เอาให้ชัด... เราทำอะไรได้บ้างในช่วงเคาน์ตีประกาศคำสั่ง “เซฟเฟอร์แอทโฮม”


เอาให้ชัด... เราทำอะไรได้บ้างในช่วงเคาน์ตีประกาศคำสั่ง “เซฟเฟอร์แอทโฮม”

โดย : แต้เจี้ยนหมิง

ในช่วงที่โลกทั้งโลกกำลังเผชิญกับวิกฤต เพราะการระบาดของไวรัสโควิด-19” อยู่นี้ สิ่งที่จำเป็นประการหนึ่งของการดำรงชีพอยู่อย่างปลอดภัยก็คือการติดตามข่าวสารข้อมูลอย่างใกล้ชิด และต้องเป็นข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือด้วย

เพราะหากติดตามข่าวสารจากโซเชียลมีเดีย ซึ่งดูเหมือนจะเป็น “แหล่งข่าวหลัก” ของคนยุคนี้ จะเห็นว่าข่าวสารเกี่ยวกับ โควิด-19 ที่เข้าข่ายเป็นประโยชน์และน่ารู้นั้น มีน้อยกว่าข่าวหรือเรื่องราวที่ดุดันเกินจริง แถมยังมีข่าวปลอม หรือข่าวที่ถูกปล่อยออกมาเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มต่างๆ ปะปนอยู่มากมายด้วย

เร็วๆ นี้ก็มีข่าวปล่อยเพื่อกลั่นแกล้งร้านอาหารไทยบนถนนฮอลลีวูดแห่งหนึ่ง ว่ายังคงเปิดประตูให้ลูกค้าเข้ามานั่งดื่มกินตามปกติโดยไม่สนใจคำสั่งของบ้านเมือง... กว่าจะรู้ว่าตกเป็นเครื่องมือของคนป่วนเมืองก็เห็นแชร์ต่อกันสนุกสนานพอสมควร

นี่ไม่รวมข่าวปล่อยข่าวปลอมอีกเยอะแยะมากมายเกี่ยวกับสถานการณ์ในเมืองไทยที่รัฐบาลไทยกำลังพยายามดูแลควบคุมอยู่ ...

ดังนั้น วิจารณญาณของตัวเราเองจึงมีความสำคัญที่สุด ควรนำมาใช้ให้มากสักหน่อยก่อนจะเชื่อ หรือแชร์ ส่งต่อข้อมูลต่างๆ เหล่านั้นออกไป

ต้นเหตุที่ทำให้เขียนเรื่องนี้ เป็นเพราะเห็นโพสต์แสดงความเห็นของเพื่อนบนเฟสบุ๊กท่านหนึ่ง ที่ติติงการออกมาเดินเล่นและถ่ายรูปท้องถนนที่เงียบเหงาในละแวกบ้านตัวเองของเพื่อนอีกคน ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำในช่วงที่ลอส แอนเจลิส เคาน์ตี้ มีคำสั่งให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้านแบบนี้

เห็นแล้วก็ตกใจ และนึกเป็นห่วงว่าภายใต้สถานการณ์แบบนี้ น่าจะมีคนป่วยด้วยโรคเครียด มากกว่าป่วยเพราะติดเชื้อโควิด-19 ในเวลาไม่ช้านี้อย่างแน่นอน

เพราะจริงๆ แล้วการออกจากบ้านยังเป็นสิ่งที่ทำได้ในหลายๆ กรณี รวมถึงการออกมาเดินเล่นหน้าบ้านด้วย... เพราะคำสั่ง Safer at Home ไม่ได้ห้ามกันถึงขนานนั้น

เลยอยากนำรายละเอียดคำสั่ง Safer at Home ที่คณะผู้บริหารของแอลเอ เคาน์ตี้ ประกาศออกมา เมื่อวันพฤหัสฯ ที่ 19 มีนาคม 2020 เพื่อตัดตอนการลุลามของไวรัส โควิด-19 มาแจกแจงกันอีกครั้งว่าเขา “ห้าม” กันถึงแค่ไหน

