ตู้ปันสุข


ตู้ปันสุข

โดย : ดร.พระมหาจรรยา สุทธิญาโณ

    ในขณะที่ประชาชนทั่วโลกต้องเผชิญหน้า มหันตภัยโควิด-19 ประเทศไทยก็ไม่มีข้อยกเว้นแต่ประการใด รัฐบาลและประชาชนชาวไทยได้รวมน้ำใจเข้าเป็นหนึ่งเดียวกลมเกลียวสามัคคีมีวิธีปฏิบัติตนให้พ้นจากโควิด-19 อย่างจริงจังรวมพลังต่อสู้จนสามารถรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างน่าพอใจ ขณะที่เขียนบทความนี้วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 สถิติของโควิด-19 ในประเทศไทย มีตัวเลขออกมาดังนี้ ผู้ติดเชื้อใหม่จำนวน 2 คน ผู้ติดเชื้อสะสมจำนวน 3,017 คน รักษาหายแล้วจำนวน  2,798  คน เสียชีวิต 56 คน นับเป็นสถิติที่อยู่ในฐานะรับมือได้ ทั้งนี้สาเหตุสำคัญแห่งผลการต่อสู้กับมหันตภัยได้อย่างเข้มแข็งนี้มาจากพลังสามัคคีของคนไทยทั้งชาติส่วนใหญ่ที่มีทัศนคติความเชื่อเป็นไปในทางเดียวกันว่า คนไทยต้องสู้ ต้องชนะ แล้วช่วยกันลงมือทำ

    ธรรมชาติของสังคมทุกสังคมที่ก่อตัวขึ้นมาจากความหลากหลายของมนุษย์ ต้องมีความคิดเห็นแตกต่างกันเป็นธรรมดา ผู้ที่อยู่ในสังคมจึงต้องใช้ความอดทนและเมตตามาเป็นกันชนรองรับการกระทบกระทั่งโดยมิให้แตกแยกกัน สื่อต่างๆของประเทศไทยเป็นสื่อเสรีที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเสรี เช่นทั้งๆที่มาตรการแทบจะทุกมาตรการที่รัฐบาลนำมาใช้ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนในประเทศโดยรวมและมีผลออกมาเป็นที่ประจักษ์ แต่ก็ยังมีสื่อเสรีที่มิเคยเห็นว่ารัฐบาลเคยทำอะไรถูก(ใจเลย)วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงรุนแรงตลอดเวลา นอกจากจะมีขันติธรรมและเมตตาธรรมในสังคมสมัยใหม่ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายแล้ว การปล่อยวางก็เป็นธรรมะสำคัญที่จะต้องนำมาใช้แทบตลอดเวลา เพราะปรากฏการณ์ทางสังคมที่ดีงามทั้งหลาย แต่มีความไม่น่ารัก(อัปปรีย์)แฝงมาเสมอ จึงต้อง รับ รู้ ดู เห็นและปล่อยวาง แล้วตั้งใจทำเรื่องน่ารัก(เปรมปรีย์) กันต่อไป

    ท่ามกลางผลกระทบของมหันตภัยโควิดหลายๆด้าน ประชาชนจำนวนหลายล้านคนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงด้วยมาตรการ Social Distancing การทิ้งช่องว่างระหว่างสังคม ด้วยการยุติการทำงานในสำนักงานและโรงงานเป็นจำนวนมากเพื่อให้ประชาชนอยู่บ้านต้านการแพร่และติดเชื้อโควิด-19 คนตกงานจำนวนหลายล้านคนเกิดขึ้นทันที ประชาชนจำนวนนี้ได้รับผลในการดำรงชีวิตเพราะพิษภัยเศรษฐกิจแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญของการเตรียมพร้อมของชีวิตที่ละคนเตรียมพร้อมมาไม่เหมือนกัน บางคนวางแผนชีวิตดีมีเงินเก็บเพื่อการใช้จ่ายในอนาคตไปได้หลายปี บางคนเตรียมเงินไว้ใช้ในอนาคตได้หลายเดือน บางคนมีเงินเก็บไว้เพื่ออนาคตได้หลายวันบางคนก็หาเงินมาเลี้ยงไปวันต่อวันหรือเรียกว่า หาเช้ากินค่ำ ขณะที่หลายคนไม่มีรายได้ทุกประเภทต้องอาศัยครอบครัวที่ทำงานหาเช้ากินค่ำเพียงไม่กี่คน พอรัฐบาลประกาศหยุดงาน ปัญหาเศรษฐกิจความอดอยากขาดแคลนก็ถาโถมเข้าใส่บุคคลกลุ่มหาเช้ากินค่ำอย่างแรงและกระทบไปสู่คนกลุ่มอื่นๆเหมือนคลื่นที่สาดแรงแล้วค่อยๆเบาลงตามสภาพ

