ความอันตรายของการจ้างคนที่ไม่ใช่ทนายความให้ช่วยทำเอกสารและเดินเรื่องทางกฎหมายให้


ความอันตรายของการจ้างคนที่ไม่ใช่ทนายความให้ช่วยทำเอกสารและเดินเรื่องทางกฎหมายให้


ทนายโจอี้ ผู้เขียนบทความ
ทนายโจอี้ ผู้เขียนบทความ


บทความในสัปดาห์นี้ผมต้องการที่จะพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่ได้รบกวนผมมาหลายปีแล้ว นั่นคือการที่คนไทยที่เจอปัญหา อาจลำบากต้องการความช่วยเหลือทางด้าน กฏหมาย จะหาคนมาช่วยดูเคสของตัวเองต้องการที่จะขอคำแนะนำทางกฎหมายหรือต้องการที่จะจ้างคนเพื่อเตรียมเรื่องส่งไปที่ อิมมิเกรชั่น ...แต่สลุปว่าไปถามผิดคนและไปให้ความไว้วางใจคนผิด ชึ่งจริงๆแล้วเรื่องนี้เองก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่าทำไมผมจึงตั้งใจ ปฏิบัติตนเป็นทนายความเพื่อสังคมไทยและสังคมอื่นๆ ในเอเชีย

 
ผมได้พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้มาหลายปีแล้วครับเกี่ยวกับพวก "non-attorneys" (คนที่ไม่ใช่ทนายความ) ซึ่งรวมถึง "tanats" (ทแนะ) paralegals (พาราลีเกิ้ล /ผู้ช่วยทนาย) และมีพวกที่เป็น"เพื่อนๆ" ชึ่งเป็นคนปกตินี่แหละครับที่อยากจะช่วย เพื่อนๆโดยที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ชึ่งอาจเคยรู้หรืออาจเคยได้ยินเคสคล้ายๆกันมาจากเพื่อนของเพื่อนๆอีกที  แล้วเอามาให้คำแนะนำกันอย่างมั่นใจ ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะครับ: มีเพียงคนที่เป็นทนายความ (Lawyer)เท่านั้นที่จะมีอำนาจ และ ได้รับมอบสิทธิ์  จะให้คำแนะนำทางกฎหมาย ส่วนคนอื่นๆที่ไม่ใช่ทนายความที่ผมกล่าวถึงก่อนหน้านี้ที่ให้คำแนะนำดังกล่าวนั้นกำลังทำผิดกฎหมายและพวกเขาสามารถจะถูกฟ้องและถึงกับโดนดำเนินคดีได้นะครับ 

 

ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมเขียนอยู่นี่อาจจะมีความขัดแย้งและอาจจะสร้างความเกลียดชังกับผู้คนเหล่านี้ที่ผมพูดถึงแต่ถ้าท่านรู้จักผมก็จะรู้ดีนะครับว่าผมไม่ใช่คนที่จะหลบไปจากความขัดแย้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนั่นหมายถึง การทำสิ่งที่ถูกต้องและได้ช่วยเหลื่อผู้คนจากความผิดพลาดนั้น

 

สัปดาห์ที่แล้วผมอ่านบทความของทนายอีกคนหนี่งที่เตือนผู้คนจากสิ่งเดียวกันนี้เองและผมก็เห็นด้วยกับเธอ ในความเป็นจริงผมก็มีคำเตือนอยู่ในเว็บไซต์ของผมเหมือนกันและมีมาหลายปีแล้วล่ะครับ เมื่อพูดถึงเว็บไซต์ผมขอฝากเอาไว้ให้ได้ไปเยี่ยมชมกันได้นะครับที่ WWW.JC4LAW.COM ที่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขและทันสมัยสำหรับปีใหม่นี้พอดีเลยครับ บนเว็บไซต์ของผมท่านสามารถอ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายที่จะต้องระมัดระวังกันและท่านยังสามารถที่จะเข้าไปอ่านจดหมายและข้อความของลูกค้าที่มีเคสเกิดขึ้นจริงที่จะได้บอกท่านเกี่ยวกับเรื่องราวสยองขวัญของพวกเขา ลูกความของผมได้อนญาตให้ผมเอาไปโพสต์เพราะพวกเขาเข้าใจว่าจะต้องมีคนอื่น ๆที่ต้องการความช่วยเหลือและเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเจอประสบการณ์ที่คล้ายกันกับพวกเขาและกับบุคคลที่ไม่ใช่ทนาย

 

