แต่งร้าน แต่งบ้านสวยฉลองคริสต์มาส เซฟ “ซานตา คลอส“ให้หนูด้วย


แต่งร้าน แต่งบ้านสวยฉลองคริสต์มาส เซฟ “ซานตา คลอส“ให้หนูด้วย


จดหมายของประธานาธิบดีเคนเนดี ตอบเด็กหญิงมิเชลล์ โรชอน เมื่อปี 1961
จดหมายของประธานาธิบดีเคนเนดี ตอบเด็กหญิงมิเชลล์ โรชอน เมื่อปี 1961


มิเชลล์ โรชอน
มิเชลล์ โรชอน


โดย : มงคล วัชรางค์กุล

อสิ้นสุดวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving Day) ในอเมริกา สถานีวิทยุทุกแห่งก็เริ่มเปิดเพลงคริสต์มาส (Christmas)

บ่งบอกว่า วันคริสต์มาสและปีใหม่กำลังใกล้เข้ามาแล้ว

ศูนย์การค้าและร้านค้าเริ่มประดับตกแต่งร้านให้สวยงาม

ต้นคริสต์มาสผุดขึ้นตามศูนย์การค้าทุกหนแห่ง

บรรยากาศโดยรอบจึงมีแต่ความงดงาน รื่นรมย์

เมืองเรดดิ้ง (Reading) รัฐเพ็นซิลวาเนีย ถึงแม้จะเป็นเมืองเล็กเล็ก แต่ก็มีการตกแต่งประดับบ้านเรือนรับคริสต์มาสไม่แพ้เมืองอื่น

ต้นคริสต์มาสต้นแรกของปีนี้ ผมเห็นที่ศูนย์การค้า Broadcasting Mall ไม่ไกลจากบ้านนัก ต้นสูงใหญ่ แต่งไฟไว้สวยงาม ขึ้นก่อนวันขอบคุณพระเจ้าตั้งสิบกว่าวัน

เป็นต้นคริสต์มาสต้นแรกของเมืองเรดดิ้ง

ห้างสรรพสินค้าใหญ่ของเมือง คือ Boscov’s ทุกสาขาก็มีต้นคริสต์มาส และการตกแต่งห้างที่สวยงาม

การช็อปปิ้งวัน Black Friday หลังวันขอบคุณพระเจ้าที่ห้าง Boscov’s ก็ลดราคาให้อย่างสุดสุด ผู้คนชาวเมืองเรดดิ้งมาช็อปปิ้งกันเนืองแน่น ปีนี้มีการลดราคาให้ 4 วัน

แต่ที่ลดราคาให้สุดสุดแท้จริงของห้าง Boscov’s คือ After Christmas Blowout ตั้งแต่ 7.00 น. ถึงเที่ยงของวันที่ 26 ธันวาคม ครึ่งวันเท่านั้น สินค้าทุกชิ้นลดกระหน่ำตั้งแต่ 50% - 75%

การลดราคาหลังคริสต์มาสนี้ไม่ใช่แต่ที่ Boscov’s เท่านั้น แต่ทุกห้างต่างลดราคากระหน่ำเช่นกัน เพราะก่อนคริสต์มาสผู้คนต่างจับจ่ายซื้อของให้เป็นของวัญกันไปหมดแล้ว ดังนั้นสินค้าอะไรที่ยังเหลืออยู่จึงต้องมาลดราคากระหน่ำกันอีกครั้ง 

เป็นเช่นนี้ทั่วอเมริกา

ผมเคยพาเพื่อนจากเมืองไทยที่มาเยี่ยมไปช็อปปิ้งที่ร้าน Target หลังวันคริสต์มาส เธอซื้อแว่นตาแบรนด์เนม พร้อมคำถามว่า”ของก็อปหรือเปล่า" (เพราะราคาถูกเหลือเชื่อ) ต้องอธิบายว่า ที่นี่ไม่มีการขายของก็อป แต่ที่ราคาถูกเพราะเป็นการ Blowout หลังคริสต์มาส

