ปิดตำนาน “กอล์ฟคิงส์คัพ” ในอเมริกา


ปิดตำนาน “กอล์ฟคิงส์คัพ” ในอเมริกา

สัปดาห์ที่ผ่านมา คุณวันเพ็ญ ภิรมย์ ประธานกรรมการอำนวยการ (บอร์ด) กอล์ฟชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ คนปัจจุบัน ได้แจ้งมายังสื่อมวลชนไทยในอเมริกาว่า การแข่งขันกอล์ฟรายการใหญ่ของคนไทยในอเมริกา ที่มีการจัดแข่งขันต่อเนื่องมาถึง 26 ครั้ง จำเป็นจะต้องยุติลงในปีนี้

 

เป็นการ “ปิดตำนาน” การแข่งขันกอล์ฟรายการใหญ่ที่มีต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 1991 ที่หลายเสียงบอกว่า “ใจหาย” ขึ้นมาวูบใหญ่ เพราะเหมือนเป็นการรื้อฟื้นความทรงจำอันเจ็บปวดที่พวกเราพสกนิกรไทยทั่วโลกได้รับเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2516 หรือวัน “เสด็จสู่สวรรคาลัย” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 อันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราอีกครั้ง

คุณวันเพ็ญ ภิรมย์ แจ้งว่าจากความสูญเสียครั้งใหญ่หลวงดังกล่าว ทำให้คณะกรรมการฯ ตัดสินใจยุติการแข่งขันกอล์ฟคิงส์คัพ ในปี 2017 ไป และเมื่อเริ่มเตรียมการแข่งขันกอล์ฟคิงส์คัพ ในปีนี้ ก็ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ว่าไม่สามารถใช้ถ้วยพระราชทานขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ได้อีกต่อไป

ดังนั้น ทางคณะกรรมการอำนวยการฯ จึงเรียกประชุมและลงมติเป็นเอกฉันท์ว่าจำเป็นต้องปิดตำนานการแข่งขันกอล์ฟชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ในอเมริกาเอาไว้แต่เพียงเท่านี้

คุณพูนสิน สุทธิสาร บอร์ด และอดีตประธานจัดการแข่งขันกอล์ฟชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 25 ประจำปี 2015 กล่าวถึงความรู้สึกว่า “ใจหายมาก” เพราะกอล์ฟคิงส์คัพ เหมือนเป็น “ประเพณี” ของชาวกอล์ฟ ทั้งในแคลิฟอร์เนีย และจากต่างรัฐ จะได้ร่วมกันถวายความจงรักภักดีแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของพวกเรา

“เราคุ้นกับกอล์ฟคิงส์คัพมานานมาก เป็นกิจกรรมที่นักกอล์ฟทุกคนรอคอย ทุกๆ ปีในช่วง แมมโมเรียล เดย์ ก็ใจหายมาก แต่เพื่อความถูกต้องนะคะ ตอนนี้เรามีในหลวงพระองค์ใหม่แล้ว ถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ก็ควรจะต้องเป็นของรัชกาลที่สิบต่อไป ตอนนี้ทราบว่ามีกรพูดคุยกับทางเมืองไทยอยู่ค่ะ เพราะต้องการมีการทำเรื่องขอพระราชทานถ้วยรางวัลเข้าไปใหม่ เริ่มต้นใหม่หมดเลย แต่ยังอยากให้มี เพราะเรารักสถาบัน อยากให้มีความผูกพันตรงนี้อยู่ต่อไป”

คุณพูนสิน สุทธิสาร บอกด้วยว่า การแข่งขันกอล์ฟของชุมชนไทยในอเมริกา ที่ถือว่า “ยิ่งใหญ่” จริงๆ นั้นมีอยู่สองทัวร์นาเมนท์ด้วยกัน คือกอล์ฟชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ และกอล์ฟอินเตอร์สเตท 