โชคดีสำหรับพวกเขานะครับที่ผมสามารถแก้ไขปัญหาได้ทันเวลา ผมกำลังนำคำเตือนนี้ขึ้นมาเพราะผมกลัวว่าหากวันหนึ่งลูกความที่เข้ามาหาผมหลังจากที่คนพวกนี้เดินเรื่องให้แล้วเมื่อมีปัญหาเขาทำให้เกิดมีข้อผิดพลาดที่สำคัญและอาจจะไม่สามารถทำอะไรที่จะแก้ไขได้ไม่ว่าจะต้องการที่จะแก้โดยผมหรือทนายความอื่นๆ มันอาจจะสายเกินแก้นะครับ 

 

ความแตกต่างระหว่างทนายความจริงเมื่อเทียบกับคนที่ไม่ใช่ทนาย

 

เหมือนที่ผมกล่าวถึงมีเพียงทนายความจริงๆเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายที่จะให้คำแนะนำทางกฎหมาย คนอื่นๆที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำเช่นนั้นกฎหมายห้ามคนเหล่านี้เพราะการปฏิบัติตามกฎหมายมีรายละเอียดและเข้มงวดในกฎระเบียบอื่นๆ ทั้งหมดที่มีอยู่นั้นเพื่อปกป้องประชาชน ทนายความเป็นทางการต้องมีการสาบานตามระบบตุลาการเรามีการศึกษาเกี่ยวกับกฎหมายและผูกพันตามกฎระเบียบและจริยธรรมไม่เหมื่อนคนอื่นๆที่ให้คำปรึกษาโดยไม่มีใบรวมไปถึง ทแนะ, พาราลีเกิ้ลและ เพื่อนๆ คนเหล่านั้นที่อยู่บนเว็บไซต์เช่น Facebook และอื่น ๆ ที่กล่าวว่าพวกเขา "เรียนกฎหมาย" หรือ "เคยเป็นทนายความในประเทศไทย" ฯลฯ (คนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนด้านกฎหมายมีปริญญาเอกกฎหมาย แต่ไม่ได้เป็นทนายความ ในการเป็นทนายความที่ท่านต้องใช้เวลาและผ่านการสอบบาร์! นอกจากนี้เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมายและการใช้กฎหมายที่นี่ในประเทศสหรัฐอเมริกาท่านจะต้องได้รับใบอนุญาตในประเทศสหรัฐอเมริกาและในเขตอำนาจที่เจาะจงของท่านนะครับ!)


นักกฎหมายเหล่านี้ส่วนมากไม่อาจจะรู้ว่าบางส่วนของกฎหมายจริงๆเป็นอย่างไร พวกเขาจะไม่อยู่ภายใต้การศึกษาต่อเนื่องเช่นทนาย อาจเป็นเพื่อนผู้ที่ให้คำแนะนำพวกเขาอาจฟังดูดีแต่คำแนะนำของเขาอาจจะจบลงโดยที่คำแนะนำของเขาจะทำร้ายท่านผมเคยได้ยินว่า 'เคสของเธอก็เหมือนๆของฉัน ถ้าทำเหมือนๆกันและกรอกแบบฟอร์มเดียวกันก็น่าจะได้' นั่นไม่เป็นความจริงเลยครับเหตุผลเป็นเพราะไม่มีเคสที่เหมือนกันทุกอย่างเลย สิ่งที่อาจจะใช้ได้สำหรับพวกเขาอาจจะใช้ไม่ได้สำหรับท่านแค่มีข้อเล็กๆที่แตกต่างแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้อิมมิเกรชั่นพิจารณาเคสท่านไม่เหมือนของคนอื่นแล้วหลักฐานที่นำเสนอท่านอาจไม่เคยรู้จริงๆว่าแตกต่างตรงไหนหรืออาจเป็นสิ่งเล็กน้อยที่เพื่อนไม่ได้บอก


สำหรับคนเหล่านี้ทั้งหมด ทแนะ, ผู้ช่วยทนายและเพื่อน ฯลฯ ... ต้องระวังเมื่อมีคนอยากช่วยท่านและให้คำแนะนำทางกฎหมายมากมาย แต่เมื่อถึงเวลาแล้วคนๆนั้นไม่ยอมที่จะนำชื่อของเขามาเกี่ยวข้องในเอกสารของท่าน (ในแบบฟอรม์ทุกๆใบเกี่ยวกับอิมมิเกรชั่นจะมีถามและขอชื่อและข้อมูลการติดต่อของทุกคนที่ช่วยเตรียมแบบฟอร์มสำหรับผู้สมัครหรือผู้ร้อง)