    รัฐบาลมิได้นิ่งนอนใจได้ออกมาตรการเยียวยาต่างๆออกมาอีกหลายมาตรการช่วยการให้เงินเยียวยาแก่ผู้ตกงานคนพิการและอื่นๆอีกหลายแบบโดยพิจารณาถึงผลกระทบที่หนักเบาเป็นหลักในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเยียวยา

    ท่ามกลางความทุกข์ยากลำบากอย่างนี้ ประเทศไทยของเรามีคนใจดี คนมีน้ำใจอีกเป็นจำนวนมากที่ลุกขึ้นมาช่วยเยียวยาประชาชนที่ลำบากโดยเฉพาะผู้ที่อดอยากให้ได้มีอาหารก่อน เบื้องต้นต้องช่วยให้พ้นจากการอดตายก่อน ทุกคนที่คิดช่วยเหลือผู้อื่นล้วนเป็นคนมีน้ำใจและเสียสละเป็นเอกลักษณ์และนิสัยคนไทยโดยทั่วไปที่น่าชื่นชมยิ่งนัก ลองๆประมวลมาตรการช่วยเหลือต่างๆจะพบภาพรวมของการช่วยเหลือดังนี้

  1. ร้านอาหารน้อยใหญ่ที่ยังพอมีทุนเหลืออยู่ ได้จัดข่าวห่อแจกแก่ผู้อดอยากจำนวนมาก ประชาชนเจ้าของร้านอาหารเหล่านี้ได้ทำกันไปทุกแห่งในประเทศตามกำลังศรัทธาและเงินทองที่พอจะช่วยได้
  2. การแจกถุงยังชีพที่มีอาหารแห้งและสิ่งต่างๆที่พอยังชีพได้ โครงการนี้ทำกันมากที่สุด แม้พระเจ้าแผ่นดินก็ทรงพระราชทานถุงยังชีพพระราชทานจำนวนเป็นแสนถุงแก่ประชาชนผู้ยากไร้ ได้บรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน
  3. กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ออกสำรวจคนไร้บ้านและแจกอาหารยังชีพทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
  4. หน่วยงานต่างๆของรัฐเช่นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งที่พอมีงบประมาณค้างจ่ายก็นำมาทำอาหารประเภทข้าห่อแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ในท้องถิ่นนั้นๆ โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นจะแก้ปัญหาความทุกข์ยากอดอยากนี้ได้อย่างตรงประเด็นตรงสถานที่ตรงบุคคลที่สุด
  5. วัดที่พอมีเงินบริจาคเหลืออยู่จากการใช้จ่ายประจำเดือนค่าน้ำค่าไฟและการบูรณปฏิสังขรณ์แล้ว นำมาจัดโรงทานแจกอาหารแก่ผู้ยากไร้ที่อยู่ใกล้วัด ซึ่งบางวัดทำอยู่เป็นประจำ หรือหลายๆวัดพุทธศาสนิกชนยังพอทำบุญตักบาตรตามปกติ มีอาหารเหลือจากพระฉันแล้วก็แจกจ่ายแก่ผู้มาช่วยงานวัดหรือคนที่อยู่ใกล้วัดได้บรรเทาความเดือดร้อนไปได้ รายงานจาดสื่อต่างๆรายงานว่า วัดที่มีทรัพย์สินพอเพียงจะจัดอาหารแจกจ่ายแก่ประชาชนผู้ยากไร้ได้ทั่วประเทศมีอยู่ประมาณ 400 กว่าแห่ง
  6. องค์กรเอกชน มูลนิธิ และนักการเมืองอีกเป็นจำนวนมากทั้งที่ทำทานแบบเงียบๆและเปิดเผยจำนวนมากได้ออกเยี่ยมประชาชนและแจกเงินคนละ 500, 1,000 หรือ 3,000 บาทมีเป็นจำนวนมาก