“ถ้าจะพูดถึงจำนวนนักกอล์ฟที่มาแข่งขันกันนี่ แน่นอนว่ากอล์ฟอินเตอร์สเตท มีมากกว่า เพราะมีสมาชิกนักกอล์ฟถึง 19 รัฐ แต่ละปีจะมีนักกอล์ฟมากกว่า 200 คนขึ้นไป แต่ถ้าจะพูดถึงความยิ่งใหญ่ หรือความสำคัญนี่ ดิฉันว่าคิงส์คัพน่าจะยิ่งใหญ่กว่า เพราะเป็นถ้วยที่ทรงพระราชทานลงมาให้นักกอล์ฟไทยในอเมริกาโดยเฉพาะ และเงินที่ได้รับจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระองค์ท่านด้วย”

โดยนอกจากนักกอล์ฟไทยในอเมริกาแล้ว บางปีจะมีนักกอล์ฟจากประเทศไทย ยกทีมมาแข่งขันเพื่อแย่งชิงถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติกับนักกอล์ฟไทยในอเมริกาด้วย

หรือบางปี เราก็เห็นนักกอล์ฟอเมริกัน หรือชาติอื่นๆ ลงหวดก้านเหล็กแข่งขันกับคนไทยในรายการนี้ด้วย... แต่จะเป็นการลงแข่งขันเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ดังเช่นที่ คุณกุศล เฟื่อขุนทด หัวหน้าฝ่ายจัดการแข่งขันกอล์ฟคิงส์คัพ ครั้งที่ 26 ในสมัยที่มีคุณรังสิต คงจันทน์ เป็นประธานจัดการแข่งขันฯ บอกว่าคณะกรรมการจัดการแข่งขันกอล์ฟคิงส์คัพ ได้กำหนดกฎเกณฑ์ชัดเจนตั้งแต่เริ่มแรกว่า ถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 นี้ จะมอบให้กับผู้ชนะเลิศที่เป็นคนไทยเท่านั้น

“เราจะมอบถ้วยรางวัลพระราชทานคิงส์คัพให้กับผู้ชนะเลิศที่เป็นคนไทย หรืออย่างน้อยก็เป็นลูกครึ่งไทย ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น หากชาวต่างชาติ หรือเยาวชนที่เข้าร่วมแข่งขัน ทำคะแนนได้ดีที่สุด ก็จะได้รับถ้วยรางวัลชนะเลิศของไฟลต์นั้นๆ แต่จะไม่ได้รับถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ทั้งนี้เพื่อให้แน่ใจถ้วยรางวัล จะอยู่ในมือของบุคคลที่รู้ซึ้งถึงคุณค่าอันสูงส่งของถ้วยรางวัลที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานลงมาโดยแท้จริง” คุณกุศล เฟื่อขุนทด ผู้ใกล้ชิดกับกอล์ฟคิงส์คัพที่สุดคนหนึ่งกล่าวกับสยามทาวน์ฯ

คุณเรวัติ กลิ่นทอง บอร์ด และอดีตประธานจัดการแข่งขันกอล์ฟชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 24 ประจำปี 2014 เสริมประเด็นนี้ว่า กอล์ฟคิงส์คัพ เป็นทัวร์นาเมนท์ที่ “ศักดิ์สิทธิ์” ในสายตาคนไทยในต่างประเทศ

“คือเป็นโอกาสที่นักกอล์ฟในแอลเอ จากต่างรัฐ หรือกระทั่งจากประเทศไทยก็ตาม จะได้มีโอกาสเป็นเจ้าของถ้วยที่ได้รับพระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นครั้งหนึ่งในชีวิตนะครับ อย่างผมก็พยายามมา 23 ปีแล้ว ก็จะต้องพยายามกันต่อไป”

โดยในส่วนของจำนวนผู้เข้าแข่งขันกอล์ฟชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพนั้น คุณพูนสิน สุทธิสาร บอกว่าขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจในแต่ละปี แต่เฉลี่ยแล้วจะอยู่ที่ประมาณ 150-200 คน รวมถึงรายได้ที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายในแต่ละปีด้วย 

