ยลโลกสวยเมื่อใบไม้แต่งตัว


ยลโลกสวยเมื่อใบไม้แต่งตัว


.
.


.
.


.
.


 

โดย : มงคล วัชรางค์กุล

1.โลดไปบนถนนแสนสวยด้วยใบไม้แต่งตัว

 มื่อฤดูใบไม้ร่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา พวกเราสามคน คือ หลานสาว คนข้างกายและผม พากันขับรถขึ้นไปทางตะวันออกเฉียงเหนือเพื่อยลโฉมใบไม้แต่งตัวสุดสวยกลางฤดูใบไม้ร่วง

ขับรถออกจากบ้านเรดดิ้ง รัฐเพนซิลวาเนีย ไปบนถนน 222 N ผ่านเมือง Kutztown ซึ่งเป็นชุมชนหนึ่งของพวกอามิช (Amish) ได้เห็นชาวอามิช นั่งรถม้าแบ่งถนนกันใช้สอย

 ถนนในเมืองนี้มีเลนรถม้า

อามิช คือผู้อพยพจากเยอรมันที่ใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม ปฏิเสธเทคโนโลยีสมัยใหม่ทุกอย่าง ไม่ใช้ไฟฟ้า ไม่ใช้รถยนต์ ใช้แต่รถม้า ดำรงชีพด้วยการเกษตรแบบดั้งเดิม

ใช้แต่เงินสด ไม่รู้จักบัตรเครดิต

 ตรงบริเวณชายแดนระหว่างรัฐเพนซิลวาเนียต่อกับรัฐนิวยอร์ก จะมีชุมชนใหม่เป็นกลุ่มอพาร์ทเมนต์หลายสิบแท่งยาวต่อเนื่อง ฝั่งตรงข้ามเป็นศูนย์การค้าใหญ่โตมโหฬาร เป็นความคิดที่ถูกต้องที่เอาชุมชนอยู่อาศัยขนาดใหญ่มาอยู่คู่กับที่จับจ่ายใช้สอย รองรับการบริโภคของประชากร

 แล้วถนนเปลี่ยนเป็นสาย I 78 E มุ่งสู่นิวยอร์ก วิวสองข้างทางในช่วงนี้ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว แต่ยังไม่เป็นสีของฤดูใบไม้ร่วงเต็มที่ เพราะเขตนี้ใบไม้จะเปลี่ยนสีช้ากว่าทางพี้นที่ด้านบนของประเทศ

ขับผ่าน Newark, New Jersey เฉี่ยวบางส่วนของเกาะแมนฮัตตัน นิวยอร์ก แล้ว Google Maps พาผ่านบรองซ์ ตัดขึ้นเหนือ

 วิ่งไปบนถนนแสนสวยสู่รัฐคอนเน็กติกัต

 ถนนช่วงนี้สวยเกินจะพรรณนา เป็นถนนแบบ Local ไม่ใช่ Highway ใหญ่ รถวิ่งข้างละสองเลน มีเกาะกลางถนนตลอดทาง บนเกาะกลางถนนและสองฟากฝั่งเป็นต้นไม้ที่กำลังแต่งตัวเบิกบานรับฤดูใบไม้ร่วงเต็มที่ จึงได้เห็นทั้งเฉดสีแดงจ้า ส้มแปร๊ด เหลืองใสสด น้ำตาลแก่ และเขียวอี๋ สลับไปมาอยู่ตลอดทาง

 ถนนไต่ขึ้นเนินสูงสุดแล้วดิ่งลงต่ำสุดประมาณดุจหุบเหว บางช่วงถนนเลี้ยวอ้อมโค้งไปมา มีทั้งโค้งซ้ายและโค้งขวา แต่ละโค้งจะมีพันธุ์ไม้แต่งตัวสอดสลับซับซ้อน ยืดยาวไม่รู้จบ บางช่วงบดบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาเห็นเป็นหย่อมหย่อม

 งามละลานตาแช่มชื่นหัวใจเป็นที่สุด

 ช่วงที่มีถนนตัดผ่าน จะทำเป็นสะพานคร่อมถนน เหมือนเป็นอุโมงค์ให้รถเราวิ่งผ่าน

ผมขับตั้งแต่ออกจากบ้านตอนสายมาจนถึงปั้มน้ำมันบนถนนสู่คอนเน็กติกัต รวมเวลา 3 ช.ม.ครี่ง ปั้มน้ำมันบนถนนสายนี้เป็นปั้มไม่ใหญ่นัก แต่ก็มีของกินสารพัดอย่างไว้บริการ คนขายเป็นเด็กหนุ่มชาวอินเดีย

อีกปั้มที่เราแวะเติมน้ำมัน คนขายก็เป็นแขกอินเดียเหมือนกัน

เราแวะกินมื้อกลางวันที่เป็นตอนบ่ายกันที่นี่ นั่งในห้องกระจกเพราะที่ม้านั่งข้างนอกอากาศค่อนข้างเย็นเกินกว่าจะนั่งชิลได้ อาหารมื้อนี้ถึงจะเป็นฟาสต์ฟู้ดอเมริกันธรรมดา แต่อร่อยเป็นพิเศษเพราะเสริมปรุงแต่งด้วยวิวใบไม้สวยเบื้องหน้า

