 

อย่างแรกที่ซีอีโอ ของเมโทร แถลงก็คือเรื่องหน้ากากอนามัยสำหรับคนขับรถเมล์ โดยบอกว่ามีการเตรียมหน้ากากให้คนขับรถเมล์ของเมโทรในวันดังกล่าว 6,000 ชิ้น โดยเมโทรจะได้รับหน้ากากอนามัยอีก 300,000 ชิ้นจากรัฐบาลกลางในช่วงเดือนหน้านี้

 

ประการที่สอง เมโทร จะเริ่มต้นทดสอบเครื่องยิงแสงอัลตร้าไวโอเลต สำหรับฆ่าไวรัสบนรถเมล์และรถไฟของเมโทร ในเร็วๆ นี้ โดยบอกว่า สำนักงานขนส่งมวลชนของนิวยอร์กซิตี้ ได้ลงทุนเป็นเงินหนึ่งล้านดอลลาร์สำหรับการใช้อุปกรณ์ฆ่าเชื้อโควิด-19 ทั้งบนรถเมล์และรถไฟใต้ดินตั้งแต่เดือนที่ผ่านมา โดยบอกว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

 

และประการที่สาม ผู้บริหารของแอลเอ เมโทร บอกว่าจะทดลองใช้ “ค็อปเปอร์ฟิล์ม” พันบริเวณที่มีการจับต้องมากๆ ทั้งบนรถเมล์และรถไฟ โดยเชื่อว่าค็อปเปอร์ (ทองแดง) จะทำลายเชื้อโรค รวมถึงโควิด-19    ได้

 

เรื่องการใช้ ค็อปเปอร์ฟิล์ม หรือแผ่นทองแดงบางๆ มาช่วยในการป้องกันโควิด-19 ตามที่ ซีอีโอของเมโทรพูดนั้น ฟังดูเหมือนเป็นเรื่องใหม่ เพราะในอเมริกาไม่ค่อยมีการพูดถึงเท่าไหร่ แต่เมื่อลองกูเกิลดูก็พบว่ามีการ “แนะนำ” เรื่องนี้ค่อนข้างเยอะ เช่นบทความของวารสารการแพทย์ นิวอิงแลนด์ เจอร์นัล ออฟ เมดิซิน นำเสนอบทวิจัยเรื่องนี้เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมา บอกว่าไวรัสโควิด-19 สามารถมีชีวิตอยู่บนค็อปเปอร์ได้สั้นที่สุด

 

กล่าวคือเชื้อไวรัสโควิด-19 จะมีชีวิตอยู่ได้นานที่สุดบนพื้นผิวพลาสติก และสแตนเลส คืออยู่ได้นาน 2-3 วัน ซึ่งในช่วงนั้นหากมีใครไปแตะต้องสัมผัสเข้า เชื้อโรคก็สามารถแพร่กระจายต่อไปได้เรื่อยๆ ส่วนพื้นผิวที่เป็นกระดาษแข็ง (cardboard) นั้น ไวรัสอันตรายชนิดนี้จะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 24 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นค็อปเปอร์นั้น โควิด-19 สามารถมีชีวิตอยู่ได้เพียงไม่เกิน 4 ชั่วโมงเท่านั้น

 

ค้นต่อก็พบว่ามีการนำเอาแผ่นค็อปเปอร์บางๆ ที่เรียกว่า ค็อปเปอร์ฟิล์ม ไปใช้กันในหลายประเทศ รวมถึงที่ไต้หวัน ที่ข่าวบอกว่ามีการเอาไปหุ้มเหล็กจับประตู รวมถึงปุ่มลิฟต์ในอาคารเสียดฟ้าหลายแห่งในกรุงไทเป 

 

ทั้งสามมาตรการที่ ซีอีโอ ของแอลเอ เมโทร ออกมาแถลงแก้หน้า หวังเรียกความศรัทธาจากบรรดาผู้โดยสารให้กลับคืนมานั้น ฟังดู “ขาดๆ หายๆ” และเหมือนกับการแก้ไขปัญหาไม่ตรงจุดสักเท่าไหร่

 

เพราะการจัดหาหน้ากากอนามัยมามอบให้กับคนขับรถเมล์นั้น ไม่น่าจะใช้วิธีการแก้ไขปัญหา หรือถ้าใช่ก็เป็นเพียงปัญหาส่วนน้อยเท่านั้น...

 

การแก้ไขปัญหาน่าจะอยู่ที่การดูแลให้เหล่าคนขับรถเมล์ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัดมากกว่า... เคร่งครัดทั้งในแง่การใส่หน้ากากเอง และการห้ามไม่ให้คนที่ไม่ใส่หน้ากากใช้บริการรถเมล์ด้วย

 

หรือถ้าห้ามไม่ได้ อย่างน้อยก็จะมีการบอกกล่าว หรือตักเตือนให้ทราบถึงกฎเกณฑ์เหล่านี้

 

และที่สำคัญ และดูเหมือนว่าผู้บริหารของ แอลเอเมโทร ไม่ได้พูดถึงเลยก็คือการบังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างบนรถเมล์ ตามที่บอกเอาไว้ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดของโควิด-19 ใหม่ๆ ว่าอนุญาตให้ผู้โดยสารนั่งได้แค่แถวละคน และห้ามยืน...

 

เป็นมาตรการที่ไม่สามารถปฏิบัติจริงได้เลย หากแอลเอ เมโทรยังไม่เพิ่มปริมาณรถเมล์ในช่วงเวลาเร่งด่วนให้เท่าเดิม หรือมากกว่าเดิม...

.
.

.
.