“รายได้แต่ละปี มันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยนะคะ แล้วแต่ว่าใครเป็นประธานด้วย ถ้าขยันก็จะมีช่องทางหาสปอนเซอร์ได้เยอะ ทำหนังสือที่ระลึกบ้างอะไรบ้าง ที่ผ่านมา เราเคยมีเงินสำหรับนำขึ้นทูลเกล้าฯ สูงสุดก็ประมาณสามหมื่นกว่า (ดอลลาร์) ค่ะ”

คุณสมยศ ธัญธพันธุ์ บอร์ดของกอล์ฟคิงส์คัพฯ เคยให้สัมภาษณ์สยามทาวน์ฯ ถึงวัตถุประสงค์ที่คณะกรรมการจัดการแข่งขันกอล์ฟฯ ยึดถือปฏิบัติตลอดมา ว่ามีอยู่สามประการ หนึ่ง เพื่อเปิดโอกาสให้นักกอล์ฟและคนไทยในอเมริกา มีโอกาสได้ถวายความจงรักภักดีแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สอง เพื่อนำรายได้จากการจัดการแข่งขันขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศล ผ่านมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งในหลวงรัชกาลที่เก้า มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการพัฒนาอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชน และสาม เพื่อให้เหล่านักกอล์ฟไทยในอเมริกา รวมถึงครอบครัว มีโอกาสพบเจอและสังสรรค์กัน อันจะนำมาซึ่งความสามัคคีกลมเกลียวของชุมชนไทยในอเมริกา

คุณพลเทพ อินทุรัตน์ บอร์ดอีกท่านหนึ่งของการจัดการแข่งขันกอล์ฟคิงส์คัพฯ ให้สัมภาษณ์สยามทาวน์ฯ ว่าการยกเลิกกอล์ฟคิงส์คัพ ของคณะกรรมการอำนวยการชุดนี้เป็นเรื่องจำเป็น

“ถึงไม่อยากเลิกก็ต้องเลิก เพราะโรงงานทำถ้วย เขาทำถ้วยที่มีตรา ภปร. (ตราสัญลักษณ์พระปรมาภิไธยย่อ) ไม่ได้แล้ว ถ้าจะทำก็ต้องเป็นถ้วยพระราชทานของในหลวงองค์ใหม่ ซึ่งบอร์ดก็คุยๆ กันว่าน่าจะทำต่อนะครับ มีการถามๆ ไปทางเมืองไทยบ้างแล้วล่ะ แต่ยังไงเราก็ต้องสลายบอร์ดชุดนี้ไปก่อน แล้วค่อยกลับมาว่ากันใหม่”

ทั้งนี้ คุณวันเพ็ญ ภิรมย์ ได้ระบุในหนังสือถึงสื่อมวลชนด้วยว่า ถ้ามีบุคคลท่านใด หรือองค์กรใด มีความประสงค์ที่จะสานการแข่งขันกอล์ฟถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูล รัชกาลที่ 10 ต่อไป ทางอดีตคณะกรรมการฯ ทุกคนยินดีให้ความร่วมมือทุกประการ    

นอกจากนี้ ประธานบอร์ดฯ คิงส์คัพคนปัจจุบัน ยังบอกด้วยว่าทางคณะกรรมการมีเงินทุนสำรองสำหรับขัดการแข่งขันกอล์ฟคิงส์คัพ อยู่ 7,750 ดอลลาร ซึ่งที่ประชุมเห็นควรว่าจะมอบให้กับโรงพยาบาลศิริราช อันเป็นสถานที่ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรรัชกาลที่ 9  อันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยได้เสด็จสู่สวรรคาลัย โดยจะเปิดโอกาสให้ชาวไทยในอเมริกา ร่วมบริจาคสมทบด้วย ก่อนจะมีตัวแทนเดินทางไปมอบเงินทั้งหมดให้กับโรงพยาบาลศิริราช ในประมาณเดือนมีนาคม ปีหน้า