 คนข้างกายขับต่อในช่วงที่สอง ผมจึงมีโอกาสถ่ายรูปและถ่ายวิดีโอของถนนแสนสวยสู่คอนเน็กติกัต เติมเต็มกับใบไม้แต่งตัวอีกราวหนึ่งช.ม.ครึ่ง จึงเริ่มเข้าเขตรัฐ แมชซาชูเส็ตต์

 ถนนช่วงนี้เป็น Highway ใหญ่แล้ว แต่สองข้างทางก็ยังเต็มไปด้วยใบไม้ที่กำลังปรุงแต่งโฉมละออตา

 ข้อแปลกของถนนบริเวณนี้คือนอกจากกำหนดความเร็วตัวบนไม่ให้เกิน 70 ไมล์/ช.ม. แล้วยังมีป้ายคู่กันกำหนดความเร็วตัวล่างว่าไม่ให้น้อยกว่า 35 ไมล์/ช.ม.

 เพิ่งเห็นที่นี่ไม่ยอมให้รถวิ่งช้า

 ถนนพาเฉียดผ่านเมืองบอสตัน แต่เราไม่ได้เข้าไปในเมือง ด้วยใกล้เวลาเลิกงาน การจราจรเริ่มหนาแน่นแล้ว

 เราแวะพักที่ปั้มอีกแห่งเมื่อเริ่มเข้าเขตรัฐนิวแฮมป์เชียร์  และเปลี่ยนคนขับช่วงสุดท้ายเป็นหลานสาว ด้วยเวลาเลื่อนมาเป็นช่วง 4 โมงเย็น พระอาทิตย์จวนจะตกดินแล้ว พอตะวันลับฟ้า ถนนหนทางเริ่มมืด สายตาของหญิงสาววัยสี่สิบย่อมมองได้ดีกว่าผู้อาวุโสทั้งสองคน

ที่นิวแฮมป์เชียร์  มีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มีนักเรียนไทยเรียนอยู่เยอะ เพราะ U นี้ไม่สนใจเรื่องคะแนนภาษาอังกฤษ (TOEFL) จึงเป็นที่ชื่นชอบของนักเรียนไทย

 บริเวณรัฐในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกา ได้แก่รัฐโรดไอแลนด์, คอนเน็กติกัต, แมชซาชูเส็ตต์, นิวแฮมป์เชียร์, เวอร์มอนท์ และรัฐเมน  รวมเรียกว่า นิวอิงแลนด์ สมัยก่อนคืออาณานิคมในยุคบุกเบิกชายฝั่งแอตแลนติก

บอสตัน คือเมืองใหญ่สุดในเขตนิวอิงแลนด์

แล้วเราก็เข้าสู่จุดหมายปลายทางคือรัฐเมน

สองข้างทางยังเป็นเฉดสีของใบไม้เปลี่ยนสีโดยตลอด งดงามในยามอาทิตย์อัศดง เราวิ่งผ่านเมืองชื่อ Ogunquit (ภาษาอินเดียนแดง) เป็นเมืองเล็กริมแอตแลนติคที่งดงาม ตั้งใจไว้ว่าจะมาพักในคราวหน้า

 ไม่ใช่วันนี้เพราะหนทางยังอีกยาวไกล

 ที่หมายของเราคือ Boothbay Harbor เมืองริมอ่าว Boothbay

ถนนช่วงใกล้ที่หมายเป็น Local Road ตัดเลียบริมอ่าวและทะเลสาบ มีบ้านพักหลังเล็กสวยงามอยู่ริมน้ำ สอดแทรกอยู่ในหมู่แมกไม้ที่ใบไม้กำลังแต่งตัวหลากสีสัน 

 งดงามดุจ บ้านเล็กริมทะเลสาบสีเงิน จากเรื่องในชุด “บ้านเล็ก“ งานเขียนของ ลอร่า อิงกัลส์ ไวล์เดอร์ ในเรื่องแปลผีมือสุคนธารส ที่เคยอ่านในหนังสือ ”ศรีสัปดาห์ เมื่อเยาว์วัย 

 ยังเป็นบ้านในความฝันไม่ลืมเลือน

 ที่พักรอบอ่าว Boothbay Harbor นี้ ราคาจะแพงและเต็มตลอดในช่วงฤดูร้อน แต่ที่เรามาถึงเป็นกลางฤดูใบไม้ร่วงแล้ว นักท่องเที่ยวจึงน้อยลง

 ได้ที่พักที่ The Harborage Inn ห้อง Sweet สองห้องนอนหนึ่งห้องน้ำในราคาสองคืน 600 เหรียญ รวมอาหารเช้า

 ที่นี่รวมทั้งที่พักแถวนี้จะเป็นโรงแรมเล็กๆริมอ่าว ให้บริการแบบ Cozy

 รวมระยะทางที่ขับมาทั้งหมด 491 ไมล์หรือ 790 ก.ม. เวลาอยู่หลังพวงมาลัย 8 ช.ม.

รวมเวลาเดินทางทั้งหมด 9 ช.ม.

Boothbay Harbor ขอต้อนรับ