โดยหลักแล้ว คำสั่งฉบับนี้คือการห้ามไม่ให้ธุรกิจที่ไม่จำเป็นกับการดำรงชีพของผู้คน และเป็นธุรกิจที่มีพนักงานมาทำงาน ปิดกิจการไปก่อนเป็นการชั่วคราว คือจนถึงวันที่ 19 เมษายน โดยให้ธุรกิจนั้นๆ หาทางออกในการดำเนินงานต่อไปกันเอง เช่นให้พนักงานทำงานจากบ้าน เป็นต้น

ส่วนประชาชนทั่วไปนั้น คำสั่ง Safer at Home บอกว่า ควรจะ (should) อยู่บ้าน หากไม่มีเรื่องจำเป็นต้องออกจากบ้านจริงๆ ขณะเดียวกันก็ไม่ควรเปิดบ้านรับแขกในช่วงนี้ด้วย

จะเห็นว่าคำสั่งของเคาน์ตี้ ไม่ได้ใช้คำว่า “ห้าม” ออกจากบ้าน แต่ใช้คำว่า “ควร” อยู่กับบ้านหากไม่มีเรื่องจำเป็น... โดยคำว่า “เรื่องจำเป็น” นั้นก็มีการยกตัวอย่างด้วยว่า เช่นออกมาจ่ายตลาด ซื้อข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ซื้อยา หรือข้าวสารพัดที่มีจำหน่ายในร้านที่อนุญาตให้เปิดประตูอยู่... รวมถึงการออกมาเดินหรือวิ่งออกกำลังกายคลายเครียด พาหมาออกมาเดิน ฯลฯ ล้วนแต่เข้าข่าย “จำเป็น” และทำได้ทั้งนั้น...

เมื่อเอาคำสั่งมาอ่านอย่างละเอียดแล้วก็พอสรุป “เรื่องต้องห้าม" และ “เรื่องที่ได้รับการยกเว้นให้ทำได้” แบบนี้

:-เรื่องต้องห้ามเด็ดขาด

-กิจกรรมที่มีการรวมคนตั้งแต่สิบคนขึ้นไปทุกประเภท ทั้งกิจกรรมส่วนบุคคล (เช่นงานวันเกิด งานศพ ฯลฯ) และกิจกรรมสาธารณะ (เช่นงานสงกรานต์) ไม่สามารถทำได้ในเขตแอลเอ เคาน์ตี้ ส่วนกิจกรรมที่มีการรวมคนน้อยกว่านั้น สามารถทำได้หากผู้จัดสามารถรับรองได้ว่าผู้ร่วมงานจะอยู่ห่างกันหกฟุต และมีการเตรียมจุดล้างมือหรือเจลล้างมือเอาไว้พร้อม

-ห้างสรรพสินค้าและช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ และร้านค้าปลีกที่ไม่ถือว่ามีความจำเป็นต่อการดำรงชีพ ต้องปิดทั้งหมด

-สนามเด็กเล่น ทั้งแบบกลางแจ้งและในอาคาร ต้องปิดทั้งหมด

:-เรื่องที่ได้รับการยกเว้นให้ทำได้

-ธุรกิจขายปลีกที่ถือว่าจำหน่ายสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกประเภท ตั้งแต่ร้านของชำ, ซูเปอร์มาร์เก็ต, ฟู้ดแบงค์, ฟาร์มเมอร์มาร์เก็ต, 

-โรงเรียนสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน (Preschool) และศูนย์ดูแลเด็ก ยังคงเปิดบริการได้ โดยในประกาศ Safer at Home ของเคาน์ตี้ ระบุรายละเอียดว่าสถานที่จะต้องมีสถานที่กว้างพอที่จะแยกเด็กออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละไม่เกิน 12 คน โดยห้ามไม่ให้เด็ก รวมถึงเจ้าหน้าที่ดูแลเด็กสับเปลี่ยนกลุ่มกันอย่างเด็ดขาด

