รายงานหน้าหนึ่ง : ชนกวางแล้วเก็บมากินได้จริงเหรอ


รายงานหน้าหนึ่ง : ชนกวางแล้วเก็บมากินได้จริงเหรอ

โดย : แต้เจี้ยนหมิง

สัปดาห์ที่แล้ว สยามทาวน์ยูเอส ได้ย่อกฎหมายใหม่ของปี 2020 ที่เกี่ยวข้องกับการใช้รถใช้ถนนในรัฐแคลิฟอร์เนียมานำเสนอ มีข้อหนึ่งที่ดูเหมือนได้รับความสนใจจากคุณผู้อ่านมากโขอยู่ นั่นคือกฎหมายเอสบี 359 (SB 359 the Wildlife Traffic Safety Act.) 

แม้ว่าชื่อของกฎหมายข้อนี้จะแปลได้ในทำนองที่ว่า “ความปลอดภัยของสัตว์ป่าขณะข้ามถนน” แต่สาระจริงๆ นั้นคือการแก้ไขกฎหมายฉบับเดิม ให้การเก็บซากสัตว์ป่าที่ถูกรถชนตาย (ซึ่งเรียกกันว่า roadkill) มาบริโภค เป็นเรื่องที่สามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงอนุญาตให้คน ที่ไม่ได้อยู่ในรถ แต่บังเอิญเดินเท้าผ่านมาพบ สามารถเก็บซากสัตว์ป่าเหล่านั้นกลับไปปรุงเป็นอาหารกินได้ด้วย

ผู้อ่านบางคนบอกว่าไม่รู้มาก่อนว่าที่ผ่านมานั้น การเก็บซากสัตว์ป่าที่ถูกรถชนตายกลับมาบ้าน คือการกระทำที่ผิดกฎหมาย

ตรงนี้ถือว่าเป็นข้อมูลใหม่สำหรับเราที่สยามทาวน์ฯ เหมือนกัน เพราะเมื่อไปค้นข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่า “ความผิด” ฐานเก็บซากสัตว์ป่าที่ตายอยู่ริมถนน รวมถึงการมีซากสัตว์พวกนี้ไว้ในครอบครองตามที่กฎหมายของรัฐแคลิฟอร์เนียระบุเอาไว้ คือปรับสูงสุด 1,000 ดอลลาร์ หรือจำคุกสูงสุดไม่เกิน 6 เดือน

และต้องย้ำตรงนี้ก่อนเลยว่า แม้ว่ากฎหมาย เอสบี 359 จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา แต่การเก็บซากสัตว์ป่าโดยพลกาล ยังถือเป็นความผิด และมีโทษจำโทษปรับค่อนข้างหนักเหมือนเดิม

ดังนั้นใครที่เจอกวางหรือหมูป่าตัวอ้วนถูกรถชนตายใหม่ๆ อยู่ข้างไฮเวย์ ตอนกลับจากทริปเล่นสกีหรือชมหิมะที่ไหนก็ตาม ก็อย่าคิดจะเก็บเอามาผัดเผ็ดที่บ้านโดยเด็ดขาด....

กลายเป็นว่ากฎหมาย เอสบี 359 กำลังสร้างความสับสนให้กับผู้สนใจอย่างมาก เพราะแม้ว่าจะมีผลบังคับใช้แล้วก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติแล้วไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น

และเชื่อว่าจะยังไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ อีกพักใหญ่เลย

เพราะรายละเอียดของกฎหมายฉบับนี้ บอกเอาไว้ด้วยว่า สำนักงานดูแลสัตว์ป่าและพันธ์ปลาของรัฐแคลิฟอร์เนีย (CA Department of Fish and Wildlife) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง ยังมีเวลาสองปี เพื่อทำการศึกษา วิจัย หรือคิดโปรแกรมนำร่อง (pilot program) ใดๆ ก็ตามขึ้นมา เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นจริงได้โดยมีผลข้างเคียงน้อยที่สุด 

ดังนั้น ความน่าจะเป็นก็คือว่าชาวแคลิฟอร์เนีย ต้องรอจนถึงปี 2022 จึงจะสามารถเก็บ “โรดคิล” อย่างกวางหรือหมูป่า กลับไปผัดเผ็ดที่บ้านได้

โดยหนึ่งใน “โปรแกรมนำร่อง” ของกฎหมายฉบับนี้ก็คือการออกกเพอร์มิต หรือใบอนุญาต ที่เรียกว่า wildlife salvage permit ให้กับคนที่ต้องการนำเอาโรดคิล ที่ตัวเองพบ (หรือชน) กลับไปกินที่บ้าน อย่างที่เราได้บอกไปในข่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ข่าวบอกว่าโปรแกรมนำร่องที่ว่านี้ เป็นผลมาจากการหารือระหว่างสำนักงานดูแลสัตว์ฯ กับหลายๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่นสำนักงานขนส่งของรัฐ, ตำรวจทางหลวง และสำนักงานสาธารณสุข (Office of Environmental Health Hazard Assessment) เป็นต้น

