วิกฤติเศรษฐกิจอาร์เจนตินา 2019 นรกเสพติด “ประชานิยม“


วิกฤติเศรษฐกิจอาร์เจนตินา 2019 นรกเสพติด “ประชานิยม“

มีใครกี่คนในเมืองไทยรู้บ้างว่า อาร์เจนตินากำลังประสบปัญหาเศรษฐกิจรุนแรงระดับไหน

ปี 2018 อาร์เจนตินาต้องกู้เงินกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ถีง 57 พันล้านดอลล่าร์ เงื่อนไขการกู้คือรัฐบาลอาร์เจนตินาต้องดำเนินนโยบายรัดเข็มขัด ปล่อยให้ราคาสินค้าเป็นไปตามกลไกของตลาด ตัดลดการอุดหนุนต่างๆจากนโยบายประชานิยม ห้ามธนาคารกลางเข้าแทรกแซงค่าเงิน

อาร์เจนตินาเป็นลูกหนี้ IMF รายใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ รายใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2019 น.ส.พ. The Wall Street Journal ลงข่าวหน้า 1 ว่าอาร์เจนตินากำลังมีปัญหาด้านการเงิน ปัญหาหนักเกิดขึ้นมาเมื่อ 4 สัปดาห์ของเดือนกันยายนนี้ คือชาวอาร์เจนติเนียนทั้งในเมืองหลวงบัวโนสไอเรส และในเมืองอื่นทั่วประเทศ ต่างพากันมายืนต่อแถวคิวยาวเหยียดหน้าธนาคารแต่เช้าก่อนเปิดทำการ เพื่อพากันถอนเงินฝากในรูปแบงค์ดอลลาร์มาเก็บไว้กับตัว หรือฝากเข้าไปในตู้เซฟของธนาคารเดิมนั่นแหละ

แต่ไม่ยอมถือไว้ในรูปบัญชีเงินฝากดอลลาร์ ขอถือเงินดอลลาร์ไว้กับตัวเอง

เพราะไม่มั่นใจว่า ธนาคารจะมีแบงค์โน้ตเงินดอลลาร์ให้เบิกได้อีกต่อไป ไม่มีใครสนใจเงินอาร์เจนติเนียนเปโซ (Argentinean Peso) เงินประจำชาติอาร์เจนตินา เพราะอ่อนด้อยค่าลงทุกวัน

อาร์เจนตินาต้องการธนบัตรดอลลาร์ 6 พันล้านดอลลาร์ มาให้คนเบิกอย่างรีบด่วน ก่อนที่ระบบธนาคารในอาร์เจนตินาจะล่มสลาย

ประธานาธิบดีอาร์เจนตินา Mauricio Macri  ขอความช่วยเหลือรีบด่วนมายัง ธนาคารกลางแห่งอเมริกา ซึ่งได้จัดส่งรีบด่วนมาให้ 4 พันล้านดอลลาร์ ในรูปเงินสดส่งทาง air – lifting จากไมอามีและนิวยอร์ก

พอเครื่องลงแตะรันเวย์ รถขนเงินก็วิ่งเข้ามาเทียบขนถ่ายเงินแล้ววิ่งไปส่งยังสาขาธนาคารต่างๆ ทั่วบัวโนสไอเรส และทั่วประเทศอาร์เจนตินา

เพื่อให้คนอาร์เจนติเนียนได้เบิกเงินดอลลาร์ จะได้หาย Panic  

Mauricio Macri อายุ 60 ปี อดีตประธานสโมสร Boga Juniors สโมสรฟุตบอลเก่าแก่ที่สุดในอาร์เจนตินา ได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้ว่าบัวโนสไอเรสปี 2007–2015 สองสมัย แล้วต่อมาชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีเมื่อปี 2015

พอ Macri ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีก็แก้ไขเศรษฐกิจตกต่ำของประเทศด้วยการตัดค่าใช้จ่ายต่างๆ ของรัฐบาล ลดการอุดหนุนเรื่องค่าน้ำค่าไฟ ค่าพลังงาน ค่าสาธารณูปโภคให้น้อยลง แต่ก็ยังต้องกู้เงินจากต่างประเทศมากมายมาอุดงบประมาณ รวมทั้งกู้เงินก้อนมหึมาจาก IMF