เคยถามตัวเองไหมว่าทำไมคนเหล่านี้ไม่ยอมนำข้อมูลของพวกเขามาใส่ในฟอรม์ของท่าน? คำตอบคือ (1) พวกเขารู้ว่าสิ่งที่พวกเขากำลังทำผิดกฎหมายและ/หรือ (2) พวกเขาไม่ต้องการที่จะเป็นผู้รับผิดชอบในภายหลังถ้าสิ่งที่ไม่ดีเกิดขึ้นกับท่านและเคสของท่าน(ซึ่งผมเคยได้ยินมาก่อน - "โอ้ผมไม่รับผิดชอบ, ผมไม่รู้เรื่อง หรือ ที่แย่สุด..มันไม่เกี่ยวกับผมแล้ว ") ทนายความทุกคนที่มีชื่อเสียงที่เป็นทนายความที่มีความรับผิดชอบในเคสของท่านจะใส่ชื่อเต็มของเขาและข้อมูลการติดต่อในเอกสารทุกฉบับของท่านไม่ใช่แค่ผมนะครับแต่ทนายความอย่างถูกต้องทุกคนต้องเป็นไปตามนั้น!


หากมีความผิดพลาดอะไรเกิดขึ้น คนที่เป็นทนายของท่านย่อมสามารถแก้ไขได้! ทนายคนไหนก็ได้ครับไปดูกันได้เลย ไม่ว่าจะเป็นทนายความใดๆ เราจะต้องปฏิบัติตามกฎและระเบียบกฎหมายเราจะต้องรับรู้สิ่งใหม่ๆและทันกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุดในกฎหมายเชื่อผมนะครับ เมื่อผมบอกโดยการที่ท่านจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่านจะได้รับผลประโยชน์ที่ดี มากขึ้นหลายเท่า! ท่านจะมั่นใจได้ว่าเคสของท่านจะได้รับการจัดการอย่างถูกต้องโดยทนายความเช่นผมหรือทนายความที่มีชื่อเสียงอื่น ๆ

คิดไหมครับ ว่าทำไมบุคคลที่ไม่ใช่ทนายได้ให้คำแนะนำแก่ท่านว่าท่านควรจะทำอย่างนี้นะอย่างนั้นนะ หากท่านไม่ได้อะไรจากบทความนี้เลยโปรดใช้เวลาคิดเพียงแค่นี้ : ถามตัวเองนะครับว่าคำแนะนำของเขาน่าเชื่อถือได้มากขนาดไหน การสอนในปีหนึ่งของการเป็นทนายความและโรงเรียนเกี่ยวกับกฎหมายทุกที่จะสอนเรื่อง ข้อเกี่ยวข้อง (relevancy) เหตุผลที่อะไรเป็นสิ่งสำคัญหรือจำเป็นเพื่อที่จะพิสูจน์หรือแก้ไขปัญหานะครับ


ทุกสิ่งที่ท่านส่งไปไห้อิมมิเกรชั่นควรจะเกี่ยวข้องกับเคสของท่าน ตัวอย่างเช่นถ้าท่านได้รับ RFE (ขอหลักฐานเพิ่มเติม) และเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะขอให้ท่านส่งหลักฐานของสินทรัพย์ร่วมกันในกรณีที่การสมรสนั่น ก็หมายความว่าพวกเขานั้นต้องการให้ท่านพิสูจน์ว่าท่านและคู่สมรสของท่านได้แต่งงานอย่างแท้จริงและท่านทั้งสองมีการแต่งงานที่สุจริต

 

หลักฐานใดๆ ที่เกี่ยวข้องและสำคัญในการสนับสนุนการพิจารณาว่าการแต่งงานท่านนั้นสุจริต- ส่งไปเลยครับ!  ความเข้าใจผิดหรือบางทีคำโกหกที่ผมเคยได้ยินคนแนะนำกัน : คนที่ไม่ใช่ทนาย: "ถ้าท่านมี ใบเขียว2 ปีตามเงื่อนไขท่านจะไม่สามารถหย่าร้างกับคนที่ทำใบเขียวให้ก่อนที่ท่านจะต่ออายุเป็นใบเขียว10ปี"

ความจริง : ไม่เป็นความจริงเลยครับ!จริงอยู่ว่าถ้ายังแต่งกันและขอด้วยกันนั้นปกติจะง่ายกว่าขอคนเดียวแต่เราก็ต้องดูเคสของเราด้วยอย่างที่ผมบอกว่าทุกเคสไม่เหมืนกัน บางคู่การที่ยังอยู่ด้วยกันนั้นแย่กว่าหย่าแล้วขอคนเดียวเสียอีกนะครับ  และคิดดูนะครับถ้ามันเป็นจริงนั่นก็แปลว่าหลายต่อหลายคนจะต้องทนกับการแต่งงานกับคนที่พวกเขาไม่รักอีกต่อไปเพียงเพื่อที่จะได้ใบเขีบว 10 ปี! ?!