โดยผู้ขอเพอร์มิตจะต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับโรดคิลตัวนั้นพอสมควร โดยเฉพาะวันเวลาของการเกิดอุบัติเหตุ และจะต้องแจ้งข้อมูลนั้นกับสำนักงานดูแลสัตว์ป่าฯ และทางสำนักงานฯ จะต้องตรวจสอบว่าข้อมูลดังกล่าวถูกต้องเป็นจริง น่าเชื่อถือมากแค่ไหน ก่อนจะอนุญาตให้ผู้ขอรับโรดคิล กลับไป

นอกจากนี้ โปรแกรมนำร่องที่ว่านี้ ยังแตกต่างกันไปตามแต่ภูมิภาค และเคาน์ตี้ที่สำนักงานดูแลสัตว์ป่าฯ ตั้งอยู่ เพราะยังมีเรื่องของสภาพอากาศ หรือกฎหมายท้องถิ่นต่างๆ ให้ต้องพิจารณาประกอบด้วย...

ฟังดูแล้วเชื่อว่ากระบวนการออกเพอร์มิต น่าจะใช้เวลาพอสมควร ดังนั้นก่อนจะเริ่มปฏิบัติจริง ทางสำนักงานดูแลสัตว์ป่าฯ ก็ต้องสร้างห้องเย็น หรือไม่ก็ตู้แช่ขนานใหญ่สำหรับเก็บโรดคิล เพื่อรักษาสภาพของเนื้อสัตว์ไม่ให้เน่าเสียหายก่อนที่การตรวจสอบต่างๆ จะแล้วเสร็จอีกด้วย

ก่อนหน้านี้มีข้อมูลจาก ยูซี เดวิส เกี่ยวกับสัตว์ป่าที่เสียชีวิตเพราะถูกรถชนในรัฐแคลิฟอร์เนีย ระหว่างปี 2009-2017 ว่ามีมากถึง 56,000 ตัว

โดย เฟรเซอร์ ชิลลิ่ง ผู้ทำวิจัยชิ้นนี้บอกว่า สัตว์ป่าที่ถูกรถชนตายมากที่สุดคือกวาง และสัตว์ตระกูลกวางทั้งหลาย เพราะสัตว์พวกนี้มักใช้ถนน หรือบริเวณโล่งริมถนนเป็นที่หลบภัยจากสัตว์กินเนื้อชนิดต่างๆ 

เฟรเชอร์ ชิลลิ่ง ซึ่งเป็นหัวหน้าศูนย์นิเวศวิทยาท้องถนน (Road Ecology Center) ของยูซี เดวิส บอกว่าเขาสนับสนุนกฎหมาย เอสบี 359 และเห็นว่าการขอเพอร์มิตเพื่อนำโรดคิล กลับไปบริโภค อันเป็นโปรแกรมนำร่องของสำนักงานดูแลสัตว์ป่าฯ เป็น “เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ” อย่างมาก

ไม่ใช่แค่เป็นการเปิดทางให้ชาวแคลิฟอร์เนีย สามารถเก็บเอาสัตว์ที่ตายเพราะถูกรถชน กลับไปบริโภคได้อย่างเสรีในอนาคตข้างหน้า ซึ่งเขาเห็นว่าเป็นแค่ผลพลอยได้ แต่ประโยชน์หลักๆ คือข้อมูลของอุบัติเหตุรถชนสัตว์ที่เก็บได้ จะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงสภาพถนนหนทาง เครื่องหมายจราจร หรือสร้างรั้ว ฯลฯ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุ และความสูญเสียทางเศรษฐกิจของรัฐลงได้เยอะ

กฎหมาย เอสบี 359 ระบุว่าในแต่ละปี มีกวางมากกว่า 20,000 ตัวถูกรถชนตายอยู่ริมถนนในรัฐแคลิฟอร์เนีย หาก เอสบี 359 มีผลบังคับใช้ ก็หมายถึงรัฐแคลิฟอร์เนียจะมีเนื้อสัตว์คุณภาพดี จำนวนหลายพันปอนด์ สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการ

แนวคิดเรื่องการเก็บเอาซากสัตว์ที่เสียชีวิตอยู่ริมถนนมาบริโภค อาจทำให้ชาวอเมริกันหลายคนร้องยี้ เช่นที่ เทรเวอร์ โนอาห์ (Trevor Noah) แห่งรายการ The Daily Show เอามาพูดในเชิงตลกว่าเป็นไอเดียที่พิลึก เพราะสำหรับเขา “กล้วยตกอยู่ที่พื้น ผมยังไม่กินเลย” แต่เชื่อหรือไม่ว่า หลายๆ รัฐของอมริกา รวมถึงรัฐเพื่อนบ้านของแคลิฟอร์เนีย อย่าง โอเรก้อน ไอดาโฮ่ วอชิงตัน รวมถึงอลาสก้า และอีกหลายๆ รัฐ ต่างมีกฎหมาย หรือโปรแกรมต่างๆ ที่อนุญาตให้ประชาชนเก็บโรดคิล มาบริโภคได้

อีกทั้งยังมีตำราอาหาร เว็บไซต์ หรือยูทูป อีกหลายชาแนล ที่อุทิศให้กับการชำแหละสัตว์ใหญ่ หรือวิธีปรุงอาหารจากสัตว์ป่าที่เสียชีวิตเพราะถูกรถชน โดยเล่มที่โด่งดังที่สุดน่าจะเป็น “The Original Road Kill Cookbook” ที่ บั๊ค ปีเตอร์สัน เขียนเอาไว้ตั้งแต่ปี 1987 และยังคงมีจำหน่ายตามร้านหนังสือและเว็บไซต์จำหน่ายหนังสือต่างๆ อยู่จนถึงวันนี้

บั๊ค ปีเตอร์สัน เขียนคำนำหนังสือเล่มนี้ว่า “จำไว้เลยว่าเนื้อสัตว์ป่า (game meats) สามารถนำมาปรับใช้กับสูตรอาหารดั้งเดิมของคุณได้ทุกอย่าง ถ้าจะมีข้อยกเว้นก็น่าจะเป็นอาหารที่ไม่มีเนื้อ อย่างพุดดิ้งสาคู เป็นต้น”

กระทั่งกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อป้องกันการทารุณสัตว์ก็ยังออกมาสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ เช่นองค์กรชื่อ People for the Ethical Treatment of Animals ออกแถลงการณ์สนับสนุนกฎหมาย เอสบี 359 ว่า ถ้าหากมนุษย์จำเป็นต้องกินเนื้อสัตว์ละก็ โรดคิล คือตัวเลือกที่ดีกว่าเนื้อที่วางขายอยู่ในร้านค้าทั่วไป

“การบริโภค โรดคิล ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายผู้บริโภคมากกว่าเนื้อที่เต็มไปด้วยยาปฏิชีวนะ ฮอร์โมน และสารเร่งการเจริญเติบโตต่างๆ ที่มีอยู่ในเนื้อสัตว์ปัจจุบันนี้” องค์กรที่ทำงานเพื่อป้องกันการทารุณกรรมสัตว์ ระบุบนเว็บไซต์ 

และที่ต้องบอกคุณผู้อ่านของเราเอาไว้ ณ ที่นี้ก็คือ กฎหมายฉบับนี้กำหนดประเภทของสัตว์ป่า ที่สามารถเก็บเอาเนื้อมารับประทานเอาไว้อย่างชัดเจน คือ กวาง, เอลค์ (elk), พรองฮอร์น แอนทีโลป (pronghorn antelope) และหมูป่า เท่านั้น ไม่รวมเอาสัตว์ป่าอื่นๆ ทั้งที่ (น่าจะ) กินได้อย่างกระต่าย หรือไม่น่าจะกินได้อย่างสกั๊งค์ แร็กคูน หมาจิ้งจอก ฯลฯ รวมถึงห้ามเด็ดขาดสำหรับสัตว์ที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย (the California Endangered Species Act.)

เรื่องของ “โรดคิล” เท่าที่เป็นสาระก็น่าจะมีเพียงเท่านี้ แต่จากการค้นข้อมูลมาเขียนบทความเรื่องนี้ ทำให้เจอประเด็นที่น่าสนใจต่อเนื่อง คือในกรณีที่เราขับรถชนสัตว์เลี้ยง อย่างหมา แมว รวมถึงแพะ แกะ หรือสัตว์ใหญ่อย่างวัว หรือม้าเสียชีวิต เราควรทำอย่างไร จะทิ้งเอาไว้ริมทางแบบสัตว์ป่า หรือเก็บกลับบ้านไปฝัง

บอกก่อนว่าเป็นข้อมูลที่ “คนรักแมว” อาจไม่สบอารมณ์นัก....

จะเล่าต่อไปก็ชักจะยาว... เอาเป็นว่าหากสนใจใคร่รู้ก็บอกกล่าวกันมา เราจะนำเสนอในทราบกันในเล่มต่อๆ ไป....