โรงแรมใหม่ล่าสุด หรูสุดของเมือง Double Tree By Hilton ก็มีต้นคริสต์มาสประดับไฟสวยงาม ครอบครัวเราเลี้ยงดินเนอร์คนใกล้ชิดฉลองส่งท้ายปีเก่าที่นี่ พร้อมกับย้ายไปห้องฟังเพลงเต้นรำ เคาน์ดาวน์รับปีใหม่อีกห้องในโรงแรม 

บางปีเคาท์ดาว์นหนาวยะเยือกกับหิมะที่โปรยปรายอยู่ด้านนอก

จะขอเล่าถึงการแต่งร้านของร้าน Diner ที่ถนน Penn St เมืองเรดดิ้ง

ก่อนอื่นต้องรู้ประวัติว่า Diner คือตำนานร้านอาหารอเมริกันทางเมืองภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกา Diner ร้านแรกถือกำเนิดเมื่อปี 1872 ที่เมือง Providence รัฐ Rhode Island เป็นร้านขายอาหารบนรถม้า Wagon

Diner มาเฟื่องฟูในยุครถไฟ เพระช่วงนั้นร้าน Diner จะตั้งอยู่หน้าสถานีรถไฟ ทุกวันนี้ รูปแบบการจัดร้านของ Diner ก็ทำร้านเหมือนตู้เสบียงรถไฟ

เดินเข้าไปในร้านจะให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในตู้เสบียงรถไฟ เพราะทั้งที่นั่งเคาน์เตอร์ หรือม้านั่งกินอาหาร จะทำเก้าอี้เหมือนในตู้เสบียงรถไฟ

ร้าน Diner จะเปิด 24 .. 7 วัน

ร้าน Diner ที่ถนน Penn St แต่งไฟสีแดงที่ป้ายร้าน แล้วมีไฟห้อยโยงไปที่หลังคาโดยตลอด พอเข้ามาในร้านจะมีต้นคริสต์มาสที่ประตู เปิดเข้ามาเจอหน้าซานตาคลอส ต้อนรับพร้อมคำอวยพร Merry Christmas, Happy New Year ที่เคาน์เตอร์แรก จะมีรูปถุงเท้าใส่ของขวัญ, รูปซานตาคลอส อุ้มของขวัญและรูป Elf คนช่วยห่อของขวัญให้เด็กๆ เคาน์เตอร์อีกด้านจะแขวนถุงเท้าของขวัญสีแดงสลับกับถุงเท้าสีเขียวไว้ยาวตลอดแนว บนเพดานจะมีระฆังสีแดงและโคมสีแดงแขวนห้อยเป็นระยะ 

ปลายสุดด้านในห้องมีตุ๊กตาซานตาคลอส ตัวใหญ่เท่าคนยืนยิ้มเผล่ต้อนรับ ที่ผมชอบมากอีกอย่างคือการแต่งผ้าคลุมพนักเก้าอี้ด้วยสัญลักษณ์ของวันคริสต์มาส เช่น เข็มขัดซานตาคลอส, Snow Man, รูปโบว์สีแดง, รูปหน้าซานตาคลอส, รูปตัว Elf

Diner คือตัวอย่างร้านอเมริกัน ที่แต่งร้านรับคริสต์มาสได้งดงามยิ่ง

ไม่ใช่แต่การแต่งร้านอย่างเดียว ตามบ้านเรือนที่พักอาศัยก็มีการแต่งไฟฉลองคริสต์มาสเช่นกัน การประดับไฟตามบ้านปรากฏให้เห็นพอสมควร มีการแต่งมาก แต่งน้อย แล้วแต่ศรัทธา

ส่วนมากจะแต่งประดับไฟต้นคริสต์มาส มีกวางยืนประดับ แล้วเอาไฟราวมาแต่งตามพุ่มต้นไม้หน้าบ้าน บางบ้านจะแต่งไฟราวรอบกรอบประตูบ้าน หรือแต่งรอบตัวบ้าน มีทั้งที่ลากไฟขึ้นประดับตลอดยอดหลังคาบ้าน สวยงามไปอีกแบบ