โดยคุณวันเพ็ญ ภิรมญ์บอกว่าในเบื้องต้น บอร์ดและฝ่ายต่างๆ ของคณะกรรมการจัดการแข่งขันกอล์ฟคิงส์คัพ รวมถึงภาคธุรกิจ ได้ร่วมกันบริจาคแล้วบางส่วน ดังนี้

คุณสุรชัย วัฒนาพร 500 ดอลลาร์, คุณประวิทย์ ภูติมหาตมะ 200 ดอลลาร์, คุณรังสิต คงจันทร์ 100 ดอลลาร์, คุณประกิต นุตสถิตย์ 100 ดอลลาร์, คุณนฤมล นุตสถิตย์ 100 ดอลลาร์, คุณพูนสิน สุทธิสาร 100 ดอลลาร์, คุณพลเทพ อินทุรัตน์ 100 ดอลลาร์, คุณกนกพันธุ์ พันธุ์มีเชาวน์ 100 ดอลลาร์, คุณสุวคนธ์ กาญจนา 100 ดอลลาร์, คุณกุศล เฟื่อขุนทด 100 ดอลลาร์, คุณประสงค์ โคตรอาสา 100 ดอลลาร์, คุณบุญทอง ลายทิพย์ 100 ดอลลาร์, คุณเรวัติ กลิ่นทอง 100 ดอลลาร์, บางกอกมาร์เก็ต 100 ดอลลาร์ และ คุณชุมพล พันธุ์พิกุล 50 ดอลลาร์

ปิดท้ายด้วยความรู้สึกของคุณรังสิต คงจันทร์ ประธานจัดการแข่งขันกอล์ฟชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 26 ประจำปี 2016 ซึ่งถือว่าเป็นประธานจัดการแข่งขันกอล์ฟคิงส์คัพคนสุดท้าย 

“แน่นอนครับ เสียใจมาก แต่ก็ปลื้มใจนะครับ ที่มีโอกาสได้จัดการแข่งขันกอล์ฟคิงส์คัพ เพราะเราอยากจะทำถวายพระองค์ท่าน...”

คุณรังสิต คงจันทร์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า ถ้วยรางวัลกีฬา ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานมาให้กับคนไทยในอเมริกานั้น เดิมเคยมีสองถ้วย คือนอกจากกอล์ฟคิงส์คัพแล้ว ยังมีถ้วยฟุตบอลคิงส์คัพ ของสมาคมไทย ณ อเมริกา ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี ซึ่งไร้ข่าวคราวมานานมากกว่า 20 ปีแล้ว

“ผมเชื่อว่าถ้วยพระราชทานสำหรับฟุตบอลคิงส์คัพ ของสมาคมไทย ณ อเมริกา น่าจะถูกเก็บรักษาไว้ที่สถานเอกอัครราชทูตที่ ดีซี นะครับ ส่วนถ้วยกอล์ฟคิงส์คัพ ของพวกเราที่นี่ ซึ่งถ้วยใหญ่มาก ก็ถูกเก็บไว้ที่สถานกงสุลใหญ่ฯ คงจะไม่มีโอกาสนำออกมาอีกแล้ว... ถ้าอยากชมถ้วยรางวัลประวัติศาสตร์นี้ ก็ลองขออนุญาตท่านกงสุลใหญ่ฯ ธานี แสงรัตน์ ดูนะครับ” คุณรังสิต คงจันทร์ กล่าวในที่สุด.

"นิกกี้" นคร บุญเกื้อ แชมป์ถ้วยพระราชทานคิงส์คัพสองสมัย (กับมารดา วนิดา ศรีวะรมย์)
"นิกกี้" นคร บุญเกื้อ แชมป์ถ้วยพระราชทานคิงส์คัพสองสมัย (กับมารดา วนิดา ศรีวะรมย์)

วันเพ็ญ ภิรมย์ (นั่งที่สามจากซ้าย) พร้อมทีมงานกอล์ฟชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ
วันเพ็ญ ภิรมย์ (นั่งที่สามจากซ้าย) พร้อมทีมงานกอล์ฟชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