ปี 2018 ธนาคารกลางอเมริกา ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย สร้างความกังวลให้ยอดหนี้ของอาร์เจนตินาจนค่าเงินอาเจนติเนียนเปโซดิ่งลงเหว

มาย้อนดูว่า วิกฤติเศรษฐกิจอาร์เจนตินา (Argentina Economic Crisis) เกิดขึ้นได้อย่างไร

เรื่องของเรื่องก็คืออาร์เจนตินาใช้ นโยบายประชานิยม รัฐอุดหนุนราคาสินค้า โดยเฉพาะด้านพลังงาน ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสาธารณูปโภค มานานหลายสิบปี ผู้ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีต่างเสนอนโยบายประชานิยมให้ประชาชนต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1916

ทำให้ชาวอาร์เจนติเนียนเสพติดนโยบายประชานิยมมาโดยตลอด

อาร์เจนตินาประเทศเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของลาตินอเมริกา มีค่าน้ำ ค่าไฟและค่าสาธาณูปโภคต่ำสุด เพราะรัฐอุดหนุน

จึงทำให้งบประมาณประเทศขาดดุลมหาศาลสืบเนื่องมานานหลายสิบปี โดยเฉพาะปี 2018 ขาดดุลถึง $19,634 ล้าน หรือ 589,000 ล้านบาท รวมทั้งอัตรา การว่างงานก็สูงเพิ่มขึ้นทุกปีจนถึง 10.1% ทำให้ GDP ของประเทศลดลงทุกปี โดยเฉพาะ 3 ปีหลัง GDP ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

ปี 2018 GDP ของอาร์เจนตินาลดลง - 2.5% หรือหดตัว 6.1%

IMF คาดการณ์ว่าปี 2019 เศรษฐกิจของอาร์เจนตินาจะหดตัวร้อยละ 1.6

งบประมาณประเทศของอาร์เจนตินาขาดดุลตั้งแต่ปี 2011 ขาดดุลต่อเนื่องมาทุกปี   

ต้นเดือน ต.ค. 2017 ผมไปเที่ยวอาร์เจนตินา ดูโทรทัศน์ที่นั่น ทุกช่องออกอากาศในภาษาสเปนนิส ได้ดูข่าวเศรษฐกิจที่เสนอรายงานอัตราเงินเฟ้อของประเทศในโลกขณะนั้นว่า

อันดับ 1 เวเนซูเอลา อัตราเงินเฟ้อ 1,000,000% (หนึ่งล้านเปอร์เซ็นต์)

อันดับ 2  ซูดาน

อันดับ 3  ตุรกี

อันดับ 4 อาร์เจนตินา อัตราเงินเฟ้อ 40%

นั่นคืออัตราเงินเฟ้อของปี 2017 แต่ในปีปัจจุบัน 2019 อัตราเงินเฟ้อของอาร์เจนตินาเพิ่มขึ้นเป็น 53% แล้ว

ขณะที่ผมอยู่ในบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา ได้เห็นว่าเงินดอลลาร์เป็นที่ต้องการอย่างมาก ตามตลาดใหญ่ เช่นตลาดฟลอริด้า จะมีหน้าม้ารับแลกเงินตลาดมืดให้อัตราดีกว่าธนาคาร คนพวกนี้จะเดินร้องเรียกให้นักท่องเที่ยวเอาเงินดอลลาร์มาแลก

ก่อนหน้านั้นในปี 2014 หนึ่งดอลลาร์แลกได้ 8.3 อาร์เจนติเนียนเปโซ พอถึงปี 2017 ที่ผมไป 1 ดอลลาร์แลกได้ 35 อาร์เจนติเนียนเปโซ สองวันต่อมาเพิ่มขึ้นเป็น 36 และผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เพิ่มขึ้นเป็น 37 อาร์เจนติเนียนเปโซ

มาปี 2019 หนึ่งดอลลาร์แลกได้ 53 อาร์เจนติเนียนเปโซ

ในระยะเวลา 5 ปี ค่าเงินอาร์เจนติเนียนเปโซอ่อนค่าลงกว่า 6 เท่า   

ขณะเดียวกันอัตราเงินเฟ้อก็เพิ่มขึ้นสูงเกินกว่า 50% ทำให้ธนาคารกลางอาร์เจนตินาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้สูงขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินต่างประเทศให้เข้าสู่ประเทศมากขึ้น และเพื่อป้องกันไม่ให้ค่าเงินอาร์เจนติเนียนเปโซอ่อนค่ามากเกินไป

ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของอาร์เจนตินาอยู่ที่ 66% 

เทียบกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยที่ 1.25%

ช่างแตกต่างกันอะไรปานนั้น

การอ่อนค่าของเงินในประเทศ ทำให้สินค้านำเข้ามีราคาแพง จนนำไปสู่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น วนเวียนกันเป็นวัฏจักรอย่างนี้ ไม่สิ้นสุด

ขณะเดียวกัน รัฐบาลอาร์เจนตินาจำต้องนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศออกมาขาย เพื่อไม่ให้เงินอาร์เจนติเนียนเปโซอ่อนค่ามากเกินไป

เมื่อเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเริ่มหมดไปเพราะต้องขายเงินดอลลาร์ออกเพื่อประคองค่าเงินเปโซ ปี 2018 รัฐบาลอาร์เจนตินาจึงต้องกู้เงิน IMF ก้อนใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ตอนที่ Muricio Macris ขึ้นเป็นประธานาธิบดีอาร์เจนตินาในปี 2015 นั้น เขาพยายามแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศด้วยการตัดรายจ่ายต่างๆ ลดการอุดหนุนด้านประชานิยม ด้วยการลดการช่วยค่าน้ำค่าไฟ ค่าพลังงาน ค่าน้ำมัน ค่าแก๊ส และค่าสาธารณูปโภคให้น้อยลง เก็บภาษีเพิ่มขึ้น ทำให้ประชาชนเริ่มอึดอัดเพราะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นจากราคาสินค้าที่เริ่มสะท้อนความเป็นจริง ข้าวของแพงขึ้นมาก อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

รัฐบาลให้เหตุผลว่านี่คือการแก้ปัญหาที่จะนำประเทศเข้าสู่ภาวะปกติ จึงต้องเผชิญกับความจริงอันเจ็บปวด 

นี่ไม่ใช่การวิ่ง 100 เมตร แต่เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอน

ประชาชนอาร์เจนติเนียนที่เสพติดการอุดหนุนประชานิยมเริ่มไม่พอใจ แต่บาดแผลของประเทศนั้นใหญ่หลวงนัก การเยียวยานี้จึงยังไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควรในทันทีทันใด

 และเมื่อเงินอาร์เจนติเนียนเปโซอ่อนค่าลงตลอดมา ความต้องการเงินดอลลาร์จึงเพิ่มมากขึ้น จนรัฐบาลต้องออกมาตราการใหม่กำหนดให้ประชาชนแลกเงินดอลลาร์ได้คนละไม่เกิน 200 ดอลล่าร์ต่อเดือน จากเดิมที่ให้แลกได้ไม่เกิน 10.000 ดอลลาร์ต่อเดือน

ความแตกตื่นตกใจจึงเกิดขึ้น เพราะมีข่าวลือว่า ธนาคารไม่มีเงินดอลลาร์ให้เบิกหรือให้แลกแล้ว คนอาร์เจนติเนียนจึงมาเข้าแถวรอหน้าธนาคารก่อนเวลาเปิดทำการเพื่อถอนเงินดอลลาร์มาถือไว้ในมือ

อีกกระแสหนึ่งคือ ความหวาดหวั่นว่า รัฐบาลอาจเข้ามายึดเงินดอลลาร์จากธนาคารและจากบัญชีเงินฝากดอลลาร์ทุกบัญชีไปทั้งหมด แล้วเปลี่ยนจ่ายคืนให้เป็นเงินอาร์เจนติเนียนเปโซ เหมือนอย่างที่เคยทำมาแล้วในปี 2001  

วันนี้ ชั่วโมงนี้ในอาร์เจนตินา ไม่มีใครอยากถือเงินอาร์เจนติเนียนเปโซที่ด้อยค่าลงทุกวัน