  7. ตู้ปันสุข โครงการนี้เป็นโครงการแบ่งปันน้ำใจ แบ่งปันความสุข เกิดขึ้นสดๆร้อนๆภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยการนำเอาตู้กับข้าวใบโตๆไปวางไว้หน้าร้าน หน้าห้าง หน้าบ้าน หน้าวัด หน้าสถานที่ราชการ แล้วนำเอาอาหารแห้งหรืออาหารสดไปวางไว้ ใครขาดแคลนอดอยากเดินมาหยิบไปได้เพื่อการยังชีพได้อีกทางหนึ่ง จุดประสงค์ของผู้เริ่มต้นเพื่อที่จะแสดงน้ำใจทั้งผู้ให้และผู้รับ หลายแห่งทำได้ดีมากผู้ให้ก็เต็มใจนำของมาใส่ตู้ ผู้รับก็รับตามความจำเป็นและพอเพียงเพื่อการยังชีพจริงๆ นับเป็นกระแสแห่งความเมตตากรุณาที่ไหลไปเกือบทั่วประเทศ ขณะที่เขียนบทความนี้มีรายงานว่า จังหวัดต่างๆได้ตั้งตู้ปันสุขไปแล้วไม่ต่ำ 45 จังหวัดนับเป็นการระบาดของความเมตตากรุณาที่กระจายไปเร็วกว่า เชื้อโควิด-19 เสียอีกดั่งที่หลวงพ่อพุทธทาสเคยกล่าวว่า “ศีลธรรมไม่มาโลกาจะวินาศ ศีลธรรมระบาด โลกธาตุสว่างไสว” การกระจายตัวอย่างรวดเร็วของตู้ปันสุข หรือ มาจากคำเต็มว่า แบ่งปันความสุขนี้ จะเรียกว่า เป็นการระบาดของศีลธรรมก็ไม่ผิดนัก นับว่า หลวงพ่อพุทธทาสมีวิศัยทัศน์จริงๆ เพราะท่านกล่าวไว้ว่า ศีลธรรมจะระบาด ตอนนี้ศีลธรรมระบาดในบ้านเราแล้วอย่างรวดเร็ว ในโรคระบาดก็ยังมีศีลธรรมระบาดให้ได้ผ่อนคลาย นับว่า ในความร้ายก็มีความดีติดตามมา

คำชื่นชมต่างๆ ที่เราเคยได้ยินกันมาว่า สยามเมืองยิ้ม ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ คนไทยมีน้ำใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน ยามวิกฤตคนไทยจะรักสามัคคีกัน คนไทยชอบให้ทาน คนไทยไม่เห็นแก่ตัว ล้วนได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ลักษณะ หรือ อัตตลักษณ์ของคนไทยดังที่กล่าวถึงนี้ เป็นจริงทุกประการ เมตตากรุณาของคนไทยกำลังแผ่ไปในทุกส่วนของประเทศไทย พลังแห่งความรักเมตตาสามัคคีและอดทนนี้จะนำพาปวงชนชาวไทยออกไปจากมหันตภัยโควิด-19 อย่างปลอดภัย ชีวิตใหม่ของคนไทยภายใต้คุณธรรมที่ได้บำเพ็ญกันมาในช่วงฝ่าวิกฤตจะนำพาให้ประเทศไทยเจริญรุ่งเรืองประชาชนมั่งคั่งสมบูรณ์ขึ้นมา มีความสุขมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมาอย่างแน่แท้ 

ขอความเมตตากรุณาสามัคคีและขันติธรรมจงบังเกิดที่กายงาจาใจแก่พี่น้องชาวไทยเป็นเหตุให้เจริญไปด้วยพรสี่ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ พละ โดยทั่วกัน ทุกท่านทุกคนเทอญ

 

วัดอุโมงค์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่

จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 เวลา 5.44 น.