-หน่วยงาน หรือองค์กรที่ดูแลผู้ด้อยโอกาสประเภทต่างๆ ทั้งเรื่องอาหาร, ที่พัก, การสาธารณสุข และบริการสังคม รวมถึงปัจจัยจำเป็นสำหรับการดำรงชีพอื่นๆ ทั้งหมด

—ปั้มน้ำมัน, ธนาคาร และสถาบันการเงิน รวมถึงร้านเครื่องก่อสร้าง (hardware store)

—บริการซ่อมแซมไฟฟ้าและประปา

—องค์กรข่าวต่างๆ รวมถึงธุรกิจเคเบิล 

—ร้านซักผ้าและร้านซักแห้ง (dry cleaners)

—เมโทรและระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ 

—สถานดูแลคนชรา (residential facility)

—ร้านอาหารสัตว์ เช่น Petgo ที่ประกาศว่าจะลดเวลาให้บริการลง คือจะเปิดประตูระหว่าง 10.00-18.00 น. 

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจและบริการอีกหลายอย่าง ที่ยังคงเปิดให้บริการในระยะนี้ เพราะเข้าข่ายจำเป็นต่อการดำรงชีพ หรือมีมาตรการควบคุมผู้ใช้บริการให้อยู่ห่างกันหกฟุต (social distancing) และมาตรการจำเป็นอื่นๆ ควบคุมผู้ใช้บริการอย่างเคร่งครัด

ที่ได้ผลที่สุดในการตรวจสอบว่าธุรกิจหรือองค์กรใดที่ยังคงเปิดให้บริการบ้าง หรืออะไรคือสิ่งที่เราควรหรือไม่ควรทำในช่วงนี้ คือการใช้ “คอมมอนเซ็นต์” และการติดต่อสอบถามกับองค์กรนั้นโดยตรง ผ่านทางเว็บไซต์ หรือหมายเลขโทรศัพท์ก็ได้... อย่า “มโน” หรือฟังจากโซเซียลมีเดีย แต่เพียงอย่างเดียว...

และที่ต้องย้ำอีกครั้งในที่นี้ก็คือเรายังคงสามารถทำกิจกรรมนอกบ้านต่างๆ ได้ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการออกไปเดินเล่น ไฮกิ้ง วิ่งหรือปั่นจักรยาน พาหมาไปเดิน ฯลฯ ตราบใดที่เราปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการอยู่ห่างจากชุมชน (social distancing) เช่นไม่นัดกันไปเดินเป็นกลุ่ม หรือแวะทักทายปราศรัย จับมือโอบกอดกับเพื่อนบ้าน หรือคนรู้จักระหว่างทาง เป็นต้น

โดยแนะนำว่าให้เดินเล่นอยู่ในละแวกบ้าน หรือสวนสาธารณะริมถนนใกล้บ้านเท่านั้น อย่าไปใช้บริการของสวนสาธารณะ วนอุทยาน รวมถึงไฮกิ้งเทรลที่อยู่ในความดูแลของเทศบาลและของรัฐ เพราะมีคำสั่งปิดบริการหมดแล้ว หากเข้าไปก็อาจจะเจอใบสั่งเอาง่ายๆ

เราขอให้พวกเราทุกคนทำใจให้สงบ รับมือกับวิกฤตครั้งนี้แบบมีสติ และจงมีความเชื่อมั่นว่าเราจะผ่านมันไปได้” ...

 

 

 

 

 

สวนสาธารณะที่อยู่ในความดูแลของเทศบาลหรือของรัฐ ถูกสั่งปิดในระยะนี้
สวนสาธารณะที่อยู่ในความดูแลของเทศบาลหรือของรัฐ ถูกสั่งปิดในระยะนี้