มีเทคโนโยลี่ใหม่เข้ามาช่วยประดับไฟบ้าน คือการติดไฟบนลานหน้าบ้าน ส่งแสงเลเซอร์สาดเข้ามาที่ตัวบ้าน มีทั้งสีฟ้า สีเขียว สีน้ำเงิน หลากหลายสี สาดส่องตัวบ้านสะท้อนวิ่งไปมาสวยงามมาก

มีบ้านหนึ่งบ้านแต่งนิดเดียว แค่วางภาพไว้กลางสนามหญ้าหน้าบ้าน ได้ความหมายลึกซึ้ง เป็นรูปพระเยซูประสูติกลางรางหญ้า มีพระแม่มาเรียเฝ้ามองอยู่ด้านข้าง ไฟสปอตไลต์ฉายสาดส่องภาพให้เห็นสว่างเด่นชัด

ที่ผมชอบมากคือการแต่งบ้านหลังหนึ่งในหมู่บ้านฝั่งตรงข้ามของถนนสาย 183 บ้านหลังนี้แต่งไว้เต็มพื้นที่หน้าบ้าน เล่าเรื่องตำนานวันคริสต์มาสได้ละเอียด        มองตรงเข้าไป ด้านซ้ยมือของเราหรือขวามือสุดของตัวบ้าน แต่งไฟสีขาวเป็นรูปพระเยซูประสูติในรางหญ้า มีพระแม่มาเรียเฝ้าดูอยู่ด้านข้าง และมี Three Wise Men ที่เดินทางตามแสงดาวมาเฝ้าทารกอยู่อีกด้าน ต่อมาเมื่อคนเลี้ยงแกะรู้ข่าวพระประสูติก็มาเข้าเฝ้าเช่นกัน

ด้านหน้าตรงนี้เป็นกระโจมสีเขียว คงหมายถึงกระโจมของ Nomad พวกเร่ร่อนในทะเลทราย บนหังคากระโจมติดรูปดาวนำทาง

ด้านหน้าบ้านมีกวาง 2 ตัว ตัวที่อยู่ใกล้บ้านตรงจมูกมีสีแดง คือ กวาง Rudolph The Red Nosed Reindeer ตามตำนานเล่าว่ากวางตัวนี้เมื่อเกิดมามีจมูกแดง หน้าตาแปลกกว่าลูกกวางตัวอื่น จึงไม่มีเพื่อนเล่นด้วย แต่แม่กวางก็ปลอบลูกว่า ไม่เป็นไร ต่อไปจะมีสิ่งดีดีเข้ามาในชีวิต

ซานตาคลอส มาเจอกวางจมูกแดงจึงเลือกเป็นพาหนะ เพราะจมูกแดงมีแสงส่องสว่างนำทางในหิมะตกโปรยปรายตอนวิ่งไปแจกของขวัญเด็กเด็ก

ตุ๊กตาตัวที่ยืนอยู่ข้างหลังกวาง คือเจ้าชาย Nutcracker จินตนิยายของรัสเซียน แสดงเป็นบัลเล่ต์ประกอบดนตรีของไชคอฟสกี้ (Tchaikovsky) เล่นตอนช่วงคริสต์มาส  ในอเมริกา ทุกเมืองที่มีโรงเรียนสอนบัลเลต์ จะเล่นเรื่อง Nutcracker ก่อนวันคริสต์มาส โดยเฉพาะโรงละครบรอดเวย์ในนิวยอร์ก จะเล่นเรื่องนี้เป็นโชว์พิเศษต้อนรับคริสต์มาสทุกปี คนดูแน่นตลอด

เจ้าชาย Nutcracker ยืนอยู่ใต้ซุ้มของดวงดาวส่องนำทางให้ Three Wise Men

ถัดมาด้านหน้าขวาสุดใกล้ถนน เป็นตุ๊กตา Snowman อีกหนึ่งสัญญลักษณ์ของวันคริสต์มาส   

ที่ซุ้มประตูเข้าบ้าน และกรอบรอบบ้านจนถีงจั่วหลังคาและรอบหลังคาบนสุด ล้วนแต่งไฟประดับไว้สวยงาม