 

ความจริงก็คือกฎหมายของรัฐบาลกลางมีเงื่อนใขในการที่จะช่วยให้ผู้ที่เดินเรื่องขอต่อใบเขียวอยู่สามารส่งเรื่องเข้าไปคนเดียวได้ตราบใดที่ตอนส่งเอกสารเราแนบใบ ขอ อภัยโทษ (waiver ) และเอกสารหลักฐานคู่กันเมื่อตอนที่แต่งงาน ตราบใดที่อิมมิเกรชั่นนันพิสูจน์ได้เราก็ทำได้นะครับ เคสอย่างนี้ผมทำมาหลายเคสแล้วล่ะครับสามารถ ทำได้แน่นอน

 

คนที่ไม่ใช่ทนาย: "ท่านจะต้องมีใบประกันชีวิต( life insurance)ให้กันและกันเพื่อแสดงไห้อิมมิเกรชั่นเห็นว่าท่านมีการแต่งงานจริง" JC ความจริง: ไม่ต้องก็ได้ครับ  ประกันชีวิตนั้นเป็นสิ่งที่ดีเสมอ แต่ท่านไม่ควรจะออกไปทำ ประกันเพื่อแค่ต้องการเอาไปส่งไห้อิมิเกรชั่นดูนะครับ ไม่ใช่แค่นั้นแต่อาจเป็นการหลอกลวงเจ้าหน้าที่นะครับ ซึ่งไม่จำเป็นเลยนะครับ  มีคู่สมรสที่นับไม่ถ้วนที่ทั้งสามีและภรรยาเป็นพลเมืองของสหรัฐอเมริกาที่แต่งงานกันมาแล้ว 10- 30 ปีที่ยังไม่ได้มีประกันชีวิต!

 

ประกันชีวิตเป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งของหลักฐานที่สามารถเอาไปแสดงความสัมพันธ์สมรส แต่นั่นไม่ได้เป็นเพียงอย่างเดียวที่ทำกันได้
คำถามที่ว่าทำไมคนเหล่านี้จึงบอกท่านว่าท่านจำเป็นต้องทำประกันชีวิตนั้นอาจเป็นแฟชั่นหรือเพราะพวกเขา (1) เข้าใจผิดกันเองหรือ (2) มีแรงจูงใจซ่อนเร้นเช่นที่พวกเขาอาจได้รับ คอมมิชชั่นจากตัวแทนประกันภัยก็เป็นได้!

 

ขออภัย นะครับแต่ผมแค่พูดความจริง! สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนของสิ่งที่ผมต้องการให้ผู้อ่านของผมเข้าใจ ผมหวังแค่ไห้ผู้อ่านตระหนักและระมัดระวังนะครับ คำแนะนำของผมมีเพียง - ท่านสมควรไว้วางใจบุคคลที่ไม่ใช่ทนายมากน้อยแค่ไหนกับการที่จะเอาเรื่องราวสำคัญเกี่ยวกับอิมมิเกรชั่นและการอยู่รอดของท่านในอเมริกาไปฝากใว้กับคนที่อาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์นะครับผมว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเสี่ยงเลย 

 

อยากให้ท่านลองคิดดูนะครับว่ามันคุ้มหรือไม่และทุกอย่างที่คนเขาพูดๆกันนั้นมีเหตุผลมากน้อยแเพียงใด ถ้าท่านอยากอ่านข้อความการผิดพลาดและวิถีการหลีกเลี่ยงอันตรายจากลูกความของผมและเรื่องเล่าอื่นๆของผมก็ไปดูกันที่เว็บไซต์ของผมกันได้นะครับ - มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

 

ถ้าคุณมีคำถามใดๆที่ต้องการที่จะได้รับการตอบในบทความในอนาคตหรือถ้า อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับ กฏหมายทั่วไป Immigration, Business, Property, และอื่นๆ โปรดติดต่อ ส่งอีเมลมาที่: JC4LAW@HOTMAIL.COM  โทรเข้าออฟฟิสได้ที่เบอร์ (818) 846-5639 หรือสายไทยที่ (818) 505-4921 หรือท่านสามารถเข้าไปที่ website ของเราได้นะครับ มีทั้งภาษาไทย และ อังกฤษที่ : WWW.JC4LAW.COM หรือติดต่อได้ที่ FACEBOOK at: https://www.facebook.com/ThaiAttorney

 

Disclaimer: The information contained herein have been prepared for informational purposes only and are not to be considered legal advice unless otherwise specified. If you have a specific question regarding your personal case, please contact the Law Offices of Joseph Chitmongran for a full consultation