เงินอาร์เจนติเนียนเปโซเป็นเงินสกุลที่อ่อนค่าที่สุดในโลก

แล้วก็ถึงการหยั่งเสียง Primary Vote ประธานาธิบดีวาระใหม่เมื่อ 11 สิงหาคม 2019 ที่ผลการหยั่งเสียงบอกว่า ประธานาธิบดี Muricio Macri จะพ่ายแพ้คู่แข่งที่ชูนโยบายประชานิยม 

วันนั้นค่าเงินอาร์เจนติเนียนเปโซดิ่งลง 15% ตลาดหุ้น Merval ของอาร์เจนติน่าร่วง 38%

ส่วนผลการเลือกตั้งจริงในวันที่ 27 ..2019 Muricio Macri พ่ายแพ้ Alberto Fernandez ผู้ชูนโยบายประชานิยมกลับมาใช้อีกครั้ง

ตำแหน่งรองประธานาธิบดีจะเป็นของนาง Cristina Kirchner ผู้เคยเป็นประธานาธิบดี 2 สมัย ปี 2007–2015 เธอคือเจ้าแม่ประชานิยม ตัวจริงเสียงจริง สร้างความเสพย์ติดให้ชาวอาร์เจนติเนียนยาวนาน 8 ปี วันนี้เธออยู่ปีกซ้ายสุด มีอำนาจ 2 ใน 3 ของประธานาธิบดี เธอชูนโยบายมติมหาชนที่ว่า ไม่ชำระหนี้“ 

Alberto Fernandez จะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีอาร์เจนตินาคนใหม่ในวันที่ 10 ธันวาคม 2019

คอยดูกันว่า Alberto Fernandez จะนำพาอาร์เจนตินาไปในทิศทางไหน

ต้องไม่ลืมว่า เวเนซูเอลาล่มสลายเพราะนโยบายประชานิยม

อาร์เจนตินาที่จวนอยู่จวนไป จะนำนโยบายประชานิยมกลับมาใช้อีก พร้อมนโยบายชักดาบ ไม่ชำระหนี้จะอยู่รอดได้อย่างไร

มองย้อนกลับมาเมืองไทย เรากำลังถลำตัวลึกลงไปใน นโยบายประชานิยม มากขึ้นทุกที เราอุดหนุนราคาน้ำมันและแก๊สตลอดมา แล้วยังมีกลุ่มนักเรียกร้องออกมาให้ลดราคาน้ำมันลงอีก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลให้ลดลงไปอีกลิตรละ 3 บาท

ช่างไม่รู้เลยหรือว่า เศรษฐีไทยใช้รถเบนซ์เครื่องยนต์ดีเซล จนโรงงานผลิตรถให้แทบไม่ทันแล้ว

ถ้าเทียบราคาน้ำมันไทยกับอินเดียแล้ว ถึงแม้อินเดียจะมีท่อส่งน้ำมันตรงจากอิหร่าน ค่าขนส่งน้อยนิดเดียว แต่ราคาน้ำมันอินเดียแพงกว่ามาก ราคาในเมืองไทยถูกกว่า หากรัฐบาลถลำตัวยอมลดราคา จะกู่ไม่กลับ

การลดราคาค่าทางด่วน ค่ารถไฟฟ้า ล้วนเป็นนโยบายประชานิยม ที่รัฐต้องหางบมาอุดหนุนทั้งนั้น งบประมาณขาดดุลที่ตั้งไว้ก็ต้องมียอดขาดดุลเพิ่มมากขึ้น

รวมทั้งการใช้นโยบายประชานิยมอย่างตื้นตื้น เช่นชิม ช็อป ใช้ ช็อปปิ้งสารพัด รวมทั้งการแจกเงินผู้มีรายได้น้อยก่อนเลือกตั้ง ล้วนเป็นการทำเพื่อเหตุผลเดียวคือ การหาเสียง

มีผลร้ายทำให้ประชาชนเสพติดประชานิยม 

วิกฤติเศรษฐกิจ (Economic Crisis) ” นรกเสพติดประชานิยมของเวเนซูเอลา และอาร์เจนตินาก็มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว

ไทยแลนด์จะจองเป็นอันดับสามหรือไร

ผู้เขียน ที่กรุงบัวโนสไอเรส
ผู้เขียน ที่กรุงบัวโนสไอเรส