ขอชื่นชม Spirit ของบ้านหลังนี้ที่แต่งบ้านไว้เต็มที่ สวยงามยิ่งนัก

ในเมืองฟิลาเดลเฟียจะมีคณะกรรมการตระเวณไปดูให้คะแนนการแต่งบ้านหลังต่างๆ บ้านหลังที่ได้คะแนนสูงสุดจะได้รับรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณจากเมือง

แต่ที่เรดดิ้งไม่มีการประกวดทำนองนี้ ได้แต่ชื่นชมกันเอง

ผมก็แต่งบ้านประดับไฟด้วยเหมือนกัน มีกวางแม่ลูก 3 ตัวประดับไฟอยู่ที่สนามหน้าบ้าน แต่งช่อดอกไม้แขวนไว้เหนือประตูบ้าน ในบ้านตรงหลังประตูกระจกมีต้นคริสต์มาสสูง 2 เมตรประดับไฟ มีของขวัญหลายชิ้นที่ได้รับในปีนี้วางอยู่ใต้ต้นคริสต์มาส

มองจากข้างนอกเข้ามาจะเห็นไฟสวยงามเหมือนกัน  

ขอเล่าถึงอีกหนึ่งเรื่องราวของวันคริสต์มาส

ปี 1961 เด็กหญิง Michelle Rochon อายุ 8 ขวบแห่งเมืองมาริน ซิตี้ รัฐมิชิแกน Marine เขียนจดหมายถึงประธานาธิบดี จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ว่า

ขอให้ระงับการระเบิดขั้วโลกเหนือ เพราะจะฆ่าซานตาคลอส

เนื่องจากขณะช่วงเวลานั้นมีข่าวว่ารัสเซียนจะทำการทดลองระเบิดปรมาณูที่ขั้วโลกเหนือ

JFK ตอบจดหมายเด็กหญิงมิเชลล์ เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 1968 ว่า

”หนูไม่ต้องห่วงเรื่องซานตาคลอส” JFK เขียนต่อว่า "ฉันได้คุยกับท่านเมื่อวานนี้ ท่านสบายดี และปีนี้ก็จะมาแจกของขวัญอีกตอนคริสต์มาสนี้“

JFK ยังได้บอกมิเชลล์อีกว่า เขาได้ส่งความกังวลของเธอเรื่องการทดลองระเบิดปรมาณูของสหภาพโซเวียตออกไปในวงกว้าง

"ไม่ใช่แค่ขั้วโลกเหนือ แต่ถึงทุกประเทศทั่วโลก และไม่ใช่แต่เฉพาะซานตาคลอส แต่กับประชาชนทั้งโลก"

มิเชลล์ ซึ่งต่อมาคือ มิเชลล์ ฟิลลิปส์ บอกกับ น.ส.พ. The Boston Globe เมื่อปี 2014 ว่า เธอไม่คิดว่าจดหมายฉบับนั้นจะมีผลกับความรู้สีกร่วมของผู้คนในชาติได้ขนาดนั้น ณ วันนั้นเธอแค่มีความรู้สึกกังวลเกี่ยวกับซานตาคลอส เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หลังจากจดหมายของ JFK 2 วัน โซเวียตก็ได้ทดลองระบิดนิวเคลียร์ชื่อ “The King of Bombs"ในภาษารัสเซียน ที่มีอานุภาพมากกว่าระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซางิรวมกัน 1,570 เท่า

เสียงระเบิดและแรงสั่นสะเทือนดังไกลจากขั้วโลกเหนือไปถึงนอร์เวย์และฟินแลนด์

เป็นระเบิดปรมาณูลูกใหญ่ที่สุดที่มนุษย์ชาติได้สร้างและทดลอง

จดหมายทั้ง 2 ฉบับนี้เก็บรักษาไว้ที่ the John F. Kennedy Presidential Library and Museum ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาซูเซตส์

Merry Christmas